“ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” เปิดร่างคุม BNPL จำกัดวงเงิน 2 หมื่น ผ่อนไม่เกิน 6 เดือน

ความสะดวกในการซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยบริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now, Pay Later (BNPL) กำลังเป็นอีกประเด็นที่ภาครัฐให้ความสำคัญ ท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือนและการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถเลือกซื้อสินค้าและแบ่งชำระเงินในภายหลังได้ แต่หากมีภาระผ่อนชำระหลายรายการพร้อมกัน ความสะดวกดังกล่าวอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหนี้สะสมโดยไม่รู้ตัว
เดินหน้าป้องกันหนี้จาก “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง”
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินดิจิทัล โดยกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์กำกับสินเชื่อ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now, Pay Later (BNPL) ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน 2569 เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัวและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค
รายละเอียดร่างหลักเกณฑ์ จำกัดวงเงินไม่เกิน 2 หมื่น
นางสาวลลิดากล่าวว่า ร่างหลักเกณฑ์เสนอให้ผู้ใช้บริการมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป กำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระแต่ละรายการไม่เกิน 6 เดือน และกำหนดเพดานดอกเบี้ยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 15% ต่อปี
คำนวณแบบอัตราที่แท้จริง (Effective Rate) โดยรวมค่าธรรมเนียมและส่วนเพิ่มของราคาสินค้าที่เกิดจากการเลือกผ่อนชำระตามเงื่อนไขของร่าง เพื่อให้ประชาชนเห็นต้นทุนสินเชื่ออย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผู้ให้บริการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และตารางภาระหนี้อย่างชัดเจน พร้อมแยกขั้นตอนการตัดสินใจซื้อสินค้าออกจากการสมัครใช้สินเชื่อ และกำหนดแนวทางติดตามหนี้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ความสะดวกในการผ่อนชำระผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลนำไปสู่ภาระหนี้สะสม
รู้ต้นทุนก่อนกดผ่อน ป้องกันหนี้สะสมระยะยาว
“รัฐบาลต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวกและเป็นธรรม แต่ต้องรู้ต้นทุนและภาระหนี้ก่อนกดผ่อน เพราะแม้จะผ่อนครั้งละไม่มาก หากมีหลายรายการพร้อมกันก็อาจกลายเป็นภาระเกินกำลังได้ การกำกับดูแลครั้งนี้จึงมุ่งสร้างความโปร่งใสและป้องกันปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาว” นางสาวลลิดากล่าว
เปิดรับความเห็นถึง 15 พ.ย. 2569
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ขณะนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังเป็นเพียงร่างที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th หรือระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อร่วมพัฒนาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ท้ายที่สุด สิ่งที่ผู้ใช้บริการ BNPL ควรตระหนักไม่ว่าจะมีหลักเกณฑ์ใหม่ออกมาหรือไม่ คือการซื้อสินค้าด้วยเงินที่ยังไม่ได้จ่ายต้องมาพร้อมกับการวางแผนชำระหนี้อย่างรอบคอบ เพราะการผ่อนชำระที่ดูเหมือนเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยในวันนี้ อาจกลายเป็นภาระก้อนใหญ่ได้ หากขาดการประเมินรายรับ รายจ่าย และยอดหนี้ทั้งหมดที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละเดือน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
