ผบ.สส.ยันคุมไวรัสโควิดฯในเชียงรายได้เต็ม100%แล้ว

ผบ.สส.ยันคุมไวรัสโควิดฯในเชียงรายได้เต็ม100%แล้ว
มติชน
16 ธันวาคม 2563 ( 18:40 )
41
ผบ.สส.ยันคุมไวรัสโควิดฯในเชียงรายได้เต็ม100%แล้ว

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้เดินทางไปตรวจดูการปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งปัจจุบันมีการสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตลอดแนวเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 จากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบว่าปัจจุบันทางศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค (ศปก.) อ.แม่สาย ที่ประจำอยู่ที่ด่านพรมแดนได้ตรวจรับคนไทยที่เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตามช่องทางธรรมชาติต่างๆ นั้น พบว่าทาง ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ได้มีการเพิ่มเติมกำลังพลลไปสนับสนุนอีกจำนวน 2 กองร้อย และยังมีกำลังพลจากค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย จ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ และ จ.น่าน เข้าไปสกัดกั้นการป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองตั้งแต่ชายแดน อ.แม่สาย ถึง อ.เชียงแสน อีกด้วย และมีคนไทยเดินทางกลับมาในช่วงเช้าจำนวน 15 คน และยังคงทะยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง

 

พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่าทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยเรื่องการลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดนแล้วพบมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ จ.เชียงราย มาก ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงให้ฝ่ายต่างๆ ได้เข้มงวดในการป้องกัน สำหรับฝ่ายทหารนั้นเพื่อให้มีความเอกภาพจึงให้แม่ทัพภาคที่ 3 ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้บูรณาการกองกำลังทุกฝ่ายและมีการเพิ่มเติมกำลังเข้าไปอีกดังกล่าว ซึ่งพื้นที่ อ.แม่สาย มีความยาวและมีท่าข้ามจำนวนมากจึงได้มีการจัดชุดลาดตระเวนและอุปกรณ์กีดขวางเพื่อป้องกันอย่างเต็มที่ ส่วนพื้นที่ภายในก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญบ้าน ฯลฯ ให้ช่วยกันตรวจตราตามหมู่บ้านและตำบลรวมทั้งย่านชุมชนซึ่งตนเห็นว่ามีความสำคัญมากในการดูบุคคลแปลกปลอม กระทั่งปัจจุบันรู้สึกสบายใจขึ้นเพราะสามารถควบคุมการระบาดภายในได้อย่าง 100% และใน จ.เชียงราย ไม่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถึง 100%

 

ผบ.สส.กล่าวอีกว่าส่วนกรณีการพยายามลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านช่วงมีการระบาดของโรคในประเทศเพื่อนบ้านก็สืบทราบกันตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.เป็นต้นมา แต่เนื่องจากปัจจุบันมีการปิดสถานบันเทิงในประเทศเพื่อนบ้านทำให้มีการข้ามกลับมากันแล้วและได้รับความร่วมมือจากประเทศเมียนมาในการนำกลับมาอย่างต่อเนื่องทำให้สถานการณ์ควบคุมได้แล้ว ปัจจุบันก็คงเหลือเพียงผู้ที่ติดเชื้อรายเดิมแล้วรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อีก 35 ราย หลังจากกลับบ้านได้แล้วกว่า 20 ราย ส่วนคนไทยที่ตกค้างทราบว่าล่าสุดแจ้งขอกลับมาเพิมเติมอีกประมาณ 60 คน มีผู้ตกค้างในประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 300-400 ราย และได้มีการแจ้งกลับมาประมาณ 330 คน ดังนั้นจึงเหลืออยู่จำนวหนึ่งซึ่งอาจเป็นกลุ่มคนที่ยังสามารถดำรงค์ชีวิตอยู่ได้ แต่หากจะเดินทางกลับขอความร่วมมือเดินทางกลับช่องทางปกติเพราะการลักลอบเข้ามาได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่อย่างมาก

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง