TrueID

'รมช.สาธารณสุข' แนะ อย่าตระหนก โควิด กลายพันธุ์ "โอไมครอน" ย้ำยังไม่เข้าไทย

'รมช.สาธารณสุข' แนะ อย่าตระหนก โควิด กลายพันธุ์ "โอไมครอน" ย้ำยังไม่เข้าไทย
ข่าวสด
29 พฤศจิกายน 2564 ( 10:58 )
18
'รมช.สาธารณสุข' แนะ อย่าตระหนก โควิด กลายพันธุ์ "โอไมครอน" ย้ำยังไม่เข้าไทย

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 29 พ.ย.564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือโควิด19 สายพันธุ์ใหม่โอไมครอน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้มีมาตรการป้องกันในระดับแรก ส่วนการตรวจค้นหาเชื้อโอไมครอนสำหรับคนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศต้องทำเต็มที่ รัดกุมและทันต่อสถานการณ์

 

ส่วนการปรับแผนให้ตรวจนักท่องเที่ยวแบบ ATK แทนการตรวจRT-PCR สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ ขณะนี้จะต้องมีการทบทวนขยายเวลา และคงใช้วิธี RT-PCR เหมือนเดิมในประเทศกลุ่มเสี่ยงที่เข้ามาในไทย

 

ซึ่งเป็นมาตรการเข้มข้นเพื่อการตรวจจับค้นหาโอไมครอนที่จะมาจากต่างประเทศ ส่วนที่มีการเสนอในหลายรูปแบบ จะต้องมีการติดตามข้อมูลให้มีความชัดเจนมากที่สุด จึงสั่งการให้ทุกศูนย์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

 

รวมทั้งภาคีเครือข่ายต้องมีวิธีตรวจจับหาโอไมครอนให้ได้ดีที่สุด ขณะนี้ในทางเทคนิคให้มีการประเมินว่าถ้าเชื้อเป็นเดลต้าบางส่วนและอัลฟ่าบางส่วน ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นโอไมครอน และในสเตปต่อไปจะมีน้ำยาตรวจจับโอไมครอนโดยตรง

 

นายสาธิต กล่าวว่า เราต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถมีวัคซีนกับยาไปดักหน้าไวรัสทุกสายพันธุ์ เรามีแต่การติดตามข้อมูลให้เร็วที่สุด ส่วนบริษัทวัคซีนเขาก็คงจะเริ่มคิดค้นมีข้อมูลให้มากที่สุดเพื่อศึกษาวิจัย ทำวัคซีนเพื่อสู้กับการกลายพันธุ์ ฉะนั้นไม้ตายของประชาชนจะต้องรักษามาตรการป้องกันแบบครอบจักรวาลซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันไวรัสได้ทุกสายพันธุ์ แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกมากเกินไป เพราะการติดตามข้อมูลยังไม่มากพอ หากถามว่าไวรัสโอไมครอนมีการแพร่กระจายได้เร็วมากกว่าเดลต้ากี่เท่าหรือไม่อย่างไร และเท่าที่เห็นยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ว่าจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นในกลุ่มคนอายุเท่าไหร่จึงต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนจริงๆ

 

ถ้ามีข้อมูล 2 ส่วนนี้ จึงจะหน้าตื่นตระหนก ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลจากทุกศูนย์ของกรมวิทย์ฯและเครือข่าย 300 กว่าแลป ว่าโอไมครอนหลุดลอดมาในประเทศไทย แต่โดยธรรมชาติจะเริ่มป้องกันได้ยากสำหรับการแพร่ระบาดของทุกไวรัส

 

แม้จะป้องกันได้ทั้งทางอากาศแต่ห่วงช่องทางธรรมชาติซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ แต่การตรวจจับให้เร็วที่สุดจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด จึงจะพยายามทำให้ดีที่สุดในการป้องกันอย่างเข้มข้น แต่โดยธรรมชาติเวลาโรคระบาดจะไปทั่ว ถ้าหยุดการเดินทางจริงๆต้องหยุดทั้งโลก ซึ่งสุดท้ายคือต้องหาวัคซีนมาป้องกันให้ได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง