“พิพัฒน์” ถกแก้น้ำท่วมใต้ สั่งหากฝนตก 1–2 วันติด เตรียมอพยพทันที

พิพัฒน์ ถกแก้น้ำท่วมใต้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายพิพัฒน์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอพยพประชาชน ซึ่งน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คราวที่แล้ว เกิดปัญหาอพยพไม่ทันการ ว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแล 14 จังหวัดภาคใต้ ทั้ง 3 ภัยธรรมชาติ จากแผ่นดินไหว น้ำท่วม และวาตภัย จึงต้องเตรียมความพร้อม
ดยการในโดยการประชุมวันนี้ จะแยกการประชุมออกเป็น 2 รอบ คือ ร่วมประชุมพื้นที่กับ 8 จังหวัด คือพื้นที่ภาค 8 ในส่วนของภาคใต้ตอนบน และพื้นที่ภาค 9 ตั้งแต่จังหวัดสงขลา ลงไปถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะลงในรายละเอียด ต่อจากที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ
ซึ่งจากนี้มรสุมจะลงไปทางภาคใต้ ช่วงกลางเดือนตุลาคมตามฤดูกาล โดยจากประสบการณ์น้ำท่วมปีที่แล้ว ที่จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาหนักที่สุด จะเป็นบทเรียนให้เราเตรียมพร้อม ในการประสานงานและจะสั่งการในวันนี้ ไปยัง 14 จังหวัด
ฝนตก 1–2 วันติด เตรียมอพยพทันที
ทั้งนี้ กำชับให้มีการติดตามการพยากรณ์ และปริมาณฝน ว่าจะตกที่จังหวัดไหน และมีปริมาณเท่าไหร่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เก็บสถิติปริมาณฝนทุกวัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อจะได้ทราบว่า ในแต่ละอำเภอแต่ละจังหวัด มีปริมาณน้ำมากเท่าไหร่ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์กับปภ. ว่าจะต้องเตรียมการอย่างไร
ทั้งการเตรียมเรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำสูบ และหากฝนตกติดต่อกัน 1-2 วัน ต้องเตรียมพร้อมอพยพ โดยเฉพาะนำผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ศูนย์พักพิง ตรงนี้ต้องเตรียมให้พร้อม แต่ละท้องถิ่นต้องประสานเตรียม สถานที่ไว้สำหรับการอพยพ โดยต้องเตรียมทั้งอาหาร ยารักษาโรค และอุปกรณ์ยังชีพให้พร้อม
“ภัยธรรมชาติ ไม่เชื่อว่าใครจะสู้กับภัยธรรมชาติได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นและมีการพยากรณ์ล่วงหน้า ต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ให้ได้มากที่สุด ทุกหน่วยงานและผู้บริหารท้องถิ่นทุกแห่ง ต้องประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเตรียมรับภัยฉุกเฉิน” นายพิพัฒน์กล่าว
ส่วนที่กำชับเรื่องเตรียมความพร้อม จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และสบายใจว่าการจัดการจะไม่ซ้ำรอยหนักหนากับปี 2568 ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า คำว่าหนักหนา ต้องบอกว่า ภัยธรรมชาติไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น ในกทม.ฝนตก 2 วันปริมาณ 300 มิลลิเมตร น้ำท่วมแล้ว ทุกคนคาดหวัง ว่ากรุงเทพเป็นเมืองหลวง ควรจะมีความพร้อมกว่าต่างจังหวัด แต่ก็ยังรับไม่ทัน เพราะมีพื้นที่กว้าง
หากเปรียบกับพื้นที่หาดใหญ่ที่เป็น 1 อำเภอ ต้องมี 50 อำเภอ ถึงจะเท่ากับกรุงเทพ ขอย้ำว่าเราเตรียมความพร้อมดีกว่า เพราะไม่กล้าพูดว่า จะป้องกันได้ 100% ไม่กล้าพูดว่าเราสามารถรับได้เต็ม 100% แต่ต้องพยายามป้องกันให้มากที่สุดเท่าที่ที่จะทำได้
ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดตั้งบ้านพี่เลี้ยงในแต่ละท้องถิ่น โดยบ้านที่สมบูรณ์และแข็งแรง จะเป็นพี่เลี้ยงให้บ้านโดยรอบ 5-10 หลัง มีเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อสามารถแจกจ่ายกันได้ เพราะบางทีหน่วยงานของรัฐอาจจะยังเข้าไม่ถึงทุกหลัง จะได้สามารถดูแลกันได้ในช่วงเวลาหนึ่ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
