รีเซต

ทรัมป์งัดกฎหมายเก่ายุคสงครามเย็นเร่งผลิตน้ำมัน ก่อนเลือกตั้ง 10 วัน

ทรัมป์งัดกฎหมายเก่ายุคสงครามเย็นเร่งผลิตน้ำมัน ก่อนเลือกตั้ง 10 วัน
TNN ช่อง16
23 ตุลาคม 2569 ( 16:24 )
11

ทรัมป์งัดกฎหมายเก่าแก่ยุคสงครามเย็น กลับมามาใช้ เพื่อเร่งการกลั่นน้ำและเร่งผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม อีกเพียง 10 วันก่อนถึงวันเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ตัดสินใจวานนี้ (22) นำกฎหมายเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสงครามเย็น กลับมาใช้  เพื่อเร่งการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม การกลั่นน้ำมัน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกันประเทศ (national defense) 


การตัดสินใจของทรัมป์ดังกล่าว จะเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถทุ่มงบประมาณลงไปในโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

ในบันทึกประธานาธิบดีสหรัฐฯ (presidential memo) ทรัมป์ได้ตัดสินใจใช้บางส่วนของกฎหมายเก่าตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ชื่อกฎหมาย Defense Production Act เพื่อให้อำนาจทรัมป์ สามารถให้แรงจูงใจทางการเงิน เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และการเก็บเชื้อเพลิงเหลวได้


รอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ตัดสินใจดังกล่าว ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันดีเซลพุ่งสูงในตลาดโลก ตั้งแต่ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ก่อสงครามอิหร่านตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สงครามนี้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานทั่วโลก ซ้ำเติมด้วยยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในรัสเซีย ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์อุปทานน้ำมันในตลาดโลกหนักยิ่งขึ้น

ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ กำลังทำให้ทรัมป์เสี่ยงสูญเสียอำนาจในรัฐสภาสหรัฐฯ ในวันเลือกตั้งกลางเทอม 3 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ความไม่พอใจของชาวอเมริกันสะท้อนออกมาในผลสำรวจความนิยมชาวอเมริกันล่าสุดโดยรอยเตอร์/อิปโซสในสัปดาห์นี้ พบว่ามีชาวอเมริกันที่ยอมรับผลงานทางเศรษฐกิจของทรัมป์เพียงร้อยละ 36 


การที่ทรัมป์ตัดสินใจนำกฎหมายเก่าเกี่ยวกับการผลิตปิโตรเลียมกลับมาใช้นี้ ยังเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เพิ่งรายงานว่า คลังสำรองปิโตรเลียมยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) ได้ลดลงหนัก สู่ระดับต่ำสุดที่ 282.7 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 44 ปีนับตั้งแต่ปี 1982 เป็นต้นมา 


ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ออกคำสั่งปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรล ออกจากคลังสำรองปิโตรเลียมยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาการสะดุดหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตลาดโลกเนื่องจากสงครามอิหร่าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง