ปีนี้นทท.หลุดเป้าเซ่นพิษสงครามน้ำมันแพง ลุ้นปีหน้าฟื้นตัวขึ้น

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญแรงกดดันหนักกว่าที่คาดไว้ หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคม สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจโลกหรือสถานการณ์สงคราม แต่ยังมีปัจจัยภายในประเทศ ทั้งความไม่ชัดเจนของนโยบายวีซ่า ปัญหาด่านชายแดน เที่ยวบินที่ลดลง และความกังวลเรื่องความปลอดภัย ที่กำลังทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศคู่แข่ง
ล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 32–34 ล้านคน เหลือเพียง 31.5 ล้านคน หรือลดลงประมาณ 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยวเกือบ 33 ล้านคนขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ยังคงตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติใกล้เคียงปีก่อน หรืออยู่ในกรอบ 30–34 ล้านคน พร้อมสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 2.7–2.8 ล้านล้านบาท
แต่เมื่อดูตัวเลขจริงตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 25.46 ล้านคน ลดลง 4.5% สร้างรายได้ 1.24 ล้านล้านบาท ลดลง 2.8% แม้รายได้เฉลี่ยต่อทริปจะเพิ่มขึ้น 1.82% มาอยู่ที่ประมาณ 48,700 บาท แต่การใช้จ่ายต่อคนที่เพิ่มขึ้น ยังไม่สามารถชดเชยจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไปได้ทั้งหมด ที่สำคัญ แนวโน้มไตรมาส 4 ยังไม่สดใส โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหดตัวอีก 6.3% เพราะหากไทยต้องการไปให้ถึงเป้าหมายเดิมที่ 33 ล้านคน จะต้องดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านคนในช่วงเวลาที่เหลือ ซึ่งประเมินว่าทำได้ยากมาก
หากย้อนดูสถานการณ์รายไตรมาส จะเห็นว่าการท่องเที่ยวไทยมีสัญญาณอ่อนแรงลงต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกนักท่องเที่ยวหดตัว 2.4% ไตรมาส 2 ติดลบ 4.4% และไตรมาส 3 ติดลบเพิ่มขึ้นเป็น 5% สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่เป็นแรงกดดันที่สะสมต่อเนื่องตลอดทั้งปี
เมื่อเจาะลึกไปยังตลาดนักท่องเที่ยว พบว่าตลาดอาเซียนเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ฉุดภาพรวม โดยลดลง 4.62% และหากไม่นับรวมมาเลเซีย ตลาดอาเซียนจะหดตัวหนักถึง 15.7%ขณะที่ตลาดกัมพูชาหดตัวรุนแรงที่สุดถึง 86% จากปัญหาด่านชายแดนที่ปิดมาตั้งแต่ปีก่อน ส่งผลให้ไทยสูญเสียนักท่องเที่ยวจากตลาดนี้ไปประมาณ 500,000 คน ส่วนตลาดเอเชียตะวันออกยังช่วยพยุงภาพรวมไว้ได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 500,000 คนจึงเข้ามาชดเชยนักท่องเที่ยวจากตลาดชายแดนที่หายไป
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่น่ากังวลกว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ลดลง คือความสามารถในการแข่งขันของไทยที่กำลังถูกประเทศคู่แข่งแซงหน้าโดยผลสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวพบว่า แม้ 52.2% จะมองว่าศักยภาพการท่องเที่ยวไทยดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในปัจจุบัน กลับมีผู้ประกอบการถึง 59.1% ที่มองว่าไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้อยกว่า เพราะประเทศคู่แข่งพัฒนาเร็วกว่าโดยปัจจุบันไทยยังมีศักยภาพเหนือกว่าเวียดนาม แต่เป็นรองญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์อย่างมาก
และเมื่อสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยว 368 รายทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 63% พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างน้อย 25% พบว่าสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลงในช่วง 9 เดือนแรก มาจาก 3 ปัจจัยสำคัญปัจจัยแรก คือสถานการณ์ภายนอกที่ไทยควบคุมไม่ได้ มีสัดส่วน 48.1% ทั้งภาวะสงคราม ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวปัจจัยที่สอง คือข้อจำกัดภายในประเทศ คิดเป็น 25.3% ทั้งเที่ยวบินที่ลดลง ความสับสนเกี่ยวกับนโยบายวีซ่า ปัญหาด่านชายแดน และความกังวลด้านความปลอดภัยส่วนปัจจัยที่สาม คือการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปประเทศคู่แข่ง คิดเป็น 21.7%
นั่นหมายความว่า หากรวมปัจจัยภายในประเทศเข้ากับการที่นักท่องเที่ยวหันไปเที่ยวประเทศคู่แข่ง จะมีสัดส่วนสูงถึง 47% สะท้อนว่าเกือบครึ่งหนึ่งของแรงกดดันมาจากปัจจัยที่ไทยสามารถเร่งแก้ไขหรือปรับปรุงได้
สำหรับแนวโน้มปี 2027 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาฟื้นตัว โดยกรณีฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.9% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.5 ล้านคนจากปีนี้ และสร้างรายได้ประมาณ 1.632 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ราว 120,000 ล้านบาทขณะที่ตลาดจีนยังเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการมองว่ามีศักยภาพสูงสุด โดยได้รับการจัดอันดับเป็นตลาดเป้าหมายอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 43.3%
อย่างไรก็ตาม การกลับไปแตะระดับ 40 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวก่อนเกิดโควิด-19 อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผลสำรวจพบว่ามีผู้ประกอบการเพียง 10.6% ที่เชื่อว่าไทยจะกลับไปถึงระดับดังกล่าวได้ภายในปี 2029 หรือ 2572 ส่วนมากกว่า 80% มองว่าต้องรอถึงปี 2031 หรือ 2574 เป็นต้นไป ขณะที่อีก 9.1% มองว่าไทยอาจไม่มีโอกาสกลับไปเห็นตัวเลข 40 ล้านคนอีกแล้ว
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า วิกฤตท่องเที่ยวไทยครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสงครามหรือเศรษฐกิจโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นโจทย์ใหญ่เรื่องความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการภายในประเทศ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวเพราะในวันที่ประเทศคู่แข่งกำลังเร่งพัฒนาสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยว การหวังพึ่งเพียงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวหรือชื่อเสียงเดิมของประเทศไทย อาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำคือแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ยกระดับความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
