TNN Tech Forum 2026 ชวนหาคำตอบ เมื่อ AI เก่งขึ้นทุกวัน แล้วมนุษย์จะยืนอยู่ตรงไหนในโลกอนาคต?

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ใคร ๆ ก็ใช้ AI ทำงาน จนหลายคนมองว่า AI สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้แล้ว แล้วคนเราจะยืนอยู่ตรงไหน และควรเดินหน้าต่อไปอย่างไร? นี่คือคำถามที่หลายคนยังหาคำตอบไม่ได้
ในงาน TNN Tech Forum 2026: AI Warfare – The Race for Humanity เวที “Where do humans stand in the AI race? จุดยืนมนุษย์อยู่ตรงไหน เมื่อใครๆ ก็ใช้ AI ทำงาน” คุณกษิดิศ สตางค์มงคล หรือ คุณทอย ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล (Data) และเจ้าของเพจ DataRockie ชวนเปิดมุมมองต่อประเด็นนี้ โดยเริ่มต้นจากบทบาทของคุณพ่อที่เฝ้ามองลูกชายตัวน้อยเติบโต ก่อนจะนำไปสู่คำถามสำคัญว่า การศึกษาและอนาคตการทำงานของคนรุ่นต่อไปจะเป็นอย่างไร ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างแน่ชัด
คุณทอย กษิดิศ สตางค์มงคล
ไม่มีใครรู้อนาคตอย่างแท้จริง
คุณทอยเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงหนังสือเล่มใหม่ของศาสตราจารย์อีธาน มอลลิค จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ความรู้เกี่ยวกับ AI ที่เราเคยยึดถือเมื่อสองสามปีก่อน อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น ทักษะ Prompt Engineering ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นอาชีพแห่งอนาคต แต่ปัจจุบันหลายองค์กรกลับไม่มีตำแหน่งนี้แล้ว เพราะระบบได้รับการพัฒนาให้มนุษย์สามารถสื่อสารกับ AI ด้วยภาษาปกติได้โดยตรง สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้
ความน่ากลัวและน่าฉงนของ AI ในปัจจุบันสะท้อนผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ความสามารถที่ไม่สม่ำเสมอ กล่าวคือ AI อาจแก้โจทย์ฟิสิกส์ พิสูจน์ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ หรือทำนายโครงสร้างโปรตีนที่ซับซ้อนได้อย่างน่าทึ่ง แต่กลับทำผิดพลาดในเรื่องพื้นฐานง่าย ๆ เช่น การนับจำนวนผลไม้ในภาพ การแยกแยะใบหน้าสุนัขกับคุกกี้ หรือการนับตัวอักษร R ในคำว่า Strawberry
สิ่งเหล่านี้ย้ำให้เห็นว่า ไม่ว่าใครจะออกมาคาดการณ์อนาคตของ AI อย่างไร ความจริงในวันนี้คือ ไม่มีใครรู้ได้อย่างแท้จริงว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
เลือกมนุษย์ก่อนเทคโนโลยีเสมอ
เมื่ออนาคตยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้อย่างชัดเจน และหากมนุษย์ต้องเลือกระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น กับการพัฒนาความเป็นมนุษย์ให้ดีขึ้น คุณทอยย้ำว่า เราจำเป็นต้องยึดหลัก Choose Humanity over Technology หรือเลือกให้ความสำคัญกับการพัฒนามนุษย์ก่อนเทคโนโลยี
เพราะอนาคตของประเทศและของโลกไม่ควรขึ้นอยู่กับการทุ่มงบประมาณไปกับ Data Center หรือการแสวงหากำไรทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่ควรได้รับการลงทุนอย่างยั่งยืนคือเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งในด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต
ในมิติของ AI Warfare หรือสงครามการแข่งขันทางเทคโนโลยี มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มเปลี่ยนการพูดถึง AI ไปสู่ Super Intelligence หรือ SI พร้อมเร่งพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ AGI อย่างเต็มกำลัง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคือ การแข่งขันกันสร้าง AI ที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่กลับไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนว่า มนุษย์อีก 99.99 เปอร์เซ็นต์จะใช้ชีวิตอย่างไร หากระบบสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด
แม้แต่บุคคลสำคัญในวงการ AI อย่าง Dario Amodei แห่ง Anthropic และ Geoffrey Hinton ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่ง AI จากผลงานด้านเทคโนโลยี Deep Learning และ Backpropagation ต่างก็ออกมาแสดงความเห็นว่าควรชะลอการพัฒนา AI ลง แต่ในความเป็นจริงกลับไม่สามารถหยุดยั้งการแข่งขันได้ เนื่องจากสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน
เทคโนโลยีอาจกลายเป็นเครื่องมืออันตราย เมื่ออยู่ในมือคนไม่ดี
นอกจากความกังวลเรื่องการจ้างงานแล้ว เทคโนโลยียังเป็นเครื่องมือที่มีได้ทั้งคุณและโทษ โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับวิธีที่มนุษย์นำไปใช้
AI ระบบเดียวกันอาจถูกนำไปใช้ค้นคว้าและพัฒนายารักษาโรคร้าย ขณะเดียวกันก็อาจถูกใช้สร้างอาวุธชีวภาพ เช่นเดียวกับที่สามารถนำมาใช้พัฒนาสื่อการศึกษา หรือใช้ผลิต Deepfake และกลโกงออนไลน์ได้
ยิ่งไปกว่านั้น อัลกอริทึมของสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบันยังได้รับการออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้มนุษย์ใช้เวลาอยู่หน้าจอให้นานที่สุด จากสถิติพบว่า คนไทยใช้เวลาบนสมาร์ตโฟนเฉลี่ยถึง 5 ชั่วโมงต่อวัน หรือคิดเป็น 76 วันต่อปี ซึ่งอาจทำให้เวลาอันมีค่าถูกใช้ไปกับหน้าจอ โดยไม่ได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้หรือพัฒนาตนเองอย่างแท้จริง
4 หลักคุณธรรม ที่ช่วยให้มนุษย์ก้าวไปเหนือกว่า AI
เมื่อมีผู้พัฒนาอัลกอริทึม AI ที่อาจส่งผลให้มนุษย์มีพฤติกรรมแย่ลง คุณทอยชวนให้เราย้อนกลับไปมองรากฐานทางปรัชญาที่มีการกล่าวถึงมานานนับพันปี ซึ่งเสนอว่าคำตอบของการดำรงอยู่ของมนุษย์คือการเข้าถึง Eudaimonia หรือการเติบโตไปสู่การเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ผ่านคุณธรรม 4 ประการ ได้แก่
- Wisdom หรือการแสวงหาปัญญา
- Courage หรือความกล้าหาญในการทำสิ่งที่ถูกต้อง
- Justice หรือความยุติธรรมและการแบ่งปัน
- Temperance หรือความรู้จักพอและการควบคุมตนเอง
เพื่อให้อยู่รอดและยังคงสร้างคุณค่าได้ในยุค AI มนุษย์จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงาน โดยหันมาสร้างคุณค่าจากพลังความคิดและความคิดสร้างสรรค์ แทนการขายเวลาซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด เราจึงควรเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “แล้วตัวเราทำอะไรได้บ้างโดยไม่ต้องใช้ AI” เพื่อสร้างทั้งความรู้เชิงลึกและความรู้ที่กว้างขวางให้กับตัวเองเสียก่อน
คุณทอยกล่าวว่า เมื่อมนุษย์มีความรู้ทั้งเชิงลึกและกว้างขวางแล้ว จึงจะสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยขยายขอบเขตความรู้ให้กว้างไกลยิ่งขึ้นได้ การใช้ AI อย่างเหมาะสมควรช่วยให้เราเก่งขึ้นและฉลาดขึ้นในทุก ๆ วัน ไม่ใช่ปล่อยให้ AI อ่านหนังสือหรือเขียนบทความแทนทั้งหมด จนตัวเราเองสูญเสียทักษะการเรียนรู้ไป
ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรกลับมาให้ความสำคัญกับการอ่านและการเขียนด้วยตัวเอง ดังเช่นนโยบายของประเทศสิงคโปร์ที่ส่งเสริมให้ประชาชนอ่านหนังสือวันละ 15 นาที เพื่อสร้างรากฐานทางปัญญาที่แท้จริง
ท้ายที่สุดแล้ว AI ไม่ได้สำคัญไปกว่าเยาวชนและมนุษยชาติ แม้เราอาจไม่สามารถหยุดยั้งการพัฒนาเทคโนโลยีได้ แต่เราทุกคนยังเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร โดยเริ่มจากการตื่นขึ้นมาในทุก ๆ วัน พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
