โรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว นอกจากการป้องกันตัวเองด้วยการ ดูแลความสะอาดมือที่เราสามารถสัมผัสเชื้อโรคโดยการล้างมือให้สะอาดและใช้ mask แล้ว เราควรใส่ใจเรื่องการดูแลร่างกายให้ แข็งแรง มี ภูมิคุ้มกัน เพื่อไม่ให้เชื้อโรค ที่ชื่อ ไวรัสโคโรน่า สายพันธ์ใหม่ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคนี้เข้ามาในร่างกายของเราได้ เราควรปฏิบัติตัวดังนี้ นอนพักผ่อนให้พียงพอ การนอนเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย การนอนอย่างเพียงพอจะทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และยังช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งในแต่ละวัยต้องการเวลาในการนอนต่างกันดังนี้ อายุ 1-2 ปี วัยเพิ่งหัดเดิน ควรนอน 11-14 ช.ม. อายุ 3-5 ปี วัยก่อนเข้าเรียน ควรนอน 11-13 ช.ม. อายุ 6-13 ปี วัยเข้าโรงเรียน ควรนอน 9-11 ช.ม. อายุ 14-17 ปี วัยรุ่น ควรนอน 8-10 ช.ม. อายุ 18ปี เป็นต้นไป วัยผู้ใหญ่ ควรนอน 7-8 ช.ม. 2.รับประทานอาหารที่มีวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเรา ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีอยู่ในผักผลไม้ที่เราสามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วไป ได้แก่ เห็ดต่างๆ เช่น เห็ดหลินจือ เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า เห็ดเข็มทอง เห็ดช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์คุ้มกันธรรมชาติซึ่งร่างกายของเรามีอยู่แล้วให้ทำหน้าที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายรวมถึง พวก ไวรัสและ แบคทีเรีย มะขามป้อม มะขามป้อม เป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่มีประโยชน์ในทุกส่วนของผล ในมะขามป้อม มีสารแทนนิน และวิตามินซี ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายและ มะขามป้อมยังมีสรรพคุณในการช่วยลดไข้อีกด้วย ส้ม ส้มเป็นผลไม้รสชาติเปรี้ยวหวานเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ช่วยเสริมสร้างภูมคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เนื่องจาก ส้ม อุดมไปด้วยวิตามินซี ผลส้ม 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 50 มิลลิกรัม และยังเป็นแหล่งรวมวิตามินแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราอีกด้วย เช่นวิตามิน เอ ซึ่งช่วยบำรุงสายตา และ มีแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูก ยังคงมีอาหารอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีสารอาหารวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่หาได้ตามฤดูกาล 3. งดอาหารที่มีน้ำตาลสูง ปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา แต่คนไทยส่วนใหญ่รับประทานปริมาณที่มากกว่านั้น น้ำตาลแอบแฝงอยู่ในอาหารทั่วไปที่เรารับประทาน เช่น ขนมหวาน เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม ผลไม้รสหวาน เช่น ทุเรียน ซึ่งอาหารที่มีน้ำตาลเหล่านี้เป็นที่โปรดปราน และ เป็นอาหารชั้นเลิศของเชื้อไวรัส เราจึงควรหลีกเลี่ยง หรือรับประทานให้พอประมาณตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น และ หากร่างกายมีปริมาณน้ำตาลมากเกินไปก็ก่อให้เกิดโรคอันตรายตามมาอีกด้วย เช่นโรค อ้วน โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น 4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เนื่องจาก ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรามีหน้าที่ต่อสู้ต่อเชื้อโรคต่างๆที่เข้ามาในร่างกายของเรา การออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มการ หมุนเวียนของเลือดในร่างกาย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกหมุนเวียน ไปยังเซลล์ทั่วร่างกายได้ดีและ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีความสามารถในการทำลายสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย การออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ จะไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ตื่นตัวและทำงานได้ดีต่อไปอีก 2-3 ช.ม. หลังจากออกกำลังกาย และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังส่งผลให้นอนหลับสบาย รู้สึกสดชื่นสมองปลอดโปร่ง ลดความเครียดสะสม และลดการเสี่ยงติดเชื้อ เราสามารถออกกำลังกาย ได้หลายวิธี เช่น ปั่นจักรยาน, เต้นแอโรบิค , โยคะ ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของแต่ละคน แต่สิ่งที่ควรคำนึง คือ ต้องไม่ออกกำลังกายอย่างหักโหมเกินไป เพราะ จะทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า จะส่งผลให้ ร่างกายหลั่งฮอร์โมน “ Cortisol” ที่ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันลดลง ภาพปกจาก https://pixabay.com/ / pic1 : https://pixabay.com/ pic2: https://pixabay.com/ pic3 : https://pixabay.com / pic 4: https://pixabay.com/th