เช็คลิสต์: 5 วิธีรับมือกับฝนฟ้าอากาศ ในช่วงฤดูฝน ให้ชีวิตประจำวันไม่สะดุด อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูฝนแบบนี้ หนึ่งในปัจจัยที่รบกวนวิถีชีวิตของใครหลายคนจนทำให้ชีวิตประจำวันรู้สึกติดขัด ผิดแผนอยู่บ่อยครั้งก็คือเรื่องของฝนฟ้าอากาศนี่แหละ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราไปทำงานสาย ไปเรียนสาย ผิดนัดลูกค้า หรือกลับถึงบ้านเลทกว่าเวลาปกติจนรบกวนเวลาพักผ่อน ในวันนี้จึงจะชวนทุกคนมาเช็คลิสต์ 5 วิธีรับมือกับฝนฟ้าอากาศ ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของเรายังคงลื่นไหลได้ แม้ว่าจะโดดฝนฟ้าที่ตกลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยรบกวนก็ตาม 1. พกร่มติดตัวตลอดเวลา อาจจะดูเป็นวิธีเบสิคง่าย ๆ แต่เชื่อไหมว่าวิธีนี้หลายคนกับละเลยไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตอนก้าวเท้าออกจากบ้านสังเกตเห็นว่าอากาศแจ่มใส แดดแรงดี หลายคนก็มักจะคิดว่าวันนี้ฝนน่าจะไม่ตก จึงเมินที่จะพบร่มออกจากบ้านนั่นเอง ทว่าในความเป็นจริงแล้ว สภาพอากาศในช่วงฤดูฝนนั้นแปรเปลี่ยนปกติ แม้ว่าในช่วงเช้าท้องฟ้าจะปลอดโปร่ง แต่เมฆก็อาจจะก่อตัวหนาขึ้นในช่วงบ่าย หรือช่วงเย็นจนกลายเป็นสายฝนถล่มลงมาก็เป็นได้ ดังนั้นทุกวันที่ก้าวเท้าออกจากบ้านในช่วงหน้าฝนจึงควรที่จะพกร่มติดตัวไปด้วยเสมอ 2. ติดตั้งแอปพลิเคชั่นพยากรณ์อากาศไว้ วิธีต่อมาที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันในช่วงฤดูฝนของเราลื่นไหลมากขึ้น ผิดแผนน้อยลงก็คือ การติดตั้งแอปพลิเคชั่นตรวจเช็คสภาพอากาศไว้คอยเช็คดูเรื่อย ๆ นั่นเอง ทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ก็มักจะมาพร้อมกับแอปพลิเคชั่นเช็คสภาพอากาศพื้นฐานได้อยู่แล้ว เช่น วันนี้ พรุ่งนี้ อุณหภูมิในพื้นที่จะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ มีเมฆหรือไหม่ มีแนวโน้มที่ฝนจะตกหรือไม่ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าแอปฯพื้นฐานที่ติดมากับตัวเครื่องใช้งานได้ไม่ถนัด ข้อมูลเรื่องฝนไม่ชัดเจน ก็อาจจะดาวน์โหลดจาก Store เพิ่มไว้ ตัวอย่างเช่น Rain Viewer, Windy.com เป็นต้น ซึ่งแอปเหล่านี้จะมีไว้คาดการณ์เรื่องฝน ปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะ 3. เผื่อเวลาการเดินทาง วิธีต่อมาที่ต้องบอกว่าจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับช่วงฤดูฝนก็คือ การเผื่อเวลาการเดินทางทุกครั้งนั่นเอง เพราะฝนฟ้าอากาศที่ตกลงมาแบบไม่บอกกล่าวนั้นอาจรบกวนเวลาการเดินทางของเราให้ล่าช้ากว่าเวลาปกติได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจราจรบนถนนที่ติดขัดกว่าปกติ เพราะฝนที่ตกลงมาทำให้รถแต่ละคันต้องวิ่งด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ทำความเร็วได้น้อยลง หรือการติดขัดของระบบขนส่งสาธารณะ เช่น เหตุขัดข้องกะทันหันของรถไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นในการเดินทางช่วงฤดูฝนเราจึงควรที่จะเผื่อเวลาไว้สัก 20-30 นาที จากเวลาปกติ 4. พกรองเท้าแตะติดตัว วิธีต่อมาที่แน่นอนว่าน่าจะช่วยให้หลายคนรับมือกับฝนฟ้าอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเดินทางขึ้นรถลงเรือได้ดีขึ้นก็คือ การพกรองเท้าแตะไว้สลับเปลี่ยนนั่นเอง อย่างที่ทราบกันดีว่าขณะไปเรียน ทำงาน หรือทำกิจธุระใด ๆ หลายคนมักจะสวมรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าหุ้มส้น เพื่อความสุภาพและเหมาะสมกับสถานที่ แต่บ่อยครั้งเวลาเลิกงาน เลิกเรียน ขณะเดินทางกลับบ้าน เจ้ารองเท้าผ้าใบ รองเท้าหุ้มส้นนี่แหละที่มักจะสร้างปัญหาให้เรา เพราะการใส่มันลุยน้ำ ลุยฝนนั้นจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายเท้าสุด ๆ ทั้งยังตามมาด้วยปัญหาการซัก ทำความสะอาดในภายหลังอีก ดังนั้นการพกรองเท้าแตะใส่ถุงหิ้วไว้สลับเปลี่ยนสักคู่จึงเป็นอะไรที่ช่วยได้เยอะมากเลย หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำลุยฝน 5. ไม่นัด/ตอบรับนัดอย่างกระชั้นชิด และอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันการผิดแผน แพลนล่มในช่วงหน้าฝนได้ก็คือ การไม่นัด หรือตอบรับนัดใครอย่างกระชั้นชิดนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่เรานัดคุยงาน เพื่อน ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นัดทานข้าวกัน เพราะสภาพฝนฟ้าอากาศที่ไม่แน่นอนนั้นอาจกระทบเวลาการเดินทางจนทำให้ไปถึงล่าช้า ผิดนัด หรือกระทั่งส่งผลกระทบกับแพลนต่อ ๆ ไป เป็นลูกโซ่ได้เลย โดยการจะนัด หรือตอบนัดใครในช่วงหน้าฝนนี้ควรจะทำล่วงหน้าสัก 2-3 วันเป็นอย่างน้อย และมั่นใจได้ว่าหากการเดินทางติดขัด ไม่เป็นตามแผน นัดจะไม่ล่มและไม่กระทบกับแพลน หรือตารางงานต่อ ๆ ไป ของเรา ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !