รีเซต

ทะเล “เชจู” กำลังพัง! เอลนีโญเร่งปะการังล้มตาย

ทะเล “เชจู” กำลังพัง!  เอลนีโญเร่งปะการังล้มตาย
TNN ช่อง16
8 กันยายน 2569 ( 09:30 )
10

ทะเลรอบเกาะเชจูของ “เกาหลีใต้” กำลังส่งสัญญาณเตือน เมื่อแนวปะการังอ่อนที่เคยอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเล เริ่มล้มพังและเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติจากอิทธิพลของเอลนีโญ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากความร้อนยังยืดเยื้อ ความเสียหายอาจลุกลามกระทบทั้งระบบนิเวศทางทะเลของเกาะ

 

บริเวณแหล่งปะการังอ่อนทางตอนใต้ของเกาะเชจู ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในเขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก กำลังเผชิญภาวะปะการังอ่อน “ล้มพัง” หรือ Slumping อีกครั้งในปีนี้

 

กลุ่มนักดำน้ำอาสาสมัคร Paran Ocean Citizen Science Center ซึ่งติดตามความเปลี่ยนแปลงของทะเลรอบเกาะ ระบุว่า ปะการังอ่อนบางส่วนเริ่มทรุดตัว โดยเฉพาะบริเวณเกาะบอมซอม ซึ่งพบว่าปะการังในบางกลุ่มได้รับผลกระทบราวครึ่งหนึ่ง


ปะการังอ่อนแตกต่างจากปะการังแข็ง เพราะไม่มีโครงสร้างแคลเซียมคาร์บอเนตแข็งค้ำจุน แต่ใช้แรงดันของของเหลวภายในลำตัวช่วยให้ตั้งตรง เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง แรงดันดังกล่าวอาจเสียสมดุล ทำให้ปะการังเอนตัวและล้มลง

 

นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาสมุทรเกาหลี หรือ KIOST ระบุว่า ปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นในปี 2567 และได้รับการบันทึกและศึกษาทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรก โดยปีนี้สถานการณ์อาจรุนแรงกว่าเดิม หากอุณหภูมิน้ำทะเลยังคงสูงต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน

 

นอกจากความร้อนจากทะเลแล้ว นักวิจัยยังมองว่า ฝนตกหนัก พายุไต้ฝุ่น และการเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำทะเลจากน้ำที่ไหลออกมาจากแม่น้ำแยงซีของจีน อาจเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ปะการังอ่อนอ่อนแอลง

 

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวปะการัง เพราะปะการังอ่อนเป็นเสมือน “แหล่งอนุบาล” และพื้นที่วางไข่ของสัตว์ทะเล โครงสร้างสามมิติของมันยังเป็นที่หลบซ่อนของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด หากระบบนิเวศพื้นฐานนี้พังทลาย ก็อาจกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลเชจูในวงกว้าง


ขณะเดียวกัน ชาวประมงหญิงหรือ “แฮนยอ” ซึ่งพึ่งพาทะเลมาหลายชั่วอายุคน ก็เริ่มสัมผัสผลกระทบโดยตรง ทั้งปริมาณหอยเป๋าฮื้อ หอยสังข์ ปลิงทะเล และสาหร่ายที่ลดลง ทำให้เวลาทำงานและปริมาณสัตว์ทะเลที่เก็บได้ลดลงตามไปด้วย


ข้อมูลจากหน่วยงานสภาพอากาศของเกาหลีใต้ยังพบว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คลื่นความร้อนในทะเลรอบเกาหลีมีระยะเวลายาวนานขึ้นเกือบ 4 เท่า โดยเฉลี่ยกินเวลานานถึงกว่า 83 วัน

 

วิกฤตปะการังที่เกาะเชจูจึงไม่ใช่เพียงการสูญเสียความสวยงามใต้ท้องทะเล แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรจากภาวะโลกร้อน เพราะเมื่อ “แหล่งอนุบาล” ของทะเลล่มสลาย สิ่งมีชีวิตทั้งระบบและชุมชนที่พึ่งพาทะเลก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง