รีเซต

เพื่อไทย จ่อส่ง 'สุรชาติ เทียนทอง' ชิงส.ส.หลักสี่ มั่นใจชิงพื้นที่คืนได้

เพื่อไทย จ่อส่ง 'สุรชาติ เทียนทอง' ชิงส.ส.หลักสี่ มั่นใจชิงพื้นที่คืนได้
มติชน
23 ธันวาคม 2564 ( 11:31 )
33
เพื่อไทย จ่อส่ง 'สุรชาติ เทียนทอง' ชิงส.ส.หลักสี่ มั่นใจชิงพื้นที่คืนได้

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. กทม. เขตหลักสี่ หลังนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็นส.ส. ว่า พรรค พท.ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นว่าจะมีการนัดหมายเพื่อพูดคุยเรื่องนี้ที่ทำการพรรคพท.วันนี้ ส่วนจะมีการส่งผู้สมัครหรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุม ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่จะเป็นคนตัดสิน

 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากดูเงื่อนไขหรือเหตุผลที่จะนำไปสู่การพิจารณาว่าจะส่งผู้สมัครหรือไม่นั้น เรามีข้อพิจารณาพอสมควร เขตหลักสี่เป็นพื้นที่เดิมของพรรคพท. เราแพ้การเลือกตั้งในปี 62 แต่แพ้อันดับหนึ่งแค่ไม่กี่คะแนน โดยได้ 32,000 กว่าคะแนน ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่ดีมากสำหรับการเลือกตั้งในกทม. หากตรวจสอบดูจะพบว่าในกทม.พรรคพท.ส่งผู้สมัคร 20 เขต ซึ่งคะแนน 32,000 กว่าคะแนนเป็นอันดับ 3 ของผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในกทม. นั่นคือฐานคะแนนเดิมที่มีอยู่ นอกจากนี้ นายสุรชาติ เทียนทอง อดีตผู้สมัครส.ส. แต่ก็ทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอยู่ในเขตเลือกตั้งตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นภาพอย่างหนึ่งที่นำเข้าสู่กระบวนการตัดสิน หากพรรคพท.ไม่ส่งเลือกตั้งก็จะตอบคำถามประชาชนไม่ได้ และพรรคก็จะสูญเสียโอกาสด้วย

 

เมื่อถามว่า คุณสมบัติของนายสุรชาติ จะสู้นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ หรือ “เจ๊หลี” ภรรยาของนายสิระ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพปชร. ได้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรามั่นใจ โดยเฉพาะเรื่องการทำหน้าที่ ความพร้อม และจิตวิญญาณความเป็นผู้แทน ซึ่งเขาพิสูจน์ว่า 17 ปี ในการใช้ชีวิตอยู่กับการเป็นผู้แทน ซึ่งจากการแสดงออกเขามีความมุ่งมั่นและตั้งใจมาก ดังนั้นเรื่องความพร้อมและคุณสมบัติเราไม่ห่วง แต่ไม่ได้บอกว่าเราเหนือกว่าคนอื่น แต่เรามั่นใจว่า สิ่งที่เรานำเสนอประชาชนน่าจะเป็นคุณสมบัติที่พรรคพท.เลือกสิ่งที่ดีที่สุด

 

ถามต่อว่า มีความมั่นใจจะชิงเก้าอี้ส.ส.เขตหลักสี่คืนมาได้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าน่าจะชิงเก้าอี้คืนกลับมาได้ แม้จะมีคู่แข่งซึ่งพรรคที่เกี่ยวข้องน่าจะส่งทั้งหมด สายประชาธิปไตยอย่างน้อย 2 พรรค ความจริงแล้วการเลือกตั้งซ่อม เราคิดกันว่าจะใช้ยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งมาเป็นข้อตัดสินหรือไม่ในการส่งผู้สมัคร ซึ่งขึ้นอยู่วิธีคิดของแต่ละพรรคการเมือง เราไม่สามารถไปโน้มน้าวชักจูงหรือทำให้เกิดกระบวนการนี้ได้ แต่หากสามารถมารวมกันได้ เป็นยุทธศาสตร์การเลือกตั้งเพื่อชนะในพื้นที่นั้นๆ แต่ประชาชนต้องยอมรับได้ เช่น ฝ่ายประชาธิปไตยแข่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีการคิดร่วมกัน สู้ร่วมกัน ก็จะมีโอกาสชนะสูงมาก มั่นใจว่า ฝ่ายประชาธิปไตยชนะแน่ในเขตนี้ แต่จะเป็นพรรคไหนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เงื่อนไขที่จะมารวมกันนั้นจะต้องหลีกหนีคำว่า ฮั้วการเมืองให้ได้

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลเรื่องอำนาจอื่นที่จะมาแทรกแซงหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จากการเลือกตั้งปี 62 ที่ผ่านมาเราเจอสิ่งนี้เยอะมาก การเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามวิถีประชาธิไตย มีอำนาจอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจการจัดการ เราเจอมาตลอด ซึ่งนั่นเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเขายังทำได้ ดังนั้นการเลือกซ่อมเขาทำได้มากกว่านั้น และจะเข้มข้นมากขึ้นในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ที่มีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การเลือกตั้งด้วย ไม่ใช่แต่ได้ส.ส.จากการเลือกตั้งซ่อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดอีกหลายเรื่องทั้งเรื่องความนิยมของพรรคการเมืองในพื้นที่กทม. วัดอนาคตคนที่จะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้ด้วย

 

เมื่อถามถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ประกาศไม่ส่งผู้สมัครส.ส.เขตหลักสี่ เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านตัดคะแนนกันเอง มีความเห็นอย่างไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ต้องขอบคุณหัวหน้าพรรค สร.ที่ประกาศออกชัดเจน อย่างที่บอกไปหากฝั่งประชาธิปไตยมียุทธศาสตร์การเลือกตั้งเพื่อชนะอีกฝ่ายหนึ่ง การกระทำเช่นนี้ก็เป็นการแสดงออกในเชิงยุทธศาสตร์และเป้าหมาย

 

ถามว่า ได้มีการพูดคุยกับพรรคก้าวไกลเรื่องนี้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย และเราไม่อยากไปล่วงละเมิดสิทธิของแต่ละพรรค ส่วนจะมีกลไกในการพูดคุยกันหรือไม่นั้น ต้องดูทิศทางและท่าทีต่างๆ ที่จะแสดงออกมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง