สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ราคาน่ารัก ๆ ไม่เกิน 5 แสนบาทปลาย ๆ แต่ยังไม่รู้จะเลือกรุ่นไหนดี วันนี้เรารวบรวมมาให้แล้วถึง 4 รุ่นด้วยกัน อีกทั้งหมดยังเป็นรถยนต์ที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ ภายในปี 2569 นี้ด้วย จะมีรุ่นไหนบ้าง และราคาจะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลยค่ะ อ่านเพิ่มเติม: รวม 5 รถไฮบริดมือสอง 2026 น่าซื้อ สเปค ราคาดี ประหยัดน้ำมัน 1. Chery Q ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ที่มาพร้อมแรงม้าสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 115 นิวตันเมตร และระยะในการขับขี่สูงสุดถึง 400 กิโลเมตรเลยทีเดียว แถมยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ RWD อีกด้วย เรียกได้ว่า แค่สเปคในส่วนของสมรรถนะพื้นฐานก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดย Chery Q มีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ Qlick, Qool และ Quint ซึ่งจะเป็นรุ่นท็อปสุดของซีรีส์นี้ และทั้งหมดจะมาพร้อมสมรรถนะเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่อุปกรณ์ภายใน ชุดแต่ง และระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ในรุ่นกลางและรุ่นท็อปจะให้มามากกว่า ทั้งดีไซน์ยังน่ารัก So Cute สุด นอกจากนี้ ในส่วนที่นั่งภายในยังรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 5 ท่าน และเบาะหลังยังสามารถพับเก็บได้แบบ 60:40 เพื่อให้เก็บสัมภาระได้มากขึ้นอีกด้วย และโดยรวมแล้ว Chery Q เป็นรถที่ค่อนข้างเหมาะกับวัยรุ่น หรือวัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัว และความประหยัดเป็นหลัก โดยเฉพาะนักศึกษาหรือสายออฟฟิศที่อาศัยอยู่ในแถบชานเมือง ที่ต้องฝ่ารถติดเข้าเมืองเพื่อไปทำงานหรือฝึกงานเป็นประจำ ราคา: ราคาช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 449,900 บาท สี: Creamy Beige / Sporty White / Magic Purple / Rose Peach 2. MG Urban ใหม่ล่าสุดสำหรับ New MG Urban 2026 รถยนต์ไฟฟ้า100% ที่พึ่งเปิดตัวสด ๆ ร้อน ๆ ในไทย พร้อมค่าตัวเริ่มต้นเบา ๆ เพียง 529,900 บาท ทั้งยังมาพร้อมกับ 3 รุ่นย่อยให้เลือก ได้แก่ Standard, Max และ Ultra ซึ่งในรุ่นเริ่มต้น (รุ่น Standard) จะมาพร้อมกำลังในการขับขี่ 150 แรงม้า และสามารถวิ่งได้สูงสุด 435 กิโลเมตร ในส่วนขนาดของตัวรถอยู่ที่ 4,395 x 1,842 x 1,549 มม. (ย.ก.ส.) ซึ่งจะเท่ากับรุ่นกลางและรุ่นท็อป อีกทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกรวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ให้มาก็ค่อนข้างครบครันพอสมควรเลยทีเดียว อย่างเช่น จอกลางขนาดใหญ่สุดถึง 15.6 นิ้ว และจอแสดงผลการขับขี่ 7 นิ้ว ภายในตกแต่งทันสมัย และเรียบหรู จึงทำให้ภาพรวมของรถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับขับขี่ในเมืองและชานเมืองมากเลยทีเดียว ทั้งยังตอบโจทย์คนที่อยากได้รถที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ครอบคลุมกับการใช้งานในปัจจุบัน ราคา: เริ่มต้นประมาณ 529,900฿ สี: Lavender purple / Modern Beige / Arctic White / Andes Grey / Black Pearl 3. BYD Dolphin ไปกันต่อที่ค่าย BYD กันดีกว่าค่ะ กับรุ่น Dolphin ซีรีส์ล่าสุด ที่เปิดตัวมาพร้อม 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ Standard และ Extended และสำหรับรุ่นที่เราจะนำมาพูดคุยกันในวันนี้คือ รุ่นเริ่มต้นอย่าง Standard Range ที่มาพร้อมค่าตัวเริ่มต้นที่ประมาณ 509,900 บาท โดยเป็นรุ่นที่มาพร้อมกำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 12.3 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. รวมไปถึงความจุของแบตเตอรี่สูงสุดที่ 50.25 กิโลวัตต์-ชั่วโมง จึงทำให้ BYD Dolphin 2026 Standard Range สามารถวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน NEDC 435 กิโลเมตร นอกจากนี้แล้ว BYD เขายังได้มีการปรับโฉมใหม่ และอัปเกรดทั้งหน้าตา การตกแต่ง เทคโนโลยี รวมไปถึงระบบไฟฟ้าที่ทำให้การชาร์จไฟในระบบ DC เร็วขึ้นกว่าที่เคย รวมไปถึงการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย ราคา: ราคาแคมเปญพิเศษเริ่มต้นประมาณ 509,900฿ สี: Coastal Cream / Flora Purple / Alaskan Grey / Coral Pink 4. BYD ATTO1 ครั้งแรกกับการเปิดตัวในไทยสำหรับ BYD ATTO1 (BYD Seagull) ที่มาพร้อมราคาสุดน่ารัก แถมสีสุดไอคอนนิกอย่าง Pop Green และ Velocity Blue โดยรุ่นนี้เป็นก็เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัว เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตทั้งในเมืองและชานเมือง BYD ATTO1 รุ่น Premium มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ที่ให้กำลังสูงสุด 55 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-50 กม./ชม. อยู่ที่ 4.9 วินาที ความจุแบตเตอรี่ 38.88 กิโลวัตต์-ชั่วโมง จึงทำให้ BYD ATTO1 สามารถวิ่งได้ไกลสุด 380 กม. นอกจากนี้แล้ว สำหรับค่าตัว 4 แสนกว่า ๆ BYD เขาก็ยังคงให้เทคโนโลยีมาให้แบบไม่กักเช่นเคย เช่น หน้าจอมัลติมีเดีย หมุนได้ ขนาด 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อม BYD Digital Key ในรุ่น Premium ที่จะทำให้คุณสามารถใช้สมาร์ทโฟนแตะเปิด-ล็อกรถแทนกุญแจจริง ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเทคโนโลยีเกี่ยวกับการจัดการแบตเตอรี่ที่ช่วยให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทนความร้อน และ ปลอดภัย ราคา: รุ่น Dynamic (รุ่นเริ่มต้นวิ่งได้ 300 กม.) เริ่มต้น 429,900 บาท สี: Pop Green / Velocity Blue / Quantum Black / Shell White Q&A: 3 คำถามเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า Q: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเหมาะกับใคร? A: สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก วิ่งได้สูงสุดไม่เกิน 450 กม. จะค่อนข้างเหมาะกับคนที่ต้องการความคล่องตัว คนที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ รวมไปถึงคนที่ต้องเดินทางไปเรียนหรือทำงานเป็นระยะทางไปกลับไม่เกิน 60 - 80 กม. เป็นต้น Q: แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใช้ได้นานกี่ปี? A: มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 300,000 - 500,000 กม. ขึ้นไป โดยส่วนใหญ่ค่ายรถจะรับประกันแบตเตอรี่อยู่ที่ราว ๆ 8 ปี หรือ 150,000 - 160,000 กม. Q: ยางรถยนต์ไฟฟ้าต่างจากยางรถสันดาปไหม? A: ต่างกันแน่นอนค่ะ เพราะยางของรถ EV จะถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้สอดคล้องกับน้ำหนักของตัวรถที่มากกว่า แรงบิดที่สูง รวมไปถึงเน้นเรื่องความเงียบเพื่อลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้ายังคงสามารถนำยางรถยนต์ทั่วไปมาใช้งานร่วมกันได้ แต่ต้องเลือกขนาดยางและดัชนีการรับน้ำหนักให้ถูกต้องตามสเปกของตัวรถ แต่ถึงอย่างนั้นการเลือกใช้ยางสำหรับ EV โดยเฉพาะก็จะช่วยให้อายุการใช้งานยาวนานและประหยัดพลังงานได้สูงสุดค่ะ เครดิตภาพปก/ภาพประกอบ ภาพปก: Chery Thailand: ภาพที่1 / MG Thailand: ภาพที่2 / BYD Thailand: ภาพที่3, ภาพที่4 / sparklestroke / ibisa ภาพประกอบ: Chery Thailand: ภาพที่1, MG Thailand: ภาพที่2, BYD Thailand: ภาพที่3, ภาพที่4 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !