Mobile Banking เป็นแอปพลิเคชันที่ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่จะต้องมีอย่างแน่นอนสำหรับทุกคน ด้วยเหตุผลที่ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ต่อการซื้อของออนไลน์ การจ่ายผ่าน QR Code การโอนเงิน ซึ่งช่างเป็นอะไรที่วิเศษเช่นนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนที่แอปพลิเคชันเหล่านี้ถือกำเนิดเกิดมา สิ่งที่ว่ามานั่นช่างยากและใช้เวลานานนับว่าเป็นอีกหนึ่งนวัฒกรรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสะดวกให้กับมนุษย์อย่างเรา ๆ ซะจริง แต่เคยได้ยินข่าวหรือไม่ว่ามีการแฮกบัญชีผ่านแอปพลิเคชันหรือแม้กระทั่งมีคนโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของเราโดยที่เรานั้นไม่ได้ทำรายการ หรือมีการจ่ายเงินซื้อของผ่านบัญชีของผู้ใช้งานโดยที่ผู้เป็นเจ้าของบัญชีนั้นไม่ได้เป็นคนทำธุรกรรมแต่อย่างใด นี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องคิดสำหรับผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking ว่าทำอย่างไรเราถึงจะปลอดภัยจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ งั้นลองดูปัญหารวมถึงวิธีการป้องกันไปพร้อมกันว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเราจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรได้บ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างที่เกริ่นมานั้นส่วนมากเกิดจากการเข้าใช้งานผ่านเครือข่ายที่ไม่ได้รับการป้องกันหรือที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ตสาธารณะซึ่งอย่าลืมว่าคำว่าสาธราณะใครก็สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเชื่อเหลือเกินว่า ผู้ใช้งานร้อยลำเกือบ 95 % ของประเทศไทยหากต้องเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะไม่มีใครใช้ผ่าน VPN หรือเครือข่ายเสมือนอย่างแน่นอน เกิดคำถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น คำตอบนั้นง่ายมาก ๆ เพราะว่ามันยุ่งยากและหลายคนที่เข้าใช้เครือข่ายเหล่านี้ไม่ได้มีความตระหนักถึงภัยที่มากับเครือข่ายสาธารณะเหล่านี้เลยจึงทำให้ตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย การเข้าถึงเครือข่ายสาธารณะแบบไร้การป้องกันพื้นฐานเป็นเหมือนการเข้าบ้านแล้วไม่ได้ล็อคประตูซึ่งใครจะบิดลูกบิดเข้ามาเมื่อใดก็ได้ นี่เลยกลายเป็นหนึ่งช่องทางสำหรับแฮกเกอร์ที่จะเข้าถึงข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือผ่านเครือข่ายสาธารณะได้โดยง่าย แล้วจะมีวิธีการป้องกันภัยที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างไร การใช้งานแอปพลิเคชัน Mobile Banking ถึงจะปลอดภัย มีวิธีที่ง่ายเรียกว่าเป็นวิธีพื้นฐานเลยก็ว่าได้สำหรับการป้องกันการบุกรุกจากผู้ไม่หวังดีที่จะเข้ามาได้ 1. ใช้VPN เมื่อเปิดใช้งาน Mobile Banking VPN เป็นส่วนสำคัญของการตั้งค่าความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันด่านแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง VPN กำหนดเส้นทางการรับส่งข้อมูลของคุณผ่านเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลโดยไม่เปิดเผยที่อยู่ IP ของคุณ ที่สำคัญกว่านั้นการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดของ VPN ลดโอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลของเราได้ ดังนั้นก่อนจะเข้าใช้งาน wifi สาธารณะ ควรเปิดการใช้งาน VPN ก่อนเสมอ ย้ำว่าต้องเปิดใช้งานก่อนเสมเท่านั้น 2. ใช้แอปพลิเคชัน Antivirus มัลแวร์เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำหรับความปลอดภัยทางการเงิน ซึ่งแฮกเกอร์และอาชญากรไซเบอร์อื่น ๆ มักใช้เพื่อแยกข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน ซึ่งหมายความว่าเราเองต้องปกป้องตัวเองให้มากที่สุด โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Antivirus จากผู้ที่ผลิตที่ได้รับความน่าเชื่อถือ เช่น BitDefender, Avast และ Kaspersky และอย่าลืมอัพเดพแอปพลิเคชันเหล่านี้อยู่เสมอ เพราะแฮกเกอร์เองก็กำลังค้นหาวิธีการใหม่ ๆ ในการหลีกเลี่ยงการป้องกันของแอปพลิเคชันเหลานี้อยู่เช่นกัน 3. หลีกเลี่ยงการใช้เครือข่ายสาธารณะหากจะเปิดใช้งาน Mobile Banking อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าการใช้งานเครือข่ายสาธารณะเป็นความเสี่ยงอย่างมากสำหรับที่จะโดนเหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีนั้นเข้ามาถึงข้อมูลของเราได้ แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ให้ย้อนกลับไปที่ข้อ 1 คือเปิดใช้งาน VPN ก่อนที่จะทำการเปิดแอปพลิเคชัน Mobile Banking เสมอ เพราะนั้นเป็นเหมือนการป้องกันด่านแรกที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking หรือแอปลพลิเคชั่นอื่นก็ตาม การป้องกันทั้งหมดนี้เป็นการป้องกันที่เป็นที่นิยมในต่างประเทศและเหล่าผู้ใช้งาน Mobile Banking ในหลายประเทศก็ใช้เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของ Mobile Banking ที่อาจจะเกิดการสูญเสียที่ยากจะแก้ไขได้ ในต่างประเทศนั้นการจะเปิดแอปพลิเคชันประเภทนี้นั้นผู้ใช้งานจะให้ความสำคัญอย่างมากและถือว่าเป็นความลับที่จะต้องป้องกันอย่างดีที่สุด แต่หากมืองมายังผู้ใช้งานในประเทศไทยแล้วยังมีความไม่ตระหนักถึงภัยร้ายของเรื่องนี้อยู่มาก ฉะนั้นแล้วหลังจากที่อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ก่อนจะเข้าใช้งาน Mobile Banking ครั้งต่อไปคิดไว้เสมอว่าความปลอดภัยสำคัญที่สุด เพราะหากคุณละเลยนั่นหมายถึงเงินที่คุณมีอยู่อาจจะอันตธานหายไปจากบัญชีของคุณก็เป็นได้ (อ่านบทความเกี่ยวกับ มัลแวร์เพิ่มเติมได้ที่ trueid.net )เครดิตภาพ Canva.com , ภาพปก , ภาพที่ 1 , ภาพที่ 2 , ภาพที่ 3 , ภาพที่ 4 แหล่งข้อมูลอ้างอิง :: cybernews.com