ในช่วงที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีหม่นเพราะฝุ่นละอองปกคลุมแบบนี้ การดูแลตัวเองให้รอดพ้นจากภัยเงียบอย่าง PM2.5 ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย พื้นฐานง่าย ๆ ที่เราเริ่มทำได้ทันทีคือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายขับสารพิษและรักษาความชุ่มชื้นของระบบทางเดินหายใจ หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายว่ามีอาการไอ ระคายเคืองตา หรือแน่นหน้าอกบ้างไหม และอย่าลืมล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อชะล้างฝุ่นที่ตกค้างออกไปบ้าง ถ้าเราเตรียมร่างกายให้พร้อมจากภายในแล้ว การป้องกันจากภายนอกก็สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เรามี "7 วิธีป้องกันฝุ่น PM2.5 ง่าย ๆ" มาฝาก ที่ทุกคนสามารถทำตามได้จริงในชีวิตประจำวัน ตามเรามาเลย 1. เครื่องฟอกอากาศ หัวใจสำคัญของการรับมือฝุ่นในบ้านคือการมี เครื่องฟอกอากาศ ที่ใช้แผ่นกรอง HEPA Filter ซึ่งดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้แม่นยำ แต่เครื่องจะทำงานได้เต็มร้อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งด้วย โดยควรตั้งห่างจากผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ประมาณ 30-50 เซนติเมตร เพื่อให้ตัวเครื่องดูดอากาศเข้าและปล่อยอากาศสะอาดได้รอบทิศทางแบบไร้สิ่งกีดขวาง แนะนำให้วางไว้ฝั่งตรงข้ามเครื่องปรับอากาศหรือใกล้จุดที่ใช้งานบ่อยอย่างหัวเตียง เพื่อให้กระแสลมช่วยพัดพาอากาศบริสุทธิ์ให้หมุนเวียนทั่วห้อง และต้องเลี่ยงมุมอับหรือหลังผ้าม่านเด็ดขาด เพียงเท่านี้เราก็เปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยหายใจได้เต็มปอดแล้ว 2. สวมหน้ากากอนามัย การสวมหน้ากากที่ถูกต้องคือปราการด่านสำคัญ ในวันที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงเป็นระดับสีส้มหรือแดง ควรเลือกใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 หรือ KN95 เพราะถูกออกแบบมาเพื่อกรองฝุ่นขนาดเล็กและละอองเกสรได้มีประสิทธิภาพสูงกว่าหน้ากากทั่วไปมาก แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ การสวมหน้ากากอนามัยธรรมดาซ้อนทับกัน 2 ชั้น หรือใช้ทิชชู่ 2 แผ่นซ้อนไว้ด้านใน ก็พอจะช่วยเพิ่มความหนาและอัปเกรดการกรองฝุ่นให้ดีขึ้นได้บ้าง สิ่งสำคัญคือต้องใส่ให้กระชับแนบไปกับรูปหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นลอดผ่านช่องว่างเข้าสู่ร่างกาย การหาซื้อก็ไม่ยากเลย เราเดินเข้าเซเว่นก็คว้ามาได้แล้ว ในราคาไม่ถึง 20 บาท 3. ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดฝุ่น การทำความสะอาดบ้านในช่วงฝุ่นเยอะต้องเน้น การใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดฝุ่น แทนการใช้ไม้ขนไก่ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจายกลับไปในอากาศ ควรเช็ดตามเฟอร์นิเจอร์และขอบหน้าต่างอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการหมั่นล้างฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและฝุ่นละออง นอกจากนี้หากเลือกใช้ผ้าม่านที่มีเนื้อผ้าละเอียดหรือม่าน UV ก็จะช่วยลดการเกาะตัวของฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการดูแลบ้านแบบนี้ จะช่วยลดปริมาณฝุ่นสะสมและทำให้สภาพแวดล้อมภายในที่พักอาศัยของเราสะอาดปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจมากขึ้น 4. หลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ในช่วงที่ท้องฟ้าดูสลัวและปกคลุมด้วยฝุ่นหนา ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งทุกชนิด เพราะการออกไปวิ่งหรือใช้แรงในที่โล่งจะทำให้เราสูดค่าฝุ่นเข้าสู่ปอดลึกและมากกว่าปกติหลายเท่า แนะนำให้เปลี่ยนมาออกกำลังกายเบา ๆ ในบ้านหรือเข้ายิมที่ปิดมิดชิดจะปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่า รวมถึงต้อง งดกิจกรรมที่สร้างควันทุกประเภทบริเวณรอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการจุดธูป เทียน หรือการเผาขยะ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อากาศดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความเข้มข้นของมลพิษในพื้นที่ส่วนตัวของเราโดยไม่จำเป็น การเก็บตัวอยู่ในอาคารที่ปิดมิดชิดในช่วงนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อถนอมปอดของเรา 5. ฉีดพ่นละอองน้ำ สำหรับบ้านใครที่มีพื้นที่กว้างขวางหรือมีลานหน้าบ้าน การฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นไปในอากาศเป็นประจำก็เป็นอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นได้ดีมาก เพราะละอองน้ำจะเข้าไปดักจับอนุภาคฝุ่นที่ลอยตัวอยู่ให้มีน้ำหนักมากขึ้นแล้วตกลงสู่พื้นดินแทนที่จะลอยเข้าสู่ตัวบ้าน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองในบริเวณที่พักอาศัยของเราได้ทันตาเห็น 6. การหลีกเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้าง อีกหนึ่งจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการหลีกเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้าง เพราะบริเวณที่มีการขุดลอกถนนหรือไซต์งานก่อสร้างที่ไม่มีสแลนกั้นฝุ่นมักจะเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดใหญ่และฝุ่น PM2.5 ปริมาณมหาศาล หากจำเป็นต้องเดินผ่านจริง ๆ ควรเร่งฝีเท้าและสวมหน้ากากอนามัยให้กระชับที่สุดเพื่อลดการสูดดมมลพิษเข้าสู่ร่างกายโดยตรง แต่ถ้าเป็นไปได้ การเลือกใช้เส้นทางเลี่ยงอื่นที่สะอาดและอากาศถ่ายเทได้ดีกว่า จะช่วยลดความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจของเราได้ดีที่สุด 7. เมนูผักหลากสี ช่วยปอดสู้ฝุ่น นอกจากการป้องกันภายนอกแล้ว การเสริมแกร่งจากภายในด้วยการกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองเน้นทานผักและผลไม้หลากอย่าง เช่น แครอท พริกแดง และผักใบเขียวสลับหมุนเวียนกันไป เพราะสารอาหารเหล่านี้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลายจากมลพิษ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามิน C และ E สูง อย่างผลไม้ตระกูลเบอร์รี่หรือบรอกโคลี จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายพร้อมสู้กับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่หลุดรอดเข้ามา ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้นและลดผลกระทบจากฝุ่นสะสมในระยะยาวได้ดีมาก Q&A Q1 : ขี่มอเตอร์ไซค์ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ กันฝุ่นได้ไหม? A1: กันลมและแมลงได้ดี แต่กัน PM2.5 ไม่ได้นะ แนะนำให้สวมหน้ากากหน้ากันฝุ่นไว้ข้างในหมวกอีกชั้นเพื่อความปลอดภัยของปอด Q2: สัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมาน้องแมว ได้รับผลกระทบจาก PM2.5 เหมือนคนไหม? A1: ได้รับผลกระทบเหมือนกัน สัตว์เลี้ยงอาจมีอาการจาม น้ำมูกไหล หรือตาอักเสบได้ ช่วงนี้ควรพาน้อง ๆ อยู่ในบ้านและเช็ดตัวทำความสะอาดขนบ่อยขึ้น Q3: วันที่ไม่มีแดดหรือท้องฟ้ามืดครึ้ม หมายความว่าฝุ่นเยอะเสมอไปไหม? A3: ไม่เสมอไป บางครั้งอาจเป็นแค่เมฆครึ้มหรือหมอกปกติ วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือการเช็กค่า AQI ผ่านแอปพลิเคชัน เพราะฝุ่น PM2.5 ตาเปล่ามองไม่เห็น ภาพประกอบโดย ฉันท์ชมา ผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !