"เงินอาจไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้..แต่ก็ซื้อได้เกือบทุกอย่าง"กฎแห่งแรงดึงดูด The Series EP.6 : วิธีดึงดูดเงินแบบง่าย ๆ แต่ได้ผลหากเพื่อน ๆ อ่านบทความนี้เป็นบทแรก แนะนำให้ย้อนกลับไปอ่าน EP 1 - 5 ก่อนนะคะ โดยสามารถกดที่โปรไฟล์ของดารัณและค้นหาได้เลย หรือกดจากลิงค์ที่จะแนบไว้ให้ที่ท้ายบทความได้เลยค่ะ เพื่อทำความเข้าใจกับหลักการของกฎแรงดึงดูดก่อน จะได้อ่านได้โดยไม่ขาดตอนเนอะ :)ขึ้นชื่อว่า "เงิน" ปัจจัยสี่ที่สำคัญอย่างยิ่งกับการดำรงชีวิต แต่หลายคนโตมากับความเชื่อเรื่องเงินที่ผิด ๆ ถูกปลูกฝังว่าเงินเป็นสิ่งเลวร้าย คนที่มีเงินมาก ๆ เป็นคนไม่ดี คนที่คิดอยากได้เงินมาก ๆ เป็นคนโลภ มีแต่คนเลวเท่านั้นที่มีเงินมาก หลายคนถูกปลูกฝังว่าเงินเป็นสิ่งที่หายาก ต้องลงทุนลงแรงเยอะ ต้องคดโกงถึงจะมีเงิน พวกเขาเชื่อฝังใจว่าชีวิตเป็นสิ่งที่ยากลำบาก ต้องต่อสู้ฝ่าฟัน ต้องดิ้นรน ปากกัดตีนถีบ หลายคนกังวลกับหนี้สิน และนั่นแหล่ะค่ะคือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีแต่หนี้สิน หลายคนอยากได้บ้านหลังใหม่ รถคันใหม่ แต่ก็คิดว่าคงไม่มีปัญญาซื้อหรอก ในเมื่อมีหนี้สินกองโตขนาดนี้ แน่นอนว่าก็ไม่มีปัญญาซื้อจริง ๆ ตามที่คิดนั่นแหล่ะ เพราะอย่าลืมว่ากฎคือ “เมื่อเรากำลังให้ความสนใจกับอะไร รู้สึกอย่างไร เราจะได้รับสิ่งนั้น” ก็แล้วทำไมไม่สนใจในสิ่งที่เราต้องการจะให้มันเกิดขึ้นกับชีวิตเราแทนล่ะ? ไม่ต้องสนใจหรอกว่าจะหาเงินมาใช้หนี้อย่างไร สนใจแค่การมีเงินเยอะ ๆ ก็พอ ถึงเวลานั้น เราจะเอาเงินไปใช้ทำอะไรก็ได้ รวมถึงการใช้หนี้ด้วย(เพื่อน ๆ สามารถย้อนกลับไปอ่าน EP 2 : สิ่งที่เหมือนกัน จะดึงดูดเข้าหากันเสมอ เพื่อทบทวนหลักการที่กล่าวมานี้นะคะ) Cr : Unsplashสิ่งสำคัญคือเปลี่ยนความคิดและความเชื่อของเราให้ได้ค่ะ เราต้องเชื่อว่าเงินเป็นสิ่งที่หาง่าย ได้มาง่าย ๆ สบาย ๆ คิดไปเลยก็ได้ว่าเราสามารถเสกมันได้ด้วยซ้ำ ในตอนแรกเพื่อน ๆ อาจรู้สึกฝืน ๆ หน่อย เหมือนกำลังหลอกตัวเอง (ก็ไม่ผิดนัก เพราะมันคือขั้นตอนการหลอกจิตให้เชื่อ) เราต้องต่อสู้กับความเชื่อเดิมของตัวเองที่ถูกปลูกฝังมานาน ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก ใครจะไปเสกเงินได้กันล่ะ! แน่นอนว่ามันอาจไม่ง่ายสักเท่าใดนักเทคนิคก็คือ ในขณะที่เรากำลังพยายามเปลี่ยนความเชื่อเรื่องเงิน แล้วดันมีความเชื่อเดิมที่เป็นลบแวบเข้ามาแย้งในหัวเป็นระยะ ให้พูดกับมันด้วยความเชื่อใหม่ว่า “เงินหาง่าย ฉันได้รับเงินมาอย่างง่ายดาย ไหลมาจากทุกทิศทุกทาง ในทุกๆ วัน” พูดออกเสียงประโยคนี้ซ้ำ ๆ พูดใส่อารมณ์ไปเลย เสมือนว่ากำลังคุยกับภายในตัวเองอยู่จริง ๆ โน้มน้าวตัวเองให้เชื่อให้ได้การจะเปลี่ยนความเชื่อนั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ทำได้ค่ะ หากฝึกฝนเป็นประจำ ต่อไปนี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่เพื่อน ๆ สามารถทำตาม เพื่อสร้างผลลัพธ์จากการดึงดูดเงินได้ค่ะ ขั้นตอนแรก ให้เพื่อน ๆ ตั้งเป้าหมายว่าต้องการเงินจำนวนเท่าไหร่ เป็นเงินสกุลไหน โดยต้องเป็นเป้าหมายที่สามารถวัดได้ มีจำนวนชัดเจน กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ที่ต้องการได้มันมา เช่น ต้องการมีเงิน 1 ล้านบาท ภายใน 1 ปี หรือถ้าจะให้ดี ให้กำหนดวันที่เฉพาะเจาะจงไปเลย เช่น ฉันต้องการมีเงิน 50,000 บาท ภายใน 31 พฤษภาคม 2563 การกำหนดวันที่สิ้นสุดตายตัวแบบนี้ จะเป็นการเร่งการทำงานของสมองและจิตใต้สำนึกค่ะ สมองเราจะตีความว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบทำให้สำเร็จ ทำให้เราไม่ผลัดวันประกันพรุ่งเหมือนที่ผ่านมา ข้อนี้เป็นเทคนิคที่ยอดเยี่ยมและยืนยันว่าได้ผลดีจริงค่ะเสริมเทคนิคให้อีกเล็กน้อย คือในช่วงแรกไม่ควรตั้งเป้าหมายที่ดูไกลเกินตัวเรามากเกินไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีรายได้ปกติที่ประมาณ 15,000 บาท/เดือน แต่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 ล้านบาท ภายใน 1 เดือน อาจดูขัดแย้งกับความจริงไปสักนิด ซึ่งจิตใต้สำนึกเราอาจเชื่อได้ยาก แนะนำว่าให้ตั้งเป้าที่ดูแล้วไม่ขัดกับความจริงมากเกินไป จะทำให้เราเชื่อได้ง่ายกว่า และทำตามขั้นตอนต่อ ๆ ไป ได้แบบไม่สะดุดนะคะขั้นตอนที่สอง ในทุกๆวัน เมื่อเพื่อน ๆ เข้านอน ระหว่างที่เคลิ้ม ๆ กำลังจะหลับ ให้จินตนาการถึงชีวิตที่มีเงิน 1 ล้านบาทดูนะคะ ว่าจะเป็นยังไง เราจะใช้ชีวิตแบบไหน เอาเงินไปใช้อะไรบ้าง มีสิ่งของในฝันอะไรบ้างที่เราจะมี รู้สึกให้ได้ถึงความเพลิดเพลินกับการใช้เงิน 1 ล้านบาทนั้น จินตนาการว่าเราจะรู้สึกยังไงเมื่อเป็นเศรษฐีเงินล้าน ลองจินตนาการถึงมันด้วยความรู้สึกเบิกบานใจนะคะ ก่อนจะเคลิ้มหลับไป ทำแบบนี้ในทุก ๆ วัน ก่อนนอน ไม่มีอะไรเสียหายเลยค่ะ ตรงกันข้ามกลับทำให้เราหลับด้วยความสุขด้วยซ้ำไปขั้นตอนที่สาม ในทุก ๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมา ขณะที่กำลังงัวเงียอยู่นั้น ให้เพื่อน ๆ หยิบกระดาษและปากกา (ที่เตรียมไว้ข้างเตียง) เขียนสิ่งที่ต้องการลงไปในกระดาษ จำนวนอย่างน้อย 10 รอบ เขียนตอนที่ยังงัวเงียอยู่นั่นแหล่ะค่ะ เพราะคลื่นสมองเรายังอยู่ในสภาวะอัลฟรา (Alpha) และเธตรา (Theta) ซึ่งเป็นสภาวะที่สมองส่วนตรรกศาสตร์ทำงานน้อย และจิตใต้สำนึกจะเชื่อมต่อกับสิ่งที่บันทึกลงไปในสมอง ณ ช่วงเวลานั้น เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้อ่านซ้ำ ๆ สละเวลาสัก 15 นาที ทำแบบนี้ในทุก ๆ วัน แล้วรอดูผลลัพธ์ค่ะ การเขียนจะช่วยตอกย้ำความต้องการจากส่วนลึกในจิตใจของเรา ผ่านประสาทสัมผัสจากการเขียน เข้าไปสู่จิตใต้สำนึก ได้ผลดียิ่งกว่าแค่เพียงการคิดลอย ๆCr : Unsplashสิ่งสำคัญคือ เพื่อน ๆ ต้องจับสัญญาณให้ได้ สังเกตให้เป็นว่าแรงดึงดูดส่งอะไรมาให้เราบ้าง อาจเป็นไอเดียบรรเจิดในการทำอะไรสักอย่าง ที่อยู่ดี ๆ ก็ผุดขึ้นมาในระหว่างอาบน้ำ หรือผู้คนที่จะนำทางเราไปหาโอกาส ที่อยู่ดี ๆ ก็โผล่เข้ามาในชีวิตเราแบบบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ให้เพื่อน ๆ ทำตามสัญญาณนั้น ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม สัญชาตญาณของจะบอกเราเองว่าเรากำลังมาถูกทาง ขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า"ความบังเอิญไม่มีอยู่จริง"ไม่ต้องกังวลนะคะว่าเราจะทำมันได้อย่างไร จะหาเงินล้านได้อย่างไร จะใช้หนี้กองโตได้อย่างไร จะหาเวลาที่ไหนไปทำในเมื่องานประจำยุ่งมากแบบนี้ ไม่ต้องสนใจสิ่งที่ว่ามานั่นเลยค่ะ หน้าที่ของเรามีแค่ประกาศความต้องการของเราออกไป ตามเทคนิคที่บอก แล้วรอดูสัญญาณที่แรงดึงดูดเหนี่ยวนำมา จากนั้นทำตามสัญชาตญาณของเราเลยค่ะทุก ๆ คน มีพลังอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตได้ ขอเพียงเชื่อมั่น อย่าล้มเลิกเพราะยังไม่เห็นผลลัพธ์"จิตที่เชื่อมั่นจะนำพาทุกสิ่งที่ต้องการมาให้เราเสมอ"Cr : Unsplashถ้าเพื่อน ๆ สนใจอ่านทฤษฎีกฎแรงดึงดูดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่หน้าโปรไฟล์ของดารัณโดยการ Follow ไว้ได้เลยค่ะ และสามารถอ่าน EP ที่ผ่านมาได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลยค่ะEP1 : กฎแรงดึงดูดคืออะไร ทำไมไลฟ์โค้ชจึงบอกว่าดีEP2 : สิ่งที่เหมือนกัน จะดึงดูดเข้าหากันเสมอขอให้ทุกคนมีวันที่ดีค่ะ :) เรื่อง : ดารัณ พันสวะนัด (ผู้เขียน)ขอบคุณภาพประกอบปกจาก Unsplash