ในยุคที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยความกดดัน ไม่ว่าจะเป็น การเรียน หน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ การใช้ชีวิตหรือแม้กระทั่งเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ เงินเท่าเดิมแต่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้น การใช้ชีวิตที่แสนจะเหนื่อยล้าในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ คุณภาพชีวิตย่ำแย่เช่นนี้ทำเอาในแต่ละวันเราแต่ละคนนั้นหมดพลังไปกับการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็น Routine day ที่ต้องตื่นเช้า รถติด อากาศแย่ โรคภัยไข้เจ็บรายล้อม ค่าครองชีพแพง รายได้ต่ำ หรือแม้กระทั่งคนที่ Work from home ที่พาลทำให้จากการทำงานหรือเรียนแค่วันล่ะ 8-12 ชม ตามเวลาปกติกับการเป็นเหมือนใช้ชีวิตทำงานเกือบ 24 ชั่วโมง เวลาพักที่ควรจะมีกลับหมดไปกับการเรียน การทำงานภายใต้ความกดดัน แม้กระทั่งการจะใช้ชีวิตเพื่อความบันเทิงใจ ออกพบปะเพื่อนฝูง ก็ดูว่าจะเป็นเรื่องยาก จึงมักพบว่าเด็กนักเรียน หรือคนวัยทำงานหลายคน หมด passion ในการทำงานไปตามๆกัน อีกทั้งชีวิตในปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปมองทางไหน ทุกคนต่างอวดชีวิตที่ประสบความสำเร็จ ผ่านทางแหล่ง Social media เช่น FB, IG ,Twitter เป็นต้น ไม่แปลกใจที่เรามักจะรู้สึกแย่ได้ง่ายๆ วันนี้เราจะมานำเสนอ ...วิธีการฮีลใจตนเองในวันที่รู้สึกแย่ การมีเพื่อนคุย การมีเพื่อนหรือบุคคลที่เราพอจะไว้ใจพูดคุยปรึกษาได้ในวันที่เราเหนื่อยล้า การได้พูดระบายมันออกมาถือว่าเป็นการทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการที่ได้พูดคุยเล่าเรื่องความทุกข์ใจต่างๆออกมา แม้ไม่ได้รับการแก้ปัญหา แต่แค่มีใครสักคนที่รับฟังนั้นก็มากเกินพอ การที่เราได้พูดเรื่องราวต่างๆออกมา คำพูดที่ออกมาผ่านสมอง ปาก มันจะทำให้เราสามารถทบทวนความคิดของตนเองโดยไม่จำเป็นต้องได้รับการปรึกษาที่ดี หากใครที่สงสัยว่า หากแล้วถ้าเราเป็นคนมีเพื่อนน้อย ไม่มีคนที่พอจะไว้ใจได้พอที่จะเป็นพื้นที่ Safe zone ในการที่จะพูดคุย อาจมีวิธีหนึ่งที่เราสามารถทำได้ คือการพูดคุยกับตุ๊กตา เคยมีงานวิจัยหนึ่ง ทำการวิจัยกับพนักงานวิศวะบริษัทแห่งหนึ่งพบว่า นักวิศวะที่ต้องเขียนโค้ดมากมาย มักทำงานผิดพลาด แต่ก็ได้มีการทำการทดลอง ให้นักวิศวะพกตุ๊กตาเป็ดน้อย หน้านิ่งไว้ตลอดเวลา ในช่วงเวลาที่เครียดหรือคิดไม่ตก งานขัดข้อง ก็หยิบตุ๊กตาเป็ดมาพูดคุยด้วย พบว่าแม้การพูดคุยที่ไม่มีเสียงตอบกลับแต่กลับทำให้ผลงานของนักวิศวะดีขึ้น เนื่องจากการที่ได้พูดคุยกับสิ่งที่รับฟังเราโดยไม่มีข้อโต้แย้งแถมมีหน้าตาที่น่ารัก ทำให้เราผ่อนคลายลง และได้สะท้อนความคิดตนเอง สิ่งเหล่านั้นทำให้งานของพวกเขาดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ การนอนหลับที่ดีถ้าชีวิตมันแย่ ก็แค่หนีไปนอนซะเลย !! ช่วงเวลาที่เราได้นอนหลับอย่างเพียงพอ เป็นช่วงที่ร่างกายจะได้พักผ่อนหลั่งฮอร์โมนที่ซ่อมแซมร่างกาย ทำให้ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น และพร้อมที่จะต่อสู้กับความเครียดใน วันรุ่งขึ้น ถ้าหากเครียดและพักผ่อนน้อยลง ความเครียดก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น ผลคือเราจะอดทนกับความเครียดได้น้อยลงเรื่อยๆ อย่างน้อยที่สุดควรหาเวลางีบสัก 10-15 นาที แต่ไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง ก็จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น การนอนหลับไม่ใช่แค่การหนีปัญหาที่ดีอย่างหนึ่ง แต่เป็นการปรับอารมณ์ ทำให้สมองของเรานั้นได้ประมวลเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามา จากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เมื่อคุณได้นอนหลับเพียงพอ อาจพบว่าปัญหามันเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ที่เกิดขึ้นในชีวิตก็เป็นได้ บอกกับตัวเองว่า "ชีวิตฉันผ่านอะไรแย่ๆ มาเยอะ วันนี้เป็นแค่อีกวันที่ฉันเจอมัน แล้วมันก็จะผ่านไปเหมือนที่เคยผ่านมา" Keep going กินของหวาน “กินของหวานแก้เครียด” พบว่าการกินของหวานนั้น ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ เพราะเมื่อร่างกายได้รับพลังงาน จากน้ำตาลจะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากยิ่งขึ้น สมองปลอดโปร่ง ทั้งนี้การกินของหวาน ควรกินอย่างระมัดระวัง หากเราเครียดจนขาดสติกินของหวานมากจนเกินไป อาจส่งผลให้เราเกิดภาวะอ้วนได้ และอาจตามมาด้วยปัญหาสุขภาพอื่นๆ อาหารที่ให้ความหวานที่ดีต่อสุขภาพไม่แพ้พวกขนมที่ทำจากน้ำตาลก็ได้แก่ ผักผลไม้ ก็จะช่วยให้เรา รู้สึกดีได้มากขึ้นเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย หรือการทาน ดาร์กช็อกโกแลต ก็ช่วยลดระดับความเครียดได้เช่นกัน พบว่าการทาน ดาร์กช็อกโกแลตทำให้ฮอร์โมนความเครียดลดลง อีกทั้งยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย หากใครที่ชื่นชอบ เบเกอรี่ หรือของหวาน เป็นชีวิตจิตใจ สาย bakery lover หากทานแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้น ก็ทานเถอะ แต่อย่าลืมทานแค่พอหอมปากหอมคอ อย่าให้มันกลับมาทำร้ายสุขภาพ ทุกอย่างล้วนอยู่ด้วยความพอดี ทานแต่พอดี และอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะจ๊ะ !! ออกกำลังกาย การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องที่ยากยิ่งในวันที่เราเหนื่อยหน่ายใจ และรู้สึกแย่ การบอกใครสักคนให้ลุกออกจากเตียงเถอะ มาออกกำลังกายกัน แต่นี้คือสิ่งที่ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายนั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว สุขภาพใจก็จะดีตามไปด้วย หากวันไหนเหนื่อยล้ามากๆ ลองเดินเบาๆ ไปสูดอากาศภายนอก มองดูชีวิตคนไปมา คุณอาจจะได้ข้อคิดอะไรที่แฝงอยู่ในนั้นโดยไม่รู้ตัว ไม่เพียงได้ประโยชน์จากการขยับร่างกาย การสูดอากาศที่ดี การมองดูชีวิตผู้คน ทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้จริงๆ ดีกว่าการนอนอุดอู้อยู่ในห้อง ให้ความทุกข์มันกลืนกินคุณ พบว่าในผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า จะรู้สึกอ่อนแรง ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพราะสารเคมีในสมองที่ทำให้เกิดสภาวะแบบนั้น จนบางครั้งก็แยกไม่ออกระหว่างเราแค่ขี้เกียจ หรือเรากำลังพบกับปัญหาสุขภาพจิต แต่วิธีการเยียวยารักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คือการที่ไม่ให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งๆ เพราะจะทำให้หมกมุ่นกับความคิดของตนเองมากจนเกินไป สิ่งที่ควรทำคือการทำกิจกรรมบำบัด กิจกรรมบำบัดในที่นี้ก็แล้วแต่ความชอบแต่ละคนสำหรับการที่แอดยกตัวอย่างการทำกิจกรรมบำบัด ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าขึ้นมากล่าวนั้นเพราะว่า ทุกคนนั้นมีโอกาสประสบกับ อารมณ์เศร้า เพียงแต่อารมณ์เศร้าที่มีแล้วหายไปไม่ได้กระทบชีวิตประจำวันอาจจะยังไม่จัดเป็นโรค ที่ต้องได้รับการรักษา แต่เราสามารถนำวิธีดังกล่าวมาปรับใช้ได้เช่นกัน หากการออกกำลังกายมันยากไปสำหรับเรา ลองขยับร่างมาทำงานบ้านดู หยิบของชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาจัดระเบียบ ออกแรงกวาดบ้านถูพื้นสักหน่อย การมีกิจกรรมเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เราผ่อนคลาย ความเครียดและความรู้สึกเครียดไปได้ชั่วขณะ อีกทั้งการทำงานบ้านยังช่วยให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวดีขึ้นด้วย เมื่อสภาพสิ่งแวดล้อมดี ก็จะส่งผลต่อจิตใจที่ดีขึ้น การเขียนไดอารี่หากเราสามารถมองสิ่งเล็กๆและทำให้มันเป็นความสุขได้คุณก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้นเราไม่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบมีทุกอย่างเพียบพร้อมทั้งทรัพย์สินเงินทองหรือชื่อเสียงแค่การมีชีวิตและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีความสุขกับสิ่งเล็กน้อยก็จะทำให้คุณรู้สึกดีที่คุณเห็นคุณค่าของมันมากการเขียนบันทึกสิ่งดีๆไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนที่โลกสวยแต่เรากำลังหาวิธีในการลดความทุกข์แล้วก็หาความสุขให้ง่ายขึ้นต่างหากการที่เราโฟกัสแต่สิ่งดีๆ แปลว่าเราให้คุณค่ากับเรื่องที่ดีต่อใจมากกว่าเรื่องที่บั่นทอนความสุขนอกจากเขียนไดอารี่เพื่อระบายความทุกข์แล้วลอง แยกเล่มสมุดไดอารี่แห่งความสุข และให้ความทุกข์เป็นแค่เศษกระดาษที่แค่ระบายมันออกมา แม้สูญหายก็ไม่เสียดาย ให้ความสำคัญให้มากกับไดอารี่แห่งความสุข แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็อย่าปล่อยให้มันหล่นหายไปตามทางนะ วันใดที่เรารู้สึกแย่แค่เรากลับมาเปิดอ่านอีกครั้งเราก็จะพบว่ามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับเราเยอะมากและไดอารี่เล่มนั้นมันก็จะกลายเป็นทุนชีวิต เปรียบเสมือนเป็นกำลังใจให้เราสู้ฝันฝ่ากับอุปสรรคต่อไปได้ การรักตัวเอง อย่าลืมว่าทุกคนนั้นเกิดมาแค่ชีวิตเดียว เราต่างก็เพิ่งเคยใช้ชีวิตกันแค่ครั้งแรกด้วยกันทั้งนั้น Because This Is My First Life . เครดิตรูปภาพ - รูปภาพหน้าปก nameera / Canva - ภาพประกอบที่ 1,6 จากนักเขียน - ขอบคุณภาพจาก canvacreativestudio ภาพประกอบที่ 2- ขอบคุณภาพจาก plengsami / Canva - ขอบคุณภาพจาก bogrodstd / Canva - ขอบคุณภาพจาก IG : @reallygreatsite / Canva 7-11 Community ห้องลับเมาท์มอยของกินของใช้ในเซเว่น อะไรดีอะไรใหม่ ต้องรู้ ต้องคุย ต้องแชร์