หนึ่งความคิดส่งต่อแรงบันดาลใจหวังให้หัวใจน้องๆคิดรักธรรมชาติ บ้านคือสถานที่ที่อยู่แล้วสบายใจที่สุด เราจะรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้นอนที่บ้านเพราะไม่ต้องกังวลกับเรื่องอะไร รักเกิดขึ้นที่บ้าน พื้นฐานชีวิตของแต่ละคนจึงเกิดขึ้นจากครอบครัว บางครั้งการเลี้ยงดูทำให้คนเราเติบโตในแบบที่ต้องการได้ ธรรมชาติเยียวยาทุกสิ่ง ทุกครั้งที่คนเรามีความทุกข์ ถ้าหากยังอยู่กับสถานที่เดิมความคิดจะยังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่าง แต่เมื่อเราเดินออกบ้าน เปลี่ยนบรรยากาศก็จะยิ่งทำให้ความสุขเพิ่มมากขึ้น การทำกิจกรรมร่วมกันเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความสุข ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่ออากาศหนาวมาเยือนการนอนบ้านก็ไม่มีความสุขเท่า การเดินทางออกสัมผัสอากาศหนาวในยามค่ำคืน ทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ ในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งไม่มีใครมารบกวน อุปกรณ์พร้อมสำหรับการนอนนอกบ้าน ระยะทางหนึ่งกิโล สิ่งที่ต้องเตรียมมีไม่มาก เป็นต้นเสื่อหนึ่งผืน เตาแก๊สเล็กหนึ่ง แก้ว ผงโกโก้ นมสด และน้ำหนึ่งถัง หม้อสักใบ เก้าอี้น้อยนั่งพักสักสองตัว ซึ่งถ้าไปกันเยอะหน่อย ขนมขบเคี้ยว บ้านปิคนิคเล็กสักหนึ่งหลังปูฟูกที่นอนอุ่นๆ เพียงเท่านี่ก็ออกเดินทางได้ เคยมีคนกล่าวว่า ถ้าอยากมีความสุขก็ให้เดินเข้าป่า ถ้าอยากสงบก็ให้เดินเข้าป่า สิ่งนี้ใช่เลย ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเดินเข้าป่า เราจะไปพูดกับต้นไม้หรือต้นหญ้า แม้กระทั่งก้อนดินก้อนไหนก็ไม่มีใครตอบเรา หรือทะเลาะกับเราได้ และพวกเขายังโบกมือให้กำลังใจเราเสมอ อุปกรณ์พร้อม สถานที่พร้อม การกางสร้างสถานที่จะต้องเรียบพื้นดินเสมอกัน เพื่อความสุขในการนอน และสามารถฝังตะปูเข็มได้ สิ่งที่ได้ในการสร้างที่หลับนอนอย่างแรกคือการจัดระบบความคิดขอบตนเอง วางแผนการสร้างสิ่งก่อสร้าง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อปัญหาเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังสร้าง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมพลังทำให้ทุกอย่างสำเร็จ อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก ในชีวิตของคนเรานั้นไม่มีใครที่เกิดมาแล้วรู้ในทุกอย่าง ไม่เคยทำผิด คนที่ทำได้เราเคยถามเขาไหมว่าเขาเคยทำผิดพลาดมากี่ครั้ง แล้วเขาเคยนั่งแก้ไขและเริ่มทำใหม่กี่ครั้ง ลองทำไม่ได้เราก็ลองนั่งดูว่าเราจะเปลี่ยนวิธีแบบนี้ได้ไหม เมื่อไหร่ที่เราทำได้สิ่งนั้นแหละคือรางวัล ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง เมื่อต้องเข้าป่าและนอนป่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือที่นอนและที่วางของที่นอน เพื่อพักผ่อนหากเหนื่อยจากการเล่นและทำกิจกรรม และอีกอย่างถ้าหากเราจะกางตอนที่เราจะนอน จะทำให้ไม่ค่อยสะดวกในเรื่องของสภาพอากาศที่หนาว และความมืดที่ปกคลุม ฉะนั้นเมื่อเราได้สถานที่ที่เหมาะสมแล้วเราจึงทำการสร้างที่หลับนอนก่อนเพื่อนแล้วค่อยทำอย่างอื่น ซึ่งปัจจุบันนี้มีการใช้ที่นอนเคลื่อนที่สำเร็จซึ่งใช้เวลากางไม่ถึงสิบห้านาทีก็เรียบร้อย แต่จะต้องมีคนช่วยจัดดึงก่อนที่จะตอกตะปูเข็ม จากนั้นคลุมด้วยผ้าใบกันหมอกคลุมให้ทั่วถึง จากนั้นปูด้วยฟูกกันหนาวเท่านี้ก็เพียงพอกับการหลบลมหนาวนอน กิจกรรมจิบโกโก้ร้อนท่ามกลางอากาศ 10 องศา ความรอบคอบของการออกนอกสถานที่คือต้องคิดก่อนล่วงหน้า ลมแรงเราจะต้องเตรียมที่สำหรับบังลม ในระหว่างที่เราต้มน้ำร้อน ในอากาศลดลงเช่นนี้ ถ้าหากว่าเรานั้นจะทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ต้องทานน้ำอุ่น ซึ่งเมนูโกโก้ร้อนก็เกิดขึ้น ช่วงของการสนทนา ในระหว่างที่รอน้ำร้อนนั้น เป็นช่วงของการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้บ้าง วางแผนคิดในการทำกิจกรรมอื่นๆ นั่งรับลมหนาว ในช่วงการทำกิจกรรมนั้นเน้นเรื่องของการทำกิจกรรม ไม่ติดต่อกับเทคโนโลยี เพราะได้หนีความวุ่นวาย อยู่แบบเงียบๆไม่ต้องวุ่นวายกับเสียงรถ เสียงเพลงเน้นการทำกิจกรรม เรียนรู้วิธีการชงโกโก้ร้อน ในแบบที่ปรับได้ตามความชอบของแต่ละคน คือการปรุงรสชาติตามใจคนดื่ม ไม่เร่งรีบใส่เวลา ไม่ต้องมีความจำกัดของสถานที่อยากเดินไปตรงไหน ทำอะไรเล่นดิน วิ่งเล่นทำทุกอย่างได้อิสระทั้งหมด การใช้ชีวิตให้ช้าลงสักหนึ่งชั่วโมง ในสังคมปัจจุบันคือสังคมของความเร่งรีบ เราไม่มีเวลาแม้แต่จะทำอาหารทานด้วยตนเอง เพราะเวลาของทุกนาทีคืองาน คือหน้าที่ คือสิ่งที่ต้องทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ทั้งตนเองและคนอื่นวางไว้ การจะดื่มโกโก้นมสดร้อนๆ แค่เดินไปร้านหรือยกหูโทรศัพท์สั่งไม่นานก็มาถึง แต่ถ้าเราทำแบบนั้นเราจะไม่ค่อยที่จะเก็บรสชาติ เก็บความอร่อยของโกโก้สักแก้วที่เราใส่ส่วนผสมลงไป โดยการตักทีละช้อนตวงด้วยความใส่ใจ และคนให้เข้ากัน จนกลายเป็นโกโก้นมสดที่รสชาตินุ่มลิ้นอร่อยกว่าการเดินไปซื้อในร้าน เพราะเราดื่มท่ามกลางบรรยากาศที่ มากกว่าสิบปีค่อยได้มาสัมผัสอากาศในบริเวณสถานที่แห่งนี้ หนึ่งภาพหลากหลายความหมาย การชนแก้วบ่อยครั้งที่เราเห็นไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาล ซึ่งถ้าหากเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย คงจะไม่มีการชนแก้ว เวลาที่มาอยู่ร่วมกัน จะมีเพียงการผูกข้อมือ อวยพร แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ เมื่อพบกันก็จะชนแก้ว แล้วถ้าเป็นประเทศไทยเราจะใช้คำว่าไชโย การชนแก้วไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเริ่มต้นกันมาจากไหน แต่มีเรื่องเล่าว่า น่าจะเริ่มต้นมาจากชาวกรีกโบราณ ซึ่งผ่านมาหลายศตวรรษครั้งนั้นเหมือนจะมีงานเลี้ยง แล้วจู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังลั่นว่า Skol แล้วมีคนไปได้ยินและออกเสียงว่า ชน ซึ่งต่อจากนั้นจะได้ยินเสียงหัวกะโหลกศรีษะของสัตว์ชนกันเสียงดังบ่อยครั้ง ซึ่งถ้าหากเป็นหัวกะโหลกต่อให้ชนกันกี่รอบต่อกี่รอบก็ไม่แตกเสียหาย และในการชนนั้นเป็นการชนด้วยพลังและความรุนแรงระดับ ถ้าหากเป็นภาษาชาวบ้าน คือชนกันแบบใช้อารมณ์ แต่ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่ามันมีจุดเริ่มต้นกันมาจากไหน การชนแก้วในครั้งนี้ของเรา ใช้คำว่า Cheers ใช้ เชียร์ซึ่งเราใช้คำของประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เป็นการชนแก้วแบบวัฒนธรรมของยุโรปสักหน่อย ถ้าจะมาไชโยมันก็จะแปลก เพราะเป็นการชนเพื่อที่จะสร้างพลังบรรยากาศดีๆเท่านั้นเอง บางคนอาจจะถามว่าทำไมต้องชน การชนแก้วยังมีการเล่าว่า สมัยก่อนนั้นในวงศ์ของกษัตริย์มีการจัดงานเลี้ยงและมีการเล่นบอล บริเวณที่เป็นสนาม เป็นการเลี้ยงสังสรรค์มีการรินน้ำให้กันดื่ม เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายนั้นเห็นว่าในน้ำหรือเครื่องดื่มที่ทานนั้นไม่ได้ใส่ยาพิษหรือสิ่งที่ไม่ดี จึงต้องดื่มให้ดู และเพื่อให้มั่นใจมากกว่านั้นก็จะรินจากแก้วให้กัน และหันหน้าเข้าหากันชนและดื่มต่อหน้ากัน เอาจริงๆคือชนและดื่มด้วยกันจะได้ไม่ต้องกลัวยาพิษ กิจกรรมกีฬา ออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นเตะบอล ตะกร้อ รวมถึงการวิ่งว่าว นอกจากกิจกรรมอื่นแล้วออกนอกบ้านทั้งที ก็ต้องออกกำลังกายบ้าง ท้าลมด้วยการวิ่งว่าว ว่าวเป็นของเล่นของเด็กชาย ไปจนถึงหนุ่มๆ เล่นในสมัยเด็กเมื่อลมหนาวเข้ามา ก็จะพากันเล่นว่าว ซึ่งทำให้ได้ทักษะอะไรหลายอย่าง การประคองว่าวให้ลอยอยู่บนฟ้า การชักว่าวเพื่อไม่ให้ปลิงหรือไปเกาะกับกิ่งไม้ การคงที่ของเชือกว่าว ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายที่หมดแรงไปเยอะเช่นกัน กิจกรรมผิงไฟรับไออุ่น เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับลงไปสิ้น อากาศเริ่มเย็นลงสิ่งที่จะช่วยได้นั่นคือการก่อกองไฟ ซึ่งถ้าหากในป่า การก่อกองไฟ จะทำเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายที่อยู่ในป่า เพราะสัตว์เหล่านี้จะกลัวควันและไฟ ซึ่งถ้าเห็นควันไปจะหนีไปให้ไกล และอีกอย่างคือการสร้างความอบอุ่นและการทำอาหาร ไฟสามารถทำให้อาหารสุก จึงทำให้อุ่นท้องและยังได้อุ่นจากไฟ เชื้อเพลิง หาได้จากธรรมชาติรอบสถานที่พัก เดินหาเพื่อนนำมาสร้างความอบอุ่น ความสุขที่เลือกได้ และเราเองเป็นคนที่เลือกและกระทำ ความสุขของคนเราเกิดจากสองสิ่ง สิ่งแรกคือใจและกายของเรา อย่างที่สองคือความสุขเกิดจากคนรอบข้าง เมื่อคนรอบข้างมีความสุข ความสุขของเราจะยิ่งทวีคูณมากขึ้น ชีวิตของคนเราปัจจุบันมีไม่มากที่จะมีเวลาได้พักและอยู่กับสิ่งที่ตนเองชอบ มองวิ่งรอบข้างได้เต็มตาทำนาฬิกาให้ช้าลงจากทุกวันอยู่ดับตัวเอง มากขึ้นสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเรามีค่าและมีความสุข และเป็นความสุขที่ถ้าหากเลยวัยหนุ่มสาวไปแล้วชีวิตจะมาสิ่งเหล่านี้ลดน้อยลง โดยปัจจัยด้านร่างกายที่เปลี่ยนแปลงและพังไปตามกาลเวลา จงใช้ชีวิตตอนที่เรายังมีกำลังกายให้มีค่าและคุ้มในทุกวัน ภาพถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน (อุ้งเท้าแมว)7-11 Community ห้องลับเมาท์มอยของกินของใช้ในเซเว่น อะไรดีอะไรใหม่ ต้องรู้ ต้องคุย ต้องแชร์