มั่นใจได้! แพทย์ชี้วัคซีน 'ซิโนแวค' ป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มที่แสดงอาการได้ถึง 78%

มั่นใจได้! แพทย์ชี้วัคซีน 'ซิโนแวค' ป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มที่แสดงอาการได้ถึง 78%
มติชน
17 มกราคม 2564 ( 14:39 )
33
มั่นใจได้! แพทย์ชี้วัคซีน 'ซิโนแวค' ป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มที่แสดงอาการได้ถึง 78%

เมื่อวันที่ 17 มกราคม นพ.สุทธิชัย วิสุทธิชัยกิจ อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกระแสความไม่มั่นใจต่อประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรื อโควิด-19 ของ บริษัท ซิโนแวค ซึ่งประเทศไทยเตรียมนำเข้ามาจากประเทศจีนเพื่อฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงว่า หากพิจารณาจากตัวเลขการใช้งานในประเทศบราซิล จะพบว่า วัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค สามารถป้องกันการเกิดภาวะโรคที่มีอาการได้ถึงร้อยละ 78 ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพ

 

นพ.สุทธิชัย กล่าวว่า สำหรับตัวเลขประสิทธิภาพ ร้อยละ 50 ที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้ เป็นการบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันผู้ติดเชื้อ ทั้งผู้ที่มีอาการหรือไม่มีอาการ ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของวัคซีน

 

“เพราะขนาดวัคซีนไข้หวัดหมู ในปี 2009 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อทั้งผู้ที่แสดงและไม่แสดงอาการเพียงร้อยละ 40-60 เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งป้องกันการเสียชีวิตในผู้สูงอายุได้ดีประมาณ ร้อยละ 70 แต่ถ้าว่าด้วยเรื่องของการป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อเลยตัวเลขก็จะตกลงมาอยู่ประมาณ ร้อยละ 50” นพ.สุทธิชัย กล่าวและว่า วัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค เป็นวัคซีนที่ผลิตมาจากเชื้อไวรัสที่ตายสนิทแล้ว ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่เคยมีการใช้มาก่อนแล้ว เช่นวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นทางการแพทย์ประเทศไทยจึงมีความคุ้นเคยมานานแล้ว

 

นพ.สุทธิชัย ระบุว่า ในทางการแพทย์สิ่งที่ต้องการมากที่สุดและเป็นประเด็นหลักของการฉีดวัคซีน คือ ป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิต ลดความรุนแรงของโรค และลดการนอนโรงพยาบาล ซึ่งจากการศึกษาทดลองในคนหลักหมื่นคน พบว่าผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตจากโรคเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมด แต่ในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนยังไม่พบผู้ที่มีอาการรุนแรงที่เกิดจากตัวโรค

 

ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของวัคซีนนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยความหนาแน่นของประชากร ซึ่งมีผลต่อการเว้นระยะห่างและความเข้มข้นของมาตรการในเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือ ซึ่งหากการเว้นระยะห่างและมาตรการไม่ดีพอ การแพร่กระจายเชื้อย่อมเกิดได้ง่ายขึ้น ประสิทธิภาพของวัคซีนก็อาจจะน้อยลงตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง