'บิ๊กป้อม' ลงพื้นที่อยุธยา เร่งแก้น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนระยะยาวอย่างยั่งยืน

'บิ๊กป้อม' ลงพื้นที่อยุธยา เร่งแก้น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนระยะยาวอย่างยั่งยืน
มติชน
3 มีนาคม 2564 ( 10:34 )
14
'บิ๊กป้อม' ลงพื้นที่อยุธยา เร่งแก้น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนระยะยาวอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ห้องประชุมชั้น 1 เขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง โดยมี นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อธิบดีกรมชลประทาน ผู้ว่าการการประปานครหลวง ผู้แทนการประปาส่วนภูมิภาคและหน่วยงานในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม และได้ลงพื้นที่ดูสภาพพื้นที่บริเวณเขื่อนพระรามหกเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำด้วย

 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า วันนี้มาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและรับทราบมาตรการบริหารจัดการน้ำช่วยควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและบางปะกงของหน่วยที่รับผิดชอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและมีความห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก วันนี้ได้รับฟังรายงานของ กอนช. พบว่า ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาเกินเกณฑ์มาตรฐานในการผลิตน้ำประปา ส่งผลกระทบกับการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน ซึ่งหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของ กอนช.ก็ได้บูรณาการความร่วมมือกันจนทำให้สามารถแก้ไขปัญหาลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนได้เป็นอย่างดี สำหรับในช่วงเดือนมีนาคม 2564 นี้ จะยังมีภาวะน้ำทะเลหนุนสูงสุดอีก 2 ครั้ง ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ในช่วงวันที่ 9-12 มีนาคม และ 26-28 มีนาคม ในวันนี้ก็ได้มอบหมายให้กรมชลประทานร่วมกับการประปานครหลวง บริหารจัดการน้ำจากเขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยต้องควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้เกินเกณฑ์คุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร มีการกำหนดแผนปฏิบัติการให้ชัดเจน และให้ประเมินน้ำต้นทุนพร้อมวางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัดให้เพียงพอสำหรับต้นฤดูฝน ส่วนการนำน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาช่วยผลักดันและเจือจางน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น



ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหาค่าความเค็มในแม่น้ำสายสำคัญในระยะเร่งด่วน กอนช. ได้กำหนดมาตรการดังนี้ 1. แม่น้ำเจ้าพระยา โดยการเพิ่มการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยาที่ไม่กระทบปริมาณน้ำสำรองต้นฤดูฝน และการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองไม่เกิน 500 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้งการควบคุมการสูญเสียน้ำระหว่างทางและการควบคุมการระบายน้ำเสีย 2. แม่น้ำท่าจีน ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 2 เครื่อง บริเวณจุดต้นคลองจินดาเพื่อผลักดันน้ำที่เพิ่มเข้ามา ผ่านคลอง 6,7 และ 8ข-5ซ ลงคลองระบายท่าผา คลองบางแก้ว และคลองตาปลั่ง ตามลำดับ การส่งน้ำเข้าระบบชลประทานเพื่อเจือจางค่าความเค็มในคลอง และเพิ่มการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง และคลองท่าสาร-บางปลา ลงสู่แม่น้ำท่าจีนตอนล่างเพื่อผลักดันน้ำเค็ม และ 3.แม่น้ำบางปะกง มีการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง ในลุ่มน้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำพระปรง จ.สระแก้ว อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี และอ่างเก็บน้ำพระสะทึง จ.สระแก้ว



ข่าวที่เกี่ยวข้อง