หน้าร้อนเมืองไทยไม่เคยปรานีใคร! และสิ่งแรกที่เรานึกถึงเพื่อช่วยชีวิตก็คือ "แอร์" หรือเครื่องปรับอากาศ แต่หลายคนก็ต้องกุมขมับเวลาสิ้นเดือน เพราะค่าไฟพุ่งกระฉูดจนน่าตกใจ วันนี้เรามีทริคเด็ดๆ แบบเจาะลึกในการเลือกซื้อแอร์ให้หนาวฉ่ำสะใจ คุ้มค่า และประหยัดไฟสุดๆ มาฝากกันครับ 1. สูตรคำนวณ BTU ให้เป๊ะกับขนาดห้อง การเลือก BTU (British Thermal Unit) ให้เหมาะกับขนาดห้องเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญมาก เพราะถ้าเลือก BTU ต่ำไป แอร์จะทำงานหนักและไม่เย็น แต่ถ้าเลือก BTU สูงเกินไป แอร์จะตัดการทำงานบ่อย ทำให้ห้องชื้นและกินไฟเกินความจำเป็น สูตรคำนวณแบบพื้นฐานที่นิยมใช้กันคือ BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ค่าตัวแปรความร้อน การเลือก "ค่าตัวแปรความร้อน" ให้เหมาะกับการใช้งาน: 700 - 800: สำหรับห้องนอนปกติ หรือห้องที่ไม่ค่อยโดนแดด 800 - 900: สำหรับห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่นทั่วไป 900 - 1,000: สำหรับห้องทำงานที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ หรือห้องที่รับแดดจัดในช่วงบ่าย 1,000 - 1,200: สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร หรือห้องที่มีคนอยู่หนาแน่น แนะนำขนาดห้องกับ BTU ที่เหมาะสมโดยประมาณ ขนาดห้อง (ตร.ม.) ห้องไม่โดนแดด (BTU) ห้องโดนแดดจัด (BTU) 9 - 12 9,000 12,000 12 - 16 12,000 15,000 16 - 20 15,000 18,000 20 - 24 18,000 24,000 2. ความแตกต่างของแอร์รุ่นเก่า (Fixed Speed) vs แอร์ Inverter รุ่นใหม่ หากคุณยังลังเลว่าจะยอมจ่ายแพงกว่าเล็กน้อยเพื่อระบบ Inverter ดีหรือไม่ ลองมาดูความแตกต่างของการทำงานของทั้งสองระบบนี้ครับ แอร์รุ่นเก่า (Fixed Speed): ทำงานแบบ "ตัด-ต่อ" คือเมื่อเปิดแอร์ คอมเพรสเซอร์จะทำงานเต็มกำลัง 100% จนอุณหภูมิห้องเย็นถึงจุดที่ตั้งไว้ แล้วจะตัดการทำงานไป พอห้องเริ่มอุ่นขึ้น คอมเพรสเซอร์ก็จะสตาร์ทตัวเองขึ้นมาทำงานใหม่อีกครั้ง ซึ่งช่วงสตาร์ทตัวใหม่นี่แหละครับที่กินไฟสูงมาก และทำให้อุณหภูมิห้องเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน แอร์ Inverter รุ่นใหม่: ทำงานแบบ "ปรับความเร็วรอบ" โดยเมื่อเปิดแอร์ คอมเพรสเซอร์จะค่อยๆ เร่งความเย็นจนได้ระดับที่ต้องการ จากนั้นระบบจะลดรอบการทำงานลงเพื่อหล่อเลี้ยงอุณหภูมิให้คงที่ โดยที่คอมเพรสเซอร์ไม่ได้หยุดทำงาน ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิมถึง 20-30% อุณหภูมิห้องนิ่ง หลับสบาย และทำงานเงียบกว่า จากข้อมูลข้างต้นทำให้สรุปข้อดีข้อเสียของแอร์ทั้ง 2 แบบได้ดังนี้ แบบ Fixed Speed ข้อดี ตัวเครื่องราคาประหยัดกว่า, อะไหล่หาง่าย ซ่อมบำรุงไม่ซับซ้อน ข้อเสีย กินไฟมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด, อุณหภูมิห้องไม่สม่ำเสมอ แบบ Inverter ข้อดี ประหยัดไฟสูง, อุณหภูมิคงที่, ทำงานเงียบ, ถนอมอายุการใช้งานของเครื่อง ข้อเสีย ราคาสูงกว่าตอนซื้อครั้งแรก, มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนกว่า 3. แบรนด์ที่น่าสนใจและราคาดี ประหยัดไฟจริงในฤดูกาลนี้ หากต้องการแอร์ที่ทั้งประหยัดค่าไฟและคุ้มราคาค่าตัว ต่อไปนี้คือตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูง TCL โดดเด่นสุดๆ ในเรื่องของความคุ้มค่า คุ้มราคา มีรุ่น AI Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างชาญฉลาดและเชื่อมต่อแอปพลิเคชันได้ในราคาที่จับต้องได้ง่าย Haier แบรนด์ขวัญใจมหาชนที่ราคาเบากระเป๋า มาพร้อมฟังก์ชันทำความสะอาดตัวเอง (Self-Cleaning) ที่ช่วยลดคราบสกปรกและประหยัดค่าล้างแอร์ไปในตัว Carrier แบรนด์ระดับสากลที่รุ่นหลังๆ ทำราคาออกมาดีและน่าสนใจมาก มีการดีไซน์และเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้สูง เหนือสิ่งอื่นใดการเลือกแอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าควรสังเกต ป้ายประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบมีระดับดาวการันตี ก็จะมั่นใจได้ว่าค่าไฟเราจะไม่พุ่งกระฉูดจนต้องปาดเหงื่อในการจ่ายเงินในแต่ละเดือนครับ ที่มา: TCL AI Control Inverter รุ่น T-PRO ที่มา: Haier แอร์ Inverter รุ่น VQEC Series ที่มา: Carrier แอร์แขวนใต้ฝ้า รุ่น TGV X-POWER INVERTER **หมายเหตุตัวโตๆ: ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนในการโฆษณาแอร์ในแต่ละแบรนด์แต่อย่างใด ทั้งนี้การเลือกแอร์ในแต่ละแบรนด์อาจลองหาอ่านรีวิวประกอบการตัดสินใจในราคาและความคุ้มค่าเพื่อที่ตัวผู้อ่านจะได้ในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวท่านเองนะครับ Q&A เพื่อช่วยให้เข้าใจเทคนิคการเลือกซื้อแอร์ได้ง่ายขึ้น Q1: ถ้าห้องมีขนาด 16 ตารางเมตร แต่อยู่ทางทิศตะวันตกและโดนแดดจัดในช่วงบ่าย ควรเลือกแอร์กี่ BTU จึงจะประหยัดไฟที่สุด? A1: สำหรับห้องที่โดนแดดจัด ควรใช้ค่าตัวแปรความร้อนที่สูงขึ้น (ประมาณ 1,000) ในการคำนวณ สูตร: 16 ตร.ม. x 1,000 = 16,000 BTU คำแนะนำ: ในตลาดอาจไม่มีรุ่น 16,000 BTU พอดี จึงควรขยับไปใช้รุ่น 18,000 BTU เพื่อให้เครื่องไม่ต้องทำงานหนักตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดไฟได้มากกว่าการใช้แอร์ขนาดเล็กที่ทำความเย็นไม่ถึงเป้าหมายครับ Q2: แอร์ระบบ Inverter ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าแอร์รุ่นธรรมดา (Fixed Speed) ได้อย่างไร? A2: แอร์รุ่นธรรมดา จะทำงานแบบ เย็นแล้วตัด ร้อนแล้วสตาร์ทใหม่ ซึ่งช่วงที่สตาร์ทคอมเพรสเซอร์ใหม่ทุกครั้งจะกินไฟสูงมาก ในขณะที่ระบบ Inverter จะใช้วิธีลดรอบความเร็วของคอมเพรสเซอร์ลงเมื่อห้องเย็นได้ที่ เพื่อประคองอุณหภูมิให้คงที่โดยไม่ต้องหยุดเครื่อง ทำให้ประหยัดไฟได้มากกว่า 20-30% และทำให้อุณหภูมิในห้องนิ่งกว่า ไม่รู้สึกเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวครับ Q3: หากมีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้แอร์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ควรพิจารณาจากปัจจัยใดนอกจากราคาเครื่อง? A3: ควรพิจารณา ป้ายความประหยัดไฟ (เบอร์ 5 ดาว) และ ศึกษาอ่านรีวิวในแบรนด์ต่างๆ เพื่อให้ได้แอร์ที่คุ้มค่าที่สุดครับ แหล่งข้อมูล 1. สูตรคำนวณ BTU ให้เป๊ะกับขนาดห้อง 2. ความแตกต่างของแอร์รุ่นเก่า (Fixed Speed) vs แอร์ Inverter รุ่นใหม่ 3. แบรนด์ที่น่าสนใจและราคาดี ประหยัดไฟจริงในฤดูกาลนี้ เครดิตรูปภาพหน้าปกจาก: pexels.com เครดิตรูปภาพประกอบ ภาพที่ 1 และ ภาพที่ 2 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !