‘พังงา’ พร้อมเที่ยวข้ามเกาะรับต่างชาติ ปักธง ก.ย. โกยนักท่องเที่ยว 5 พันคน ทำเงินสะพัด 400 ล้านบาท

‘พังงา’ พร้อมเที่ยวข้ามเกาะรับต่างชาติ ปักธง ก.ย. โกยนักท่องเที่ยว 5 พันคน ทำเงินสะพัด 400 ล้านบาท
มติชน
24 สิงหาคม 2564 ( 04:44 )
13
‘พังงา’ พร้อมเที่ยวข้ามเกาะรับต่างชาติ ปักธง ก.ย. โกยนักท่องเที่ยว 5 พันคน ทำเงินสะพัด 400 ล้านบาท

 

นายชยพล หิรัณย์กนกกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการเปิดพื้นที่เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ และเขาหลัก ในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามรูปแบบเที่ยวข้ามเกาะ สูตร 7+7 โดยตั้งต้นที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องพักในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ให้ครบ 7 วันแรก หลังจากนั้น 8-14 วันหลัง จะสามารถเดินทางเที่ยวในอีก 3 จังหวัดได้ คือ เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ และเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึง 3 พื้นที่ของจังหวัดพังงาด้วย โดยเบื้องต้นเดือนสิงหาคมนี้ เนื่องจากเพิ่งดำเนินการรูปแบบเที่ยวข้ามเกาะได้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้จึงยังเห็นความต้องการ (ดีมานด์) ของนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านยอดจองเดินทางล่วงหน้า (บุ๊กกิ้ง) ที่เป็นการจองใหม่ไม่มากนัก ทำให้ในระยะเริ่มต้นเดือนสิงหาคมนี้ จะเป็นการทดลองความพร้อมของระบบการเชื่อมต่อหลังบ้านกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มากกว่า โดยคาดว่าในเดือนกันยายนนี้ จะเป็นเดือนที่เห็นยอดจองการเดินทางเข้ามาอย่างแท้จริง ซึ่งคาดการณ์ว่าเฉพาะเดือนกันยายนนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาท่อวเที่ยวจำนวน 5,000 คน สร้างรายได้ 400 ล้านบาท ส่วนไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแตะระดับ 10,000 คนต่อเดือน เท่ากับเดือนตุลาคม-ธันวาคมนี้ คาดว่าจะมีต่างชาติเข้ามาจำนวน 30,000 คน สร้างรายได้ 2,500 ล้านบาท

 

 

สำหรับการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ ความจริงพร้อมตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมาแล้ว แต่เนื่องจากการระบาดโควิด ทำให้ต้องเลื่อนมาเปิดการเที่ยวข้ามเกาะเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน ขณะนี้จำนวนประชากรในจังหวัดพังงา ได้รับวัคซีนแล้ว 50% ของจำนวนประชากรรวม และในพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง เกาะยาว ฉีดแล้ว 70.33% ตะกั่วป่า 59.26% และท้ายเหมือง 44.43% ส่วนเกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่ ได้วัคซีนเกิน 70% แล้ว เนื่องจากจำนวนประชากรในพื้นที่มีไม่มาก ส่วนการสร้างยกระดับสร้างมาตรฐานในการท่องเที่ยว ขณะนี้มีสถานประกอบการได้รับเครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย (เอสเอชเอพลัส) จำนวน 180 กิจการ แบ่งเป็นโรงแรม 75 ราย ยานพาหนะ 70 ราย อาทิ รถสองแถว บริษัทนำเที่ยว 18 ราย ร้านอาหาร 7 ราย ร้านนวดสปา 5 ราย

 

 

“ปัจจัยบวกที่สนับสนุนคือ เป็นช่วงไฮซีซั่นในการท่องเที่ยวทะเลใต้ รวมถึงจังหวัดพังงาด้วย ซึ่งอากาศจะดีมาก และเป็นช่วงที่หากไม่มีโควิดระบาด นักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปจะนิยมเดินทางมาเที่ยวค่อนข้างมาก แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่นิยมจองการเดินทางล่วงหน้าไว้หลายวัน แต่จะเป็นการจองระยะสั้น แบบจองแล้วเดินทางทันทีมากกว่า เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ โดยต่างชาติที่มาเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 5 อันดับแรก มาจากประเทศสหรัฐ อังกฤษ อิสราเอล เยอรมัน และฝรั่งเศส ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่นิยมมาเที่ยวพังงา 5 อันดับแรกคือ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ โดยหากพิจารณาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ส่วนใหญ่จะเป็นฐานลูกค้าของพังงาอยู่แล้ว จึงคาดว่าเมื่อเปิดให้เดินทางเที่ยวข้ามเกาะได้ ขะมีต่างชาติที่เป็นลูกค้าเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพื้นที่ที่กำหนดไว้ของพังงามากขึ้น” นายชยพล กล่าว

 

 

นายชยพล กล่าวว่า แผนเผชิญเหตุของจังหวัดพังงา กำหนดไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 1.มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์ 2.เกิดลักษณะการกระจายเชื้อโควิดในจังหวัดทั้ง 3 อำเภอ และมากกว่า 6 ตำบล 3.มีการระบาดโควิดเกิน 3 คลัสเตอร์ หรือมีการระบาดในวงกว้าง และหาสาเหตุหรือความเชื่อมโยงไม่ได้ 4.ความพร้อมในการรองรับผู้ป่วย กรณีมีผู้ติดเชื้อครองเตียงโรงพยาบาล ตั้งแต่ 80% ของศักยภาพของจังหวัด และ 5. มีการพบการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์แบบวงกว้างและไม่สามารถควบคุมไม่ได้ โดยมีมาตรการตั้งรับ 4 ระดับ ในการปรับเปลี่ยนการรับมือ ได้แก่ 1.ปรับลดกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถดำเนินการ 2.ใช้มาตรการกำหนดเส้นทางเฉพาะ (ซีลรูท) ในการท่องเที่ยว 3.มาตรการกักตัวภายในสถานที่พัก (โฮเทลควอรันทีน) และ 4.ทบทวนยุติโครงการแซนด์บ็อกซ์เชื่อมต่อการท่องเที่ยว โดยความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของสาธารณสุขจังหวัด ประเมินจากโรงพยาบาล มีจำนวน 15 แห่ง รวมโรงพยาบาลสนามด้วย มีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดทั้งหมด 589 เตียง โดยแบ่งเป็นเตียงในโรงพยาบาล จำนวน 99 เตียง และเตียงในโรงพยาบาลสนามจำนวน 491 เตียง ซึ่งตัวเลขส่วนนี้มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงตามสถานการณ์การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ

 

 

นายชยพล กล่าวว่า รูปแบบการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงา ตามมาตราการการเปิดรับนักท่องเที่ยว (เอสโอพี) ในพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่องของจังหวัดพังงา ที่จะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักอยู่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อย่างน้อย 7 วัน ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดพังงา จนครบ 14 มีอยู่ 2 แบบ คือ 1.ในพื้นที่เขาหลักเริ่มตั้งแต่สามแยกทับละมุ อำเภอท้ายเหมืองจนถึงสามแยกบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า โดยจะมีด่านตั้งเพื่อแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้ทราบถึงอาณาเขตบริเวณพื้นที่ที่สามารถเดินทางได้ และจะมีการใช้แอพพลิเคชั่นหมอชนะ ในการติดตามตัวของนักท่องเที่ยว โดยที่ทางโรงแรมจะต้องตรวจสอบนักท่องเที่ยวทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และหากนักท่องเที่ยวมีการปิดโทรศัพท์ ปิดการติดตาม หรือออกนอกพื้นที่ที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนไปยังศูนย์ปฏิบัติการของจังหวัดพังงา และ 2.ในพื้นที่เกาะยาว และพื้นที่เขาหลักบริเวณหาดนาใต้ จะสามารถเดินทางเชื่อมโยงระหว่างกิจการที่ๆด้มาตราฐานเอสเอชเอพลัสเท่านั้น โดยมีการดูแลควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่นักท่องเที่ยวพำนักอยู่และมีระบบการติดตามเช่นเดียวกัน ซึ่งในพื้นที่ทั้งหมดจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลควบคุม เฝ้าระวังเหตุต่างๆ เสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง