พณ.ดึงเอกชน-เกษตรกรสร้างสมดุลข้าว18 ล้านตัน ชาวนาขอต่อประกันรายได้ ผู้ส่งออกคงเป้า7.5ล้านตัน

พณ.ดึงเอกชน-เกษตรกรสร้างสมดุลข้าว18 ล้านตัน ชาวนาขอต่อประกันรายได้ ผู้ส่งออกคงเป้า7.5ล้านตัน
มติชน
18 เมษายน 2563 ( 14:34 )
60
พณ.ดึงเอกชน-เกษตรกรสร้างสมดุลข้าว18 ล้านตัน ชาวนาขอต่อประกันรายได้ ผู้ส่งออกคงเป้า7.5ล้านตัน

เมื่อวันที่ 18 เมษายน  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธาน ร่วมหารือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าข้าวในประเทศและต่างประเทศ  พร้อมเยี่ยมชม ขั้นตอนการบรรจุถุงข้าวสาร การเตรียมส่งมอบข้าวสารลงเรือ เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ที่บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาติดตามสถานการณ์ข้าวกับผู้แทนของเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว โรงสี ผู้ประกอบการข้าวถุง และผู้ส่งออก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯรายงานว่า ผลผลิตข้าวในฤดูการผลิตปี 2562/63 จะมีปริมาณข้าวสาร 18-18.8 ล้านตัน ขณะที่ผู้ส่งออกตั้งเป้าหมายส่งออกทั้งปี 2563 ประมาณ 7.5 ล้านตัน และการบริโภคและการแปรรูปภายในประเทศรวม 8 ล้านตัน ซึ่งปริมาณผลผลิตพอเพียงกับบริโภคและส่งออก แม้มีภาวะแล้งบ้าง

สำหรับราคาข้าวเปลือก เกษตรกรผู้ปลูกข้าวแจ้งว่าข้าวสดช่วงนี้ราคาอยู่ที่ 9,500 บาทต่อตันหากข้าวเปลือกความชื้นมาตรฐาน 15% อยู่ที่ราคา 10,200 -11,000 บาทต่อตัน ถือเป็นราคาสูงสุดในรอบ 10 ปี ส่วนราคาข้าวถุง มีผู้ประกอบการเข้าโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ตั้งแต่ 8% – 30.5% ขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อ ในด้านส่งออกที่สมาคมผู้ส่งออกตั้งเป้าไว้ 7.5 ล้านตัน ก็สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศประสานงานกับผู้ส่งออกอย่างใกล้ชิด ร่วมจัดทำแผนและรายงานตัวเลขการส่งออกทุกวัน เพื่อไม่ให้การส่งออกกระจุกตัวอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่ง ขอให้จัดทำตัวเลขให้ชัดเจนว่าแต่ละไตรมาสจะส่งออกปริมาณเท่าไหร่ เพราะจะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือกและราคาข้าวสารเพื่อการบริโภคในประเทศ  รวมถึงติดตามสถานการณ์นำเข้าและส่งออกประเทศต่างๆทั่วโลก เพื่อปรับแผนให้ทันเหตุการณ์

นายจุรินทร์ กล่าวว่า นอกจากนั้นได้กำหนดแผนงานร่วมกันในด้านการผลิต โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการของประเทศนำเข้าและตลาดโลก ซึ่งกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาดูแล

ในส่วนของการตลาด กระทรวงพาณิชย์จะร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกเดินหน้ารักษาตลาดข้าวเดิมพร้อมกับเปิดตลาดใหม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการฟื้นตลาดเก่าที่ได้เสียไป เช่น อิรัก แต่สถานการณ์ในอิรักยังไม่ปกติ รวมทั้งสถานการณ์โควิดแทรกเข้ามาจึงทำให้แผนงานนี้ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว แต่เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ จะเร่งดำเนินการ นอกจากนี้ สั่งการให้หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมสินค้านวัตกรรมที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ  เช่น แปรรูปข้าวเป็นอาหารขบเคี้ยว เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ผลักดันผู้ปลูก สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ขายข้าวบนตลาดออนไลน์

“ ความร่วมมือทุกฝ่ายทั้งเกษตรกร โรงสี ผู้ประกอบการข้าวถุง กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยกันทำให้เกิดดุลยภาพทั้งการผลิตและการตลาดของข้าวไทย เป้าหมายให้เกษตรกรสามารถขายข้าวเปลือกในราคาที่ดีที่สุด โดยไม่กระทบต่อราคาข้าวสารสำหรับผู้บริโภค ตอนนี้หลายยี่ห้อผลิตข้าวถุงจำหน่ายราคาช่วยประชาชน อาจมีล็อต 2 เร็วๆ นี้ สถานการณ์ราคาข้าวเปลือก หากราคาข้าวตกลงมาไม่ถึงรายได้ที่ประกันไว้ ขอเรียนว่านโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวยังคงอยู่และสามารถดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างเข้าบัญชีโดยตรงของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้ต่อไป “ นายจุรินทร์ กล่าว

นายวัฒนศักดิ์  เสือเอี่ยม  รองอธิบดีกรมการค้าภายใน  กล่าวว่า โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน เฉพาะข้าวถุงมี15 รายเข้าโครงการล็อตแรก เช่น ข้าวมาบุญครองข้าวหอมมะลิ 100% ลดราคาจาก 299 บาทเหลือ 199 บาท ลด 100 บาทถือว่าลดประมาณ 33% รายถัดไปที่ลดเยอะข้าวเสาไห้ ตราเบญจรงค์ ลดจาก 128 บาทเหลือ 89 บาท ลดประมาณ 30% ถัดมาเข้าหอมมะลิตราปิ่นเงิน ลดราคาจาก 229 บาทเหลือ 169 บาท ลด 26.2%  ข้าวหอมมะลิตราแสนดี ลดราคาจาก 197 เหลือ 179 ข้าวหอมมะลิตามบิ๊กซี 199 เหลือ 169 ข้าวเสาไห้ตราเบญจรงค์ 128 เหลือ 89 ข้าวพันธุ์ดีจาก 95 เหลือ 79 ข้าวปิ่นเงินหอมมะลิลดจาก 182 บาทเหลือ 159 บาท รวม ข้าวตราฉัตร จาก 150 บาทเหลือ 115 บาท

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ปี 2563 คาดตัวเลขส่งออกไว้ 7.5 ล้านตัน  ไตรมาสแรกควรส่งออกได้ 1.8 ล้านตัน แต่ส่งออกได้เพียง 1.5 ล้านตัน เพราะสถานการณ์ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยไตรมาสแรกมีทั้งเหตุการณ์ เวียดนามขายข้าวถูกกว่าไทยมาก ต่อมาการแพร่ระบาดของโควิดทำให้เวียดนามชะลอส่งออก และอินเดียมีปัญหาการขนส่ง เพราะล็อคดาวน์ประเทศ 30 วัน การขนส่งทางน้ำมีปัญหามากส่งออกได้ทางคอนเทนเนอร์ไม่มากการส่งออกจึงทำไม่ได้มากนัก  และต้องระมัดระวังไม่ให้สินค้าในประเทศขาดแคลนด้วย ส่วนไตรมาส 2 คาดว่าจะส่งออกได้ 2 ล้านตัน เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนกับความต้องการภายในประเทศ และไตรมาส 3 ตั้งเป้าส่งออกอีก 2 ล้านตัน และไตรมาส 4 อีก 2 ล้านตัน

“ ยืนยันว่าข้าวภายในประเทศไม่ขาดแคลน และปีนี้ราคาข้าวเปลือกชาวนาได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะช่วงนี้ข้าวเปลือกได้ราคากว่า 9 พันบาท สูงสุดในรอบ 10 ปีที่ เราจะบริหารจัดการส่งออกอยู่ในระดับที่ชาวนามีความพอใจ และไม่ขาดแคลนภายในประเทศ” กล่าว

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ทำนโยบายประกันรายได้ให้กับชาวนา ทำให้ชาวนาได้รับราคาข้าวที่เป็นธรรมและสูงเป็นที่พอใจของเกษตรกรชาวนามาก  ตั้งแต่มีนโยบายประกันรายได้ ชาวนาได้รับราคาที่สูงสุดในรอบ 10 ปี จากสมัยก่อนราคาข้าวสูงสุดอยู่ที่ 6,000- 7,000 บาทต่อตัน มาเป็นราคา 9,500-9,700 บาท/ตันในตอนนี้

“ชาวนาก็ฝากผมมาขอบคุณรองนายกฯจุรินทร์   พร้อมฝากวอนว่าขอให้ทำโครงการประกันรายได้  เช่นนี้ตลอดไป ชาวนาไทยขอขอบพระคุณท่านมากครับ” นายปราโมทย์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง