พ่อรวยสอนลูก สร้างเส้นทางรวย โดยไม่ต้องตัดบัตรเครดิต (Rich Dad's Guide to becoming rich) ชี้ให้เห็นว่าการยกเลิกบัตรเครดิตเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น เราต้องรู้จักสร้างรายได้ให้มากกว่ารายจ่าย จึงจะสามารถอยู่รอดได้ Robert T. Kiyosaki จะมาให้คำแนะนำด้วยหนังสือขนาดกะทัดรัด (ปกติมักจะเป็นเล่มหนา 400-500 หน้าขึ้นไป) โดยเน้นย้ำให้เราเข้าใจความแตกต่างหนี้ดี (หนี้ที่ทำให้เรารวย) กับหนี้เลว (หนี้ที่ทำให้จน ใช้เงินเกินกว่ารายได้ที่มี) และต้องการให้เรามีทรัพย์สินที่ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเป็นบวก แปลโดย ดุษิตา สมจิตติ์ชอบ ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ 1.หนี้ดี เกิดจากการลงทุนในทรัพย์สิน เช่น อสังหาฯให้เช่า แล้วมีรายได้มากกว่าค่าผ่อนธนาคาร ทำให้การผ่อนบ้านไม่เป็นภาระ ตราบใดที่ผู้เช่าจ่ายค่าเช่ามากกว่าเงินที่ต้องผ่อน ขณะที่หนี้เลว คือหนี้ที่เกิดจากการบริโภค ใช้จ่ายทั่วไปแล้วไม่ได้ผลตอบแทนอะไรกลับมาเลย 2.ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตกับคนทั่วๆ ไป ก็คือ พวกเขาสามารถทนกับคำวิพากษ์วิจารณ์ได้มากแค่ไหน คนทั่วไปอาจจะทนได้ไม่มากนัก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างธรรมดาๆ ไปทั้งชีวิตของพวกเขา ไม่มีวันได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ คนทั่วไปใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวว่าคนอื่นจะคิดกับเขาอย่างไร ดังนั้น พวกเขาจึงต้องพยายามมีชีวิตอยู่อย่างธรรมดากับพวกคนทั่วไปอย่างพวกเขา มีชีวิตอยู่กับความกลัวคนอื่นนินทา กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเขาไม่ดี คนเราย่อมมีความคิดเห็นกับเรื่องของคนอื่นอยู่แล้วล่ะ 3.มีคนประมาณ 33 เปอร์เซ็นต์ที่ชอบเราไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม อีก 33 เปอร์เซ็นต์ของคนในสังคมจะไม่ชอบเราไม่ว่าจะทำสิ่งที่ดีหรือเลว และอีก 33 เปอร์เซ็นต์จะไม่สนใจเราเลยไม่ว่าลูกจะทำอะไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องทำคือ อย่าไปสนใจกับคน 33 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เคยชอบเราเลย พร้อมกับเปลี่ยนคนอีก 33 เปอร์เซ็นต์ให้หันมาชอบเรา ก็แค่นั้นเอง สิ่งที่แย่ไปกว่าการถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็คือ การที่ไม่มีใครพูดถึงเราเลย 4.ต่อไปนี้เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 ประเภทที่ควรมี สำหรับ การใช้ชีวิตให้มีความมั่นคงระดับหนึ่งในยุคของข้อมูลข่าวสาร 1. ด้านวิชาการ การศึกษาจะสอนให้คุณอ่านออก เขียนได้ ตลอดจนคํานวณได้ 2. ด้านการประกอบวิชาชีพ การศึกษาจะสอนให้คุณใช้ทักษะเฉพาะที่สามารถนําไปทำงานหา เลี้ยงชีพได้ เช่น การเรียนเพื่อที่จะเป็นแพทย์ ทนาย ช่างประปา เลขานุการ ช่างไฟฟ้า ครู เป็นต้น 3. ด้านการเงิน การศึกษาจะสอนให้รู้ว่าควรจะให้เงินทำงานให้คุณอย่างไร 5.คนรวยส่วนใหญ่ในโลกนี้มักจะเป็นคนที่เคยทำผิดพลาดมากทั้งนั้น เจ. พอล เก็ตตี้ เป็นที่รู้จักกันในฐานะนักสํารวจน้ำมันที่มักขุดเจอแต่บ่อที่ว่างเปล่า ที่สุดเขาก็ร่ำรวยขึ้นมาเมื่อขุดพบบ่อน้ำมันอันเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของโลก เช่นเดียวกับ โธมัส เอดิสัน ผู้ซึ่งล้มเหลวกับการ ทดลองนับหมื่นครั้งกว่าที่เขาจะสร้างหลอดไฟได้สำเร็จ เหตุผลที่พูดว่าคนส่วนใหญ่เป็นผู้แพ้ก็เพราะเขาใช้ชีวิตโดยไม่อาจยอมรับกับความพ่ายแพ้แม้แต่เพียงสักครั้ง การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องเป็น ทั้งนายธนาคารและนักเสี่ยงโชค แล้วจะสามารถยอมรับกับความพ่ายแพ้ได้ เพราะนักเสี่ยงโชคทุกคนรู้ดีว่าความพ่ายแพ้เป็นส่วนหนึ่งของชัยชนะ 6.การยกเลิกบัตรเครดิตไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกในระยะยาว เพราะการหยุดทำในสิ่งที่ชอบ มันไม่ทำให้คนส่วนใหญ่มีความสุขหรอก ถ้าเลือกได้คนเราย่อมต้องการมีเงินมากๆ และมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระและสนุกสนานมากกว่า คนที่พูดว่า “เงินไม่ได้ทําให้คุณมีความสุขหรอก” ก็จะมีแต่คนที่มีเงินมากๆ อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีความสุขหรือคนที่ไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร คนเรา ไม่มีความสุขก็เมื่อพวกเขาไม่มีเงินไว้ชําระหนี้ หรือไม่มีเงินไว้ใช้สอยอย่างที่พวกเขาต้องการมากกว่า 7. คนที่กลัวความผิดพลาด ก็คือคนที่มักจะอยู่เฉยๆ หรือไม่ก็ทำแต่สิ่งเดิมๆ” กฎอีกหนึ่งข้อของเซอร์ไอแซก นิวตัน ที่ใช้กันทั่วไปคือ กฎแห่งการสงวนพลังงาน (Low of Conservation of Energy) ซึ่งกล่าวไว้ว่า “สิ่งที่อยู่นิ่งจะยังคงนิ่งอยู่ต่อไป และสิ่งที่เคลื่อนไหวก็ย่อมเคลื่อนไหวต่อไปเรื่อยๆ” หรืออีกนัยหนึ่งคือ คนเรามักพบว่ามันง่ายกว่าที่จะปล่อยชีวิตให้เคลื่อนไหวไปในจังหวะเดิมๆ และบางคนก็คิดว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับการที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ เพราะร่างกายจะสั่งเราว่าอยู่เฉยๆ น่ะดีแล้ว 8.ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อก้าวไปสู่การเป็นเศรษฐีก็คือ การทำอะไรที่แตกต่าง เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงก้าวเล็กๆ เดินหน้าทำสิ่งใหม่ๆให้บังเกิด ทำพลาดสักสองสามครั้ง แล้วในที่สุดเราจะกลายเป็นคนใหม่ที่ฉลาดคล่องแคล่ว ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำในสิ่งง่ายๆที่จะทำให้พวกเขาเป็นเศรษฐี ก็มาจากกฎของนิวตันนั่นเอง 9.สมมติว่ามีคนอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนั้นแนะนํา ให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือไม่ก็หาหนี้ที่ดี ในทางทฤษฎีนั้นมันเข้าใจไม่ยากหรอกกับแนวคิดที่ว่า “ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก่อหนี้ที่ดี แล้วจะรวย” ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ยากถ้าคิดจะทำ แต่คนส่วนใหญ่ก็ทำไม่สำเร็จ พวกเขาอาจจะแค่คิดได้ แต่กลับล้มเหลวเมื่อนําไปปฏิบัติจริง ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะว่าพวกเขามีปัญหาในเรื่องของความรู้สึก และปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อความรู้สึกของพวก เขามีอำนาจเหนือความคิด เมื่อความรู้สึกถูกกระตุ้นโดยความคิดใหม่ๆ เรา ก็จะเริ่มได้ยินคําถามอย่างที่พูดถึงเมื่อก่อนหน้านี้ อย่างเช่น • แล้วถ้าเศรษฐกิจตกต่ำล่ะ • แล้วถ้าผมทำพลาดล่ะ 10.นี่คือตัวอย่างของการมีความรู้สึกกลัวเกิดขึ้นเพื่อต่อต้านความคิดใหม่ๆที่เกิดขึ้นในสมอง แม้แต่ความคิดธรรมดา เช่น “ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก่อหนี้ที่ดี แล้วจะรวย” ถ้า ความรู้สึก มีพลังมากกว่าความคิดในจิตใจ ผลที่เป็นรูปธรรมก็ย่อมไม่เกิดแน่นอน คนผู้นั้นอาจจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “เป็นอัมพาตในการวิเคราะห์” และเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ภายในใจกลับสับสนขัดแย้งกันระหว่างความรู้สึกกับความคิดของตัวเอง จะสังเกตได้ว่าแก่นหลักของเนื้อหาไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องหนี้สินจากบัตรเครดิตอย่างเดียว แต่จะเน้นรายได้จากส่วนต่างของหนี้ดี ซึ่งกลายเป็นรายได้ให้เราทุกเดือน ถ้าจัดการเป็น ความเสี่ยงจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เครดิตภาพ ภาพปก โดย Tweesak C. จาก pexels.com ภาพที่ 1 และ 2 โดยผู้เขียน ภาพที่ 3 โดย 4 จาก AI บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังสือ พ่อรวยเล่าเรื่อง เกมการเงินของคนรวย รีวิวหนังสือ พ่อรวยสอนลูก สอนลูกให้รวย รีวิวหนังสือ พ่อรวยสอนลูก เงินของฉันหายไปไหน (Rich Dad's Who took my money ?) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !