ส่องอัพเดท: chat gpt มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ? จากวันเปิดตัวสู่เวอร์ชั่นล่าสุดในปี 2026 หากจะให้นึกเอไอสักตัวแน่นอนว่าชื่อที่หลายคนมักนึกถึงเป็นลำดับแรก ๆ เสมอ ก็คงจะหนีไม่พ้น chat gpt ผู้บุกเบิกและส่งเอไอสู่มือยูสเซอร์อย่างเรา ๆ ให้ได้ใช้งานอย่างเป็นรูปธรรมเป็นเจ้าแรกนั่นเอง โดยการปรากฎตัวครั้งแรกของ chat gpt เมื่อปี 2022 ได้สร้างความฮือฮาให้กับโลก รวมถึงสั่นสะเทือนวงการเทคฯอย่างแท้จริง เมื่อผู้คนทั่วโลกได้สัมผัสกับ ai chatbot ที่มีความสามารถในการพูดคุยโต้ตอบกับเราได้เสมือนเป็นมนุษย์คนนึง โดยไม่ต้องมีการโปรแกรมคำตอบไว้เหมือนระบบออโต้แชทดั้งเดิมเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามในช่วงเปิดตัวของแชทจีพีทีถือได้ว่ายังมีข้อจำกัดเรื่องความสามารถของมันอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเรื่องของความเข้าใจในภาษาบางภาษา ความบกพร่องในการเจนเนอเรทภาพตามคำสั่ง ฯลฯ ก่อนที่ช่วงเวลากว่าสี่ปีที่ผ่านมาจะเกิดการพัฒนา อัพเดทโมดูลต่าง ๆ มากมายให้เจ้าเอไออัจฉริยะตัวนี้ จนผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ แทบจะจำเวอร์ชั่นแรกของมันไม่ได้แล้ว วันนี้เราจึงจะพากันมาส่องอัพดทของ chatgpt ให้ได้ทราบกันว่านับตั้งแต่วันเปิดตัวจนถึงเวอร์ชั่นล่าสุดเจ้าเอไอตัวนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว - ทลายข้อจำกัดทางภาษา การอัพเดทครั้งสำคัญที่ต้องถือว่าเป็นการยกระดับความสามารถของเอไอตัวบุกเบิกจาก OpenAI ขึ้นมาอีกขั้นนึงเลยก็คือ การทลายกำแพงความเข้าใจในภาษานั่นเอง ทั้งนี้หากใครพอจะจดจำเจ้า ChatGPT ในช่วงเปิดตัวปี 2022 ได้ ก็คงจะพอทราบกันดีว่าหนึ่งในข้อจำกัด หรือความบกพร่องของมันในตอนนั้นก็คือความเข้าใจในภาษารองต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงภาษาไทยของเราด้วยนั้นมันยังทำได้ไม่ดีพอ ยังมีคำศัพท์จำนวนมากของภาษารองที่มันใช้ผิดใช้ถูก หรือไม่เข้าใจในความหมาย เรียกได้ว่าถ้าต้องการใช้งานมันจริงจังในตอนนั้นก็ต้องอาศัยการป้อนคำสั่งเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ข้อจำกัดดังกล่าวแทบจะเลือนหายไปหมดเกลี้ยงแล้ว เจ้าแชทจีพีทีใช้เวลาเรียนรู้ทั้งภาษาไทยและภาษารองทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันแม้แต่คำศัพท์แสลงใหม่ ๆ มันก็ยังสามารถเข้าใจได้อย่างท่องแท้เลยทีเดียว - ยกระดับความสามารถด้านงานกราฟฟิกขึ้นมาเรื่อย ๆ อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ต้องบอกว่าเห็นได้ชัดมากของ chatgpt นับตั้งแต่ Launch ให้ยูสเซอร์ได้ใช้งานครั้งแรกก็คือความสามารถในการทำงานกราฟฟิกนั่นเอง ครั้งแรกที่แชทจีพีทีเปิดตัวในปี 2022 การที่มันสามารถเจนเนอเรทภาพออกมาได้ตามคำสั่งของผู้ใช้งานก็นับว่าเรียกเสียงฮือฮาจากโลกได้ไม่น้อยแล้ว แม้ว่าภาพที่มันเจนออกมาได้จะยังไม่สมบูรณ์แบบนัก มีองค์ประกอบที่ผิดแปลก หรือมีจุดที่คลาดเคลื่อนไปจากคำสั่งที่ป้อนลงไปให้ได้เห็นกันเรื่อย ๆ ก็ตาม ณ ตอนนั้นความสามารถด้านกราฟฟิกของแชทจีพีทีถูกมองว่ามันจะสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีของบรรดากราฟฟิกดีไซน์ได้ แต่คงจะไม่สามารถเข้ามาทดแทนกราฟฟิกดีไซน์ที่เป็นคนเป็น ๆ ได้ อย่างไรก็ตามเพียงระยะเวลาแค่ 4 ความสามารถในการทำกราฟฟิกของเจ้าแชทจีพีทีก็ก้าวกระโดดขึ้นมาจนปัจจุบันในปี 2026 ที่มาพร้อมโมดูลสร้างภาพ chatgpt image 2.5 ต้องบอกว่ามันสามารถทำงานแทนกราฟฟิกดีไซน์ได้สบาย ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพบุคคล นายแบบ/นางแบบ จำลอง ที่ทำออกมาได้สมจริงมาก ๆ หรือกระทั่งการทำกราฟฟิกสำหรับสื่อโฆษณาต่าง ๆ ความสามารถของมันก็จัดอยู่ในระดับ Professional ที่สามารถทดแทนกราฟฟิกดีไซน์คนเป็น ๆ ได้สบาย ๆ ทั้งยังประหยัดเวลาได้หลายเท่าอีกด้วย - ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจาก OpenAI ในช่วงปลายปี 2026 มากันที่ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจาก OpenAI ค่ายผู้พัฒนา chatgpt ล่าสุดในช่วงปลายปี 2026 นี้กันบ้าง ซึ่งความน่าสนใจดังกล่าวนั้นไม่ได้อยู่ที่การอัพเดทโมดูลความสามารถโดยตรงของตัวเอไอ แต่เป็นเรื่องของความยั่งยืนและความเป็นส่วนตัวในการใช้งานเอไอ ซึ่งทาง OpenAI เขามองว่ามันเป็นปัจจัยที่สำคัญมากเช่นกันนั่นเอง โดยในส่วนนี้ก็ต้องเท้าความกันก่อนว่าแต่ไหนแต่ไรการพัฒนาเทคโนโลยีจะมาพร้อมกับอุปสรรคอย่างนึงเสมอ ซึ่งก็คือการละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือการพยายามแฮกเข้าระบบต่าง ๆ จากผู้ใช้เทคโนโลยีสายดำที่ต้องการนำเอาข้อมูลของผู้ใช้งานไปหาประโยชน์ในทางที่ผิด ตัวอย่างเช่น การแฮกเข้าระบบเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อเอาข้อมูลสมาชิกไปขายต่อ การแฮกฐานข้อมูลบริษัทคู่แข่งเพื่อขโมยความลับทางธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งในการใช้งานเอไอก็ไม่ต่างกัน OpenAI ยอมรับเองว่าที่ผ่านมาแม้พวกเขาจะมีระบบป้องกันที่แน่นหนา แต่ก็ยังคงมีความพยายามจากภายนอกที่จะแฮกเข้าระบบของ chatgpt อยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นสิ่งต่อไปที่ OpenAI จะพา chatgpt ก้าวไปข้างหน้าก็คือการพยายามรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยที่พ้อยท์สำคัญจะอยู่ที่การตัดการเชื่อมต่อเมื่อผู้ใช้งานกำลังทำการ AI Agent หรือพูดง่าย ๆ ก็คือกำลังทำการเทรนด์ AI กำลังพูดคุยโปรเจกต์ระยะยาวกับทาง ChatGPT อยู่นั่นเอง นึกภาพง่าย ๆ คือถ้าเราทำการออนไลน์อยู่ตลอดเวลาในขณะที่กำลังพูดคุยสื่อสารอยู่กับเอไอ มันก็ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะมีใครสักคนพยายามเจาะกำแพงอินเตอร์เน็ตเข้ามาจนสามารดึงข้อมูลที่เราพูดคุยกับเอไออยู่ออกไปได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นอาจเป็นเป็นโปรเจกต์สำคัญที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน หรือเป็นความลับทางธุรกิจ เป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่บริษัทยังไม่ได้เปิดตัว ดังนั้นทางผู้พัฒนาเขาจึงมองว่ามันจะปลอดภัยกว่าถ้าให้การทำ AI Agent เป็นระบบปิดแบบโมเดล Sandbox โดยอัตโนมัติ และค่อยทำการเชื่อมต่อสัญญาณใหม่อีกครั้งเมื่อเอไอรับคำสั่งที่จำเป็นต้องทำการออนไลน์ ซึ่งนับว่าเป็นแนวทางการวางกรอบให้ผู้ใช้งานได้ใช้งานเอไออย่างยั่งยืนออกมาได้น่าสนใจมากเลยทีเดียว ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !