รีเซต

ฝนยุคใหม่ ตกสั้นแต่ถล่มหนัก ทั่วโลกเป็นเหมือนกันหมด เสี่ยงเจอท่วมสลับแล้ง

ฝนยุคใหม่ ตกสั้นแต่ถล่มหนัก ทั่วโลกเป็นเหมือนกันหมด เสี่ยงเจอท่วมสลับแล้ง
TNN ช่อง16
6 พฤศจิกายน 2569 ( 14:30 )
2

รูปแบบการตกของฝนทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากังวล หลังงานวิจัยล่าสุดพบว่า พายุฝนที่ทำให้เกิดปริมาณน้ำฝนมากที่สุดของโลกกำลังมีระยะเวลาสั้นลง แต่กลับมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยปริมาณฝนจำนวนมหาศาลที่เคยตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน กลับตกลงมาอย่างหนักภายในช่วงเวลาที่สั้นกว่าเดิม ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกอาจเผชิญความเสี่ยงทั้งน้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง และปัญหาความมั่นคงด้านน้ำที่ซับซ้อนมากขึ้น


ผลการศึกษาของฉีหยวน เหมียว (Chiyuan Miao) และคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Beijing Normal University) ประเทศจีน ซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Earth's Future พบว่า พายุฝนที่รุนแรงที่สุดของโลกมีส่วนทำให้เกิดปริมาณน้ำฝนรวมคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณฝนทั้งหมดในแต่ละปี แต่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เหตุการณ์ฝนตกหนักเหล่านี้กลับเกิดขึ้นน้อยครั้งลงและมีระยะเวลาสั้นลง ขณะที่ปริมาณฝนยังคงกระจุกตัวอยู่ในเหตุการณ์ฝนตกหนักเพียงไม่กี่ครั้ง

นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายวันระหว่างปี 2523–2565 จากสถานีตรวจวัดน้ำฝนมากกว่า 19,000 แห่งทั่วโลก พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ปริมาณฝนประมาณครึ่งหนึ่งของแต่ละปีเกิดจากเหตุการณ์พายุฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวันรวมกันเพียงประมาณ 9 ครั้ง และใช้ระยะเวลาตกสะสมรวมกันประมาณ 28 วันเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี พบว่า ระยะเวลาเฉลี่ยของเหตุการณ์พายุฝนรุนแรงลดลงประมาณ 86 นาทีในทุก ๆ 10 ปี ส่งผลให้ระยะเวลารวมที่ใช้ในการทำให้เกิดปริมาณฝนครึ่งหนึ่งของทั้งปีสั้นลงมากกว่า 9 ชั่วโมงครึ่ง นับตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา


การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ฝนปริมาณมหาศาลกำลังตกลงมาอย่างรวดเร็วและเข้มข้นมากกว่าเดิม แทนที่จะกระจายตัวตกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้ระบบระบายน้ำในเมือง แม่น้ำ และพื้นที่ลุ่มต่ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลบ่าเข้ามาในระยะเวลาอันสั้นได้ทัน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่


ผลการศึกษายังพบว่า แนวโน้มพายุฝนที่มีระยะเวลาสั้นลงเกิดขึ้นในทุกทวีปทั่วโลก แต่มีความแตกต่างกันไปตามภูมิภาค โดยยุโรปและอเมริกาใต้เป็นพื้นที่ที่พบการเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ฝนตกหนักที่สุดมีระยะเวลาสั้นลงมากถึง 144 นาที หรือประมาณ 2 ชั่วโมง 24 นาทีในทุก ๆ 10 ปี

นักวิจัยชี้ว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเสี่ยงน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อภัยแล้งและความมั่นคงด้านน้ำ เนื่องจากฝนที่ตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจไหลบ่าออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว แทนที่จะค่อย ๆ ซึมลงสู่ดินและเติมแหล่งน้ำใต้ดิน ทำให้บางพื้นที่อาจประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง แม้จะมีฝนตกหนักเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นก็ตาม


นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักและรุนแรงขึ้นยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของหน้าดิน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและความอุดมสมบูรณ์ของดิน ขณะที่การเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาการตกของฝนอาจส่งผลต่อความชื้นในพื้นที่ป่า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในบางภูมิภาค โดยระดับผลกระทบจะแตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่


ผลการศึกษาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากฝนไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนรวมเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความรุนแรง ความถี่ และระยะเวลาที่ฝนตกด้วย การที่ฝนจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในช่วงเวลาที่สั้นลงจึงอาจสร้างความท้าทายใหม่ต่อการบริหารจัดการน้ำ การวางแผนระบบระบายน้ำ และการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก


การเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนดังกล่าวยังเป็นสัญญาณเตือนว่า แม้ปริมาณฝนโดยรวมอาจไม่ได้ลดลง แต่การกระจายตัวของฝนที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้บางพื้นที่เผชิญน้ำท่วมรุนแรง ขณะที่บางพื้นที่กลับประสบภัยแล้งและขาดแคลนน้ำมากขึ้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบเตือนภัย การบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับฝนที่ตกหนักในระยะเวลาสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง