รีเซต

ฮั่วเซ่งเฮงชี้ ปี 2026 ทองคำคือดาวเด่น ไม่เสื่อมค่าเหมือนเงิน

ฮั่วเซ่งเฮงชี้ ปี 2026  ทองคำคือดาวเด่น  ไม่เสื่อมค่าเหมือนเงิน
TNN ช่อง16
5 กุมภาพันธ์ 2569 ( 16:05 )
7

สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 คือทองคำ 

การปรับขึ้นของราคาทองคำในปี 2025 ร้อนแรงต่อเนื่องมาถึงเดือนมกราคมที่ร้อนแรงผิดปกติ  เดือดจัดจนถึงขีดสุด ในที่สุดโดนแรงเทขายกระหน่ำปรับลดลงแรง 14% ภายใน 2 วัน แล้วกลับมาฟื้นตัวแรง 6% ในวันเดียว ซึ่งถือว่าขึ้นแรงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2551  ความผันผวนของราคาทองรุนแรงมากสุดในประวัติการณ์ ทำให้มีคำถามว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือไม่  เควิน วอร์ชจะทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นขาลงได้หรือไม่


Debasement trade ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุด

กระแส Debasement trade คือ กลยุทธ์การลงทุนที่อาศัยแนวคิดว่ามูลค่าของเงินจะถูกลดค่าในระยะยาว จากนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ไม่ว่าจะเป็น การพิมพ์เงิน ดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง หนี้สาธารณะสูง ทำให้ Fund flow ไหลออกจากเงินสกุลต่าง ๆ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์ เข้าลงทุนในทองคำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากการที่ปริมาณทองเพิ่มไม่ได้ตามอำเภอใจเหมือนเงินกระดาษ

ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุดเมื่อเทียบกับเงินกระดาษที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ ทั้งเงินดอลลาร์ เงินฟรังก์สวิส  เงินเยน ซึ่งปี 2568 ทองให้ผลตอบแทนสูงถึง 64% ส่วนปีนี้ (ถึงวันที่ 4 ก.พ.69)ทองให้ผลตอบแทน 13% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการรักษามูลค่าของทองคำ ไม่เสื่อมค่าเหมือนมูลค่าเงินกระดาษในระยะยาว ส่วนเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าสุดในสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย  ปี 2568 แข็งค่าขึ้นถึง 12.1% ส่วนปีนี้ (ถึงวันที่ 4 ก.พ.69) แข็งค่า 1.9% เหตุผลคือสวิตเซอร์แลนด์มีเงินทุนสำรองมากสุดอันดับ 3 ของโลก ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ระบบธนาคารแข็งแกร่ง เสถียรภาพทางการเมืองสูง 

ทองผันผวนสูง ตัวการ - Crowded Trade และ Robot

Crowded Trade คือภาวะที่นักลงทุนจำนวนมาก “อยู่ฝั่งเดียวกัน” ในสินทรัพย์เดียวกันมากเกินไป ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนทุกกลุ่มพากันเข้าซื้อทองคำและถือฝั่ง Long ในตลาดล่วงหน้า ซึ่งราคาขึ้นแรงและเร็วลักษณะ parabolic ซึ่งมีข่าวลบเล็กน้อย ทองคำถูกเทขายอย่างหนัก ผสมกับการใช้ Robot trade ในการเทรดทองคำ หลังราคาหลุดจุดขายตั้งขาดทุน ทำให้มีคำสั่งขายจาก Robot trade ส่งผลให้ราคาทองลงอย่างรวดเร็ว และมีความผันผวนสูงมาก


วอร์ช “เหยี่ยว–พิราบ” ในคนเดียวกัน มุมมองนโยบายเฟดซับซ้อนกว่าที่คิด

เควิน วอร์ช ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานเฟด กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ตลาดทองคำต้องจับตา หลังแสดงจุดยืนเชิงนโยบายที่มีความ “สองด้าน” โดยด้านหนึ่งสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อหนุนเศรษฐกิจและลดแรงกดดันด้านต้นทุนการกู้ยืม ขณะที่อีกด้านยังคงมีภาพลักษณ์เป็นผู้กำหนดนโยบายสายเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ

วอร์ชเห็นพ้องกับทรัมป์ว่า การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจาก AI อาจช่วยกดเงินเฟ้อในระยะกลาง เปิดทางให้เฟดสามารถลดดอกเบี้ยได้โดยไม่กระทบตลาดแรงงาน หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริงจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำผ่านช่องทางการลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง

อย่างไรก็ดีตลาดยังคงระมัดระวัง เนื่องจากประวัติการทำงานของวอร์ชในฐานะผู้ว่าการเฟดเป็นเวลา 5 ปี สะท้อนจุดยืนสาย “เหยี่ยว” โดยเฉพาะการคัดค้านการใช้มาตรการ QE

ปัจจุบันเฟดได้กลับมาเพิ่มการถือครองพันธบัตรอีกครั้ง หลังจากลดงบดุลต่อเนื่องราว 2 ปี แต่ยังไม่ชัดเจนว่าวอร์ชจะสนับสนุนแนวทางดังกล่าวหรือไม่ หากมีการชะลอหรือยุติการขยายงบดุล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวอาจทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะจำกัด upside ของทองคำ

ฮั่วเซ่งเฮงยังมีมุมมองต่อราคาทองคำในทางบวกและเชื่อมั่นทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ถึงแม้ว่าปีนี้เผชิญความผันผวนอย่างมาก ในที่สุดในปีนี้คาดราคาทองคำจะกลับไปที่จุดสูงสุดเดิมที่ 5,595 ดอลลาร์ และมองว่า  “สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 คือทองคำ” 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง