รีเซต

แห่ใช้ “Deepfake” ? เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ สร้างสีสันหรือชวนเข้าใจผิด

แห่ใช้ “Deepfake” ? เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ สร้างสีสันหรือชวนเข้าใจผิด
TNN ช่อง16
26 ตุลาคม 2569 ( 15:04 )

ขณะนี้ สหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอม ผู้สมัครมากมายจากหลายพรรคต่างพยายามนำเสนอแคมเปญที่แตกต่างกัน แต่หนึ่งในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คือการที่ผู้สมัครจำนวนมาก เลือกใช้คลิปที่สร้างโดย AI และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือการใช้ดีปเฟค (Deepfake) ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่นำภาพหน้าคนไปใช้ในการสร้างคลิปปลอม

รูปแบบคลิป

สำนักข่าวต่างประเทศ อัลจาซีรา (Alja Zeera) รายงานว่า บรูซ เบลกแมน (Bruce Blakeman) ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน (Republican) ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ได้ปล่อยโฆษณาหาเสียงที่มีโซห์ราน มามดานี (Zohran Mamdani) นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก และแคธี่ โฮชุล (Kathy Hochul) ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กำลังทำสวนด้วยกัน เพื่อขึ้นราคาสินค้าสำหรับประชาชน โดยมีโฆษณาอีกชิ้นหนึ่งที่มีโฮชุล (Hochul) พูดถึงการขึ้นค่าผ่านทางและค่าโดยสารจนประชาชนไม่สามารถขับรถหรือใช้รถไฟใต้ดินได้

ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งนี้ ทั้งตัวของโฮชุล (Hochul) และมามดานี (Mamdani) เอง ไม่ได้อยู่ในโฆษณาเหล่านั้นจริง ๆ แต่เป็นโฆษณาที่สร้างขึ้นโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โฆษณาเหล่านี้สามารถดูออกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นของปลอม แต่กลับดึงดูดความสนใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ สิ่งนี้กลายเป็นลักษณะเด่นของการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 พฤศจิกายน

ไม่มีกฎหมายของรัฐบาลกลาง

สำหรับโฆษณาดีปเฟค (Deepfake) ที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ที่มาในรูปแบบการล้อเลียน แม้ว่าตอนนี้ จะไม่มีกฎหมายของรัฐบาลกลางที่ควบคุมโฆษณาที่สร้างด้วยเอไอดีปเฟค (AI deepfake) แต่มีข้อมูลว่า 31 รัฐ จากทั้งหมด 50 รัฐในสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมาย ให้มีการติดป้ายกำกับโฆษณาบนเนื้อหาที่สร้างโดยใช้ AI แล้ว

อิลานา เบลเลอร์ (Ilana Beller) ผู้อำนวยการฝ่ายการกำกับดูแลและนโยบายด้าน AI ระดับรัฐของพับลิก ซิติเซน (Public Citizen) กลุ่มรณรงค์สิทธิผู้บริโภคที่มีสำนักงานใหญ่ในวอชิงตัน ดี.ซี. ออกมาให้ความเห็นว่า แม้กฎหมายระดับรัฐจะออกมาควบคุมสถานการณ์เท่าที่ทำได้ โดยไม่ก้าวล่วงสิทธิการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ (First Amendment) แต่กฎหมายระดับประเทศก็ยังคงมีความจำเป็นอยู่ดี

การติดป้ายกำกับที่ชัดเจนเปรียบเสมือนฉลากบนผลิตภัณฑ์อาหาร

เบลเลอร์ (Beller) จากองค์กรพับลิก ซิติเซน (Public Citizen) กล่าวถึงประเด็นการติดป้ายกำกับเนื้อหาว่า มีความจำเป็นต้องติดป้ายกำกับโฆษณาที่ใช้ AI ให้มีความชัดเจนและเข้าใจง่าย เช่นเดียวกับการติดฉลากบนผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถประเมินโฆษณาเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม

เธอกล่าวว่า ผู้คนจำเป็นต้องทราบว่า ควรให้ความสำคัญกับป้ายกำกับเหล่านี้ พร้อมเสริมว่าการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโฆษณาที่ใช้เทคโนโลยี AI แบบดีปเฟค (deepfake) เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่และผู้สูงอายุ

ในรัฐนิวยอร์ก พรรคเดโมแครต (Democrat) ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำรัฐ ว่าโฆษณาเหล่านั้นละเมิดข้อกำหนดเรื่องการเปิดเผยข้อมูล และทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิด แต่เบลกแมน (Blakeman) ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน (Republican) มองว่า ประชาชนน่าจะมองเห็นเป็นเรื่องตลกขำขัน และพวกเขาก็ชอบเนื้อหาแนวเสียดสีด้วย 

อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางส่วนที่สนับสนุนการหาเสียงโดยไม่ใช้สื่อด้วย AI แม้ว่าตอนนี้โฆษณาแบบ AI ดีปเฟคจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยผู้สมัครบางคนที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่ใช้สื่อประเภทนี้ ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนบางส่วน ตามคำกล่าวอ้างของเบลเลอร์ (Beller) 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง