พูดถึงชื่อแบรนด์ไทยรัฐ ก็แน่นอนว่าคนไทยแทบทุกคนย่อมรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในฐานะแบรนด์ข่าว ผู้ทำข่าวในทุกแวดวงให้ประชาชนอย่างเรา ๆ ได้รับทราบความเป็นไปในสังคมบ้านเรา ซึ่งแม้ว่าไทยรัฐจะเริ่มบุกเบิกธุรกิจข่าวสารด้วยการทำหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับนำเสนอข่าวสารแบบดั้งเดิม แต่ปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและสื่อออนไลน์ได้เข้ามาเปลี่ยนพฤตติกรรมการเสพสื่อของผู้คนไป แต่ไทยรัฐก็ยังคงสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและรักษาตำแหน่งแบรนด์ข่าวอันดับหนึ่งของไทยไว้ได้ ในวันนี้เราจึงจะพากันมาเจาะเหตุผลให้ได้ทราบกันว่าเพราะอะไร แบรนด์ข่าวที่ดูเหมือนว่าควรจะตายไปพร้อมกับการสิ้นสุดยุคหนังสือพิมพ์แล้วถึงยังสามารถอาจหาญยืนอยู่บนโลกใบใหม่ของวงการสื่อได้อย่างภาคภูมิขนาดนี้ - แบรนด์ผู้นำตัวจริงในการทำข่าว(หนังสือพิมพ์) เหตุผลประการแรกที่ต้องบอกว่าทำให้ไทยรัฐยังคงรักษาตำแหน่งแบรนด์ข่าวอันดับหนึ่งไว้ได้ นั่นก็เพราะพวกเขาเป็นผู้นำ ผู้บุกเบิกในการทำข่าวตัวจริงนั่นเอง อย่างที่ทราบกันดีว่าในยุค 80-90's หรือกระทั่งช่วงต้นยุค 2000's เราทุกคนต่างตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความรู้สึกคุ้นเคยกับการอัพเดทข่าวสารต่าง ๆ ผ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งนั่นก็ทำให้ชื่อของไทยรัฐมีความเป็น Iconic สำหรับวงการทำข่าวนั่นเอง คล้ายกับการที่เรานึกถึงชื่อแฟ่บเมื่อต้องการผงซักฟอก หรือเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรวม ๆ กันว่ามาม่า แม้ปัจจุบันยุคสมัยการเสพสื่อจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วแต่ไทยรัฐก็ยังคงได้อานิสงส์จากการที่พวกเขาคือผู้บุกเบิกตัวจริงนั่นเอง - ชื่อแบรนด์ที่ทรงพลัง นอกเหนือจากการเป็นแบรนด์ผู้บุกเบิกการทำข่าวแล้ว อีกปัจจัยนึงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ไทยรัฐกลายเป็นแบรนด์หนังสือพิมพ์ที่ติดตลาดมาตั้งแต่พวกเขาเริ่มธุรกิจการทำข่าวก็คือการตั้งชื่อแบรนด์ที่ทรงพลังและทำให้ติดหูคนไทยได้อย่างง่ายดายนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้คำว่าไทย ซึ่งสื่อให้เห็นถึงความมีส่วนร่วมของผู้คนในประเทศนี้ ประกอบกับคำว่ารัฐ ที่ให้ความรู้สึกเป็นทางการ น่าเชื่อถือ นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจในการเลือกเสพข่าวจากผู้คนได้อย่างไม่ยากเย็น - การปรับตัวที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้ว่าหลังเข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเต็มตัวนั้นแบรนด์ผู้ผลิตสิ่งพิมพ์ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร หรือแม้กระทั่งสื่อที่ดูจะมีความทันสมัยในยุคนั้น ๆ อย่างเว็บไซต์แนว Varety Entertainment แบบดั้งเดิม หลายต่อหลายแบรนด์พากันล้มหายตายจากไปตาม ๆ กัน ซึ่งก็เพราะแบรนด์เหล่านั้นต่างยึดติดกับความคุ้นชินแบบเดิม ๆ ที่พวกเขาเคยทำมา เมื่อพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้คนเปลี่ยนไปพวกเขาก็ย่อมยอมจำนนให้ลูกค้าและรายได้หดหายไปจนยืนต่อไม่ไหว ทว่าไทยรัฐกลับมีการปรับตัวทันทีที่การเปลี่ยนแปลงเข้ามา พวกเขาเลือกที่จะลุยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือกระทั่งหันเหไปทำทีวีออนไลน์ที่ไม่เคยทำมาก่อน และนั่นก็ทำให้ลุกค้า ผู้เสพสื่อที่ยังจดจำชื่อแบรนด์ได้ดีติดตามพวกเขาไปในทุกช่องทาง นับเป็นการปรับตัวที่รวดเร็วและทรงพลังมาก ๆ - ยังคงรักษาความคลาสสิกไว้ ไม่ละทิ้งรากฐานเดิมของตัวเอง แม้ว่าพวกเขาจะมีการปรับตัวหันเหไปทำสื่ออื่นและนำเสนอข่าวสารผ่านช่องทางอื่น ๆ ที่ดูจะเข้ากับยุคสมัยมากกว่า แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็เลือกที่จะไม่ละทิ้งรากฐานของตนเองโดยยังคงทำหนังสือพิมพ์ต่อไปแม้ว่าฐานลูกค้าจะหดหายไปมหาศาลแล้วก็ตาม ทั้งนี้ก็เพื่อคงความคลาสสิกของแบรนด์ตนเองไว้ ขณะเดียวกันก็ยังคงทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าเดิมที่เป็นคนยุคเก่า ๆ และยังชื่นชอบที่จะเสพข่าวสารด้วยวิธีคลาสสิกอย่างการอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ และนั่นจึงทำให้ฐานลูกค้าทุกกลุ่มของไทยรัฐยังคงแข็งแกร่งและเหนียวแน่นมากนั่นเอง - ผู้เชี่ยวชาญในการทำข่าวตัวจริง ประสบการณ์ในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจหนังสือพิมพ์นั้นไม่ได้แค่เพียงทำให้พวกเขามีแบรนด์ข่าวที่ติดหูผู้คนเท่านั้น แต่การทำหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นการทำข่าวทุกแวดวงอย่างเจาะลึกไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อาชญากรรม บันเทิง กีฬา นั้นทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในการทำข่าวและนำเสนอข่าวในทุกแวดวงด้วย เราจึงได้เห็นกันว่าแม้ว่าจะปรับเปลี่ยนช่องทางการนำเสนอข่าว ปรับเปลี่ยนรูปแบบสื่อ แต่ไทยรัฐก็ยังคงสามารถทำข่าวในทุกแวดวงให้ผู้คนได้เสพได้อย่างรวเร็วฉับไว ตอบสนองความต้องการอยากอัพเดทข้อมูลข่าวสารของผู้คนได้เป็นอย่างดีนั่นเอง ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !