ศาสตร์สามก๊ก: ทำไมขงเบ้งล้มเหลวในการรวมแผ่นดิน เมื่อกล่าวถึงวรรณกรรมเลื่องชื่อ สามก๊ก ก็แน่นอนว่าหนึ่งในคนที่เราจะพลาดเอ่ยถึงไม่ได้เลยก็คือขงเบ้ง หรือจูกัดเหลียง ยอดนักปราชญ์แห่งยุค ผู้ถูกยกย่องให้เป็นกุนซือที่มีสติปัญญาล้ำเลิศมากที่สุดในยุคสามก๊ก ทว่าสุดท้ายแล้วเจตจำนงของปราชญ์รายนี้ที่ต้องการช่วยจ๊กก๊กของเล่าปี่รวมแผ่นดินให้สำเร็จและฟื้นฟูต้าฮั่นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ในบทความนี้เราจึงจะมาช่วยไขข้้อข้องใจให้ได้ทราบกันว่าทำไม ปราชญผู้มีสติปัญญาล้ำเลิศถึงขนาดถูกลือกันว่าเขาหยั่งรู้ฟ้าดินได้ ถึงประสบกับความล้มเหลวและพ่ายแพ้ให้กับสุมาอี้ในท้ายที่สุด 1. จ๊กก๊กเริ่มต้นแบบไม่มีต้นทุน สาเหตุสำคัญประการแรกที่ทำให้งานของขงเบ้งยากลำบากว่ากุนซือของก๊กอื่น ๆ ก็คือการที่จ๊กก๊กของเล่าปี่ไร้ต้นทุนทั้งในส่วนดินแดน เงินทอง และกำลังทหารนั่นเอง โดยสิ่งที่จ๊กก๊กมีเมื่อครั้งเจอขงเบ้งก็มีเพียงอุดมการณ์อันแน่วแน่ของเล่าปี่ และแม่ทัพฝีมือดีอย่างเตียวหุย กวนอูเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าการจะทำงานใหญ่ระดับประเทศ แค่เพียงปัจจัยดังกล่าวนั้นไม่เพียงพอ ทำให้ขงเบ้งต้องพยายามช่วยจ๊กก๊กสร้างฐานดินแดนและกำลังคนขึ้นมาก่อน และนั่นก็เป็นกระบวนการที่กินเวลาเนิ่นนานทีเดียว 2. จ๊กก๊กไร้คนเก่ง ถึงแม้ว่าเมื่อมองภาพรวมอย่างเผิน ๆ จะดูเหมือนว่าจ๊กก๊กของเล่าปี่มีคนเก่ง ๆ มากมาย มีแม่ทัพและขุนพลอย่างเตียวหุย กวนอู จูล่ง ที่เก่งการรบ และทำข้าศึกรอบทิศทางหวาดหวั่น ทว่าหากเจาะลึกลงไปที่โครงสร้างการบริหารแล้ว ต้องบอกว่าจ๊กก๊กเทียบไม่ได้กับวุยก๊ก และง่อก๊กที่มีคนเก่งในด้านต่าง ๆ หลากหลายในจำนวนมาก ทั้งการศึก การวางกลยุทธ์ การเมือง การฑูต และมีโครงสร้างการบริหารที่เป็นระบบระเบียบกว่า ขณะที่จ๊กก๊กของเล่าปี่มักยึดติดกับตัวบุคคลที่เป็นสามพี่น้องร่วมสาบาน และบริหารงานแบบอาศัยความไว้เนื้เชื่อใจ ซึ่งทำให้สเกลทรัพยากรคนไม่เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น ตัวเลือกในการเรียกใช้งานคนของขงเบ้งจึงมีไม่มากนัก จะสังเกตเห็นได้ว่าเวลาที่ขงเบ้งต้องมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้คนของจ๊ก๊กแต่ละครั้ง เจ้าตัวมักจะแสดงอาการหนักใจทุกครังไป 3. ยุทธศาสตร์หลงจงของขงเบ้งไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้เป็นนาย อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าจ๊กก๊กเริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเลย และนั่นก็ทำให้ขงเบ้งต้องผุดยุทธศาสตร์หลงจงที่เสนอให้จ๊กก๊กเข้ายึดเกงจิ๋ว ต่อด้วยเสฉวน และผูกมิตรซุนกวน รบพุ่งโจโฉ เพื่อสร้างฐานดินแดนและอำนาจ ก่อนจะเผด็จศึกสองก๊กในระยะยาว ซึ่งแม้ว่าเล่าปี่จะเห็นดีเห็นงามกับไอเดียของขงเบ้งในทันที ทว่าเมื่อถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริงกลับพังไม่เป็นท่า กวนอูที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเมืองเกงจิ๋วกลับเสียเมืองให้ง่อก๊กจากความสะเพร่าของตัวเอง เมื่อตอนยกทัพขึ้นเหนือไปตีทัพของโจโฉและปล่อยให้เกงจิ๋วกำลังอ่อนแอลงจนถูกง่อก๊กที่นำทัพโดยลกซุนมายึดเมืองไปได้ง่าย ๆ และนั่นก็กลายเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของกวนอูด้วย ทัั้ง ๆ ที่ขงเบ้งย้ำแล้วย้ำอีกว่าเกงจิ๋วเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเสียไปไม่ได้ 4. จ๊กก๊กเล่นการเมืองไม่เป็น อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้จ๊กก๊กของยอดกุนซือจูกัดเหลียงไปไม่ถึงฝั่งฝันก็คือ ปัญหาในเกมการเมืองนั่นเอง จะเห็นได้ว่านอกจากตัวขงเบ้งแล้ว ผู้มีอำนาจคนอื่น ๆ ในจ๊กก๊กนั้นแทบจะไม่เข้าใจในเกมการเมืองเลย โดยแม้ว่าขงเบ้งจะพยายามวางยุทธศาสตร์ผูกมิตรซุนกวน รบพุ่งโจโฉไว้ แต่คนอื่น ๆ กลับทำยุทธศาสตร์พังลงไม่เป็นเท่า ครั้งหนึ่งที่ซุนกวน ผู้นำแห่งง่อก๊กพยายามจะสานไมตรีของง่อก๊กและจ๊กก๊กให้แน่นแฟ้นด้วยการเสนอให้ลูกชายของตนเองแต่งงานกับลูกสาวของกวนอู แต่กลับถูกกวนอูปฏิเสธแบบไร้น้ำใจและกลายเป็นการสร้างความร้าวฉานระหว่างสองก๊ก โดยกวนอูใช้ถ้อยคำรุนแรงว่าจะให้ลูกเสือไปแต่งงานกับลูกหมาได้อย่างไร 5. ต้องบอกมาเจอกับยอดคนอย่างสุมาอี้ และเหตุผลสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายของศึกสามก๊กและเป็นบทสรุปที่ทำให้เจตจำนงในการรวมแผ่นดินและฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นของขงเบ้งล้มเหลวก็คือ การต้องมาเจอกับศัตรูที่จัดว่าเป็นยอดคนอย่างสุมาอี้นั่นเอง ซ่ึ่งแม้ว่าระดับสติปัญญา การคิดอ่านกลยุทธ์ของสุมาอี้จะไม่ได้เหนือไปกว่าขงเบ้ง แต่สิ่งที่ยอดคนสุมาอี้มีเหนือขงเบ้งก็คือการอดทนรอคอย และสุขภาพที่ดีกว่า โดยครั้งหนึ่งสุมาอี้เคยฝากฑูตไปบอกขงเบ้งว่า "คนเราต้องทำใจให้สบาย จึงจะนอนหลับฝันดี" ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาที่เข้าใจชีวิตอย่างดีของผู้จิ้นก๊ก ขณะที่ขงเบ้งมักจะพยายามเอาชนะทุกสิ่งด้วยสติปัญญาของตนเอง และมักคิดกังวลเกี่ยวกับแผนการต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาจนสุขภาพทรุดโทรมและพ่ายแพ้ให้กับสุมาอี้ไปในที่สุด ณัฐเลิร์นกิฟต์ เขียน ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !