หลายคนคงมีแหละค่ะว่าตัวเองเป็นเด็กเรียนนะ บ้างก็เป็นเด็กกิจกรรมนะ แล้วมันดันเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า อ้าว! แล้วฉันควรเน้นอะไรดี เอียง ๆ ไปทางเรียนดีมั้ย? หรือเน้นไปทางกิจกรรมดีนะ วันนี้พี่นัทเลยมาไขข้อข้องใจน้อง ๆ ให้ค่ะ พี่นัทหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับน้อง ๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ มีอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อม ๆ กับพี่นัทเลย(ขอบคุณภาพจาก Pexels.com) ++ เด็กเรียน เด็กกิจกรรม คือ? ++ก่อนจะไปพูดถึงเราต้องรู้ก่อนค่ะว่าเด็กเรียนกับเด็กกิจกรรมมันเป็นยังไง พี่นัทขอเริ่มพูดที่ เด็กเรียน ก่อนนะคะ คือเขาจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างใส่ใจกับการเรียน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเอย หาเพื่อนติวเอย แทบจะทุ่มเวลาไปกับการเรียนเป็นส่วนใหญ่ เพราะเด็กเรียน มักจะติดนิสัยหาความรู้เข้าตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นเด็กช่างสงสัย ส่วนมากเด็ก้รียนจะเป็นเด็กที่ใส่ใจในอนาคต และมีความมุ่งมั่นสูง ส่วน เด็กกิจกรรม มันค่อนข้างจะมีหลายรูปแบบแต่ตามชื่อเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมซะมากกว่า อย่างเล่นกีฬา ดนตรี ชมรม หรือชอบช่วยงานโรงเรียน เช่น เป็นคณะกรรมการนักเรียน ประมานนั้นจ้าาา พอรู้แบบนี้แล้วเราไปดูกันเลยว่าควรเน้นแบบไหนดีน้า(ขอบคุณภาพจาก Pexels.com) 1. โอกาสในการเรียนต่อถ้าจะพูดถึงโอกาสในการเรียนต่อของน้อง ๆ ที่จบ ม.6 พี่นัทบอกเลยว่าเด็กเรียนจะมีโอกาสสูงกว่า (แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กกิจกรรมจะไม่ได้เรียนนะ) พี่หมายถึงคณะดี ๆ เช่น สถาปัตยกรรม แพทย์ศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อะไรประมาณนั้น เพราะระบบ TCAS จะมีแค่รอบเดียวที่นำกิจกรรมมาพิจารณารับนักศึกษาเข้าเรียน นอกนั้นอีก 3 - 4 รอบ รับจากเกรด และคะแนนสอบล้วน ๆ เลยจ้า(ขอบคุณภาพจาก Pexels.com) 2. โอกาสในการทำงานข้อนี้พี่นัทบอกเลยว่ามันขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย พี่เองก็คอนเฟิร์มให้ไม่ได้ แต่หากเป็นงานที่ไม่มีการสอบแข่งขัน ใช้การสัมภาษณ์อย่างเดียว เด็กกิจกรรมจะค่อนข้างได้เปรียบ เพราะประสบการณ์ในการลงมือปฎิบัตินั้นค่อนข้างมีเยอะกว่า และงานแทบจะทุกที่ก็มักจะเน้นเด็กที่มีประสบการณ์ ดังนั้นพี่นัทเลยคิดว่าเด็กกิจกรรมมีโอกาสผ่านมากกว่า แต่หากงานไหนต้องใช้การสอบเข้าเช่น สอบบรรจุครู อันนี้พี่นัทว่าเด็กเรียนจะมีโอกาสสูกกว่านิดหนึ่งค่ะ (บอกก่อนนะว่าไม่เสมอไป เพราะถ้าเด็กกิจกรรมเขาตั้งใจอาจจะได้คะแนนดีกว่าก็ได้งับ) แต่ แต่ แต่ พี่นัทขอบอกเลยว่าทั้ง 2 แบบ ไม่มีใครดีใครแย่นะคะ ดังนั้นไม่ต้องเถียง และไม่ต้องเลือกจ้า เพราะจะเถียงกันยังไงก็ไม่ได้คำตอบที่ลงตัวอยู่ดี ถ้าเป็นไปได้พี่นัทแนะนำให้เน้นควบคู่กันดีกว่าค่ะ เด็กเรียนจะแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ บ้าง พี่ว่ามันช่วยให้ผ่อนคลายสมองได้นะ ส่วนเด็กกิจกรรมถ้าเน้นแต่กิจกรรมไม่สนใจเรียนพี่ว่ามันจะแย่เอานะคะ ดังนี้เลือกไม่ได้ก็ทำทั้งคู่ให้ดีที่สุดเลยจ้า เราอาจจะเน้นไปในส่วนที่เราถนัดเยอะกว่านิดหนึ่ง อย่างพี่นัทจะเอียง ๆ ไปทางเรียนมากกว่า แต่ไม่ได้ทิ้งกิจกรรมนะคะ ทำคู่กันแต่อย่างที่บอกว่าเน้นเรียนซะส่วนใหญ่ น้อง ๆ ลองค้นหาตัวเองดูนะคพว่าเป็นประเภทไหน ตั้งใจทำให้ดีพี่นัทเชื่อว่าผลออกมาดีแน่นอนค่ะ(ขอบคุณภาพจาก Pexels.com) ก่อนจบบทความพี่นัทฝากไว้ให้คิดคำหนึ่งนะคะ การเรียนทำให้คนมีงาน กิจกรรม (ประสบการณ์) ทำให้คนทำงานเป็น สุดท้ายจริง ๆ ละ คือน้อง ๆ จะเน้นไปทาไหนมันก็ขึ้นอยู่กับความฝันของน้อง ๆ ด้วย เช่น ถ้าอยากเรียนแพทย์ เภสัชกร จะเน้นกิจกรรมมันก็คงไม่ใช่ เพราะจะเข้าเรียนคณะพวกนี้ใช้หลักความจำซะส่วนใหญ่ สอบนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด เหมือนที่พี่บอกไว้ข้างต้นนั้นแหละค่ะว่ามันเลือกไม่ได้ ต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบร่วมด้วยสำหรับบทความนี้พี่นัทสาระลาไปก่อนนะคะ บทความหน้าพี่นัทจะเอาอะไรมาฝากน้อง ๆ ฝากติดตามอ่านด้วยนะ ภาพปกโดย Pexels.com