หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “สัตว์ป่าสงวน” ผ่านหูมาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจว่าสัตว์ชนิดใดบ้างที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ หรือมีความสำคัญอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักสัตว์ป่าสงวนของไทยว่ามีสัตว์ป่าชนิดใดกันบ้าง ก่อนจะไปรู้จักว่าสัตว์ป่าสงวนมีชนิดใดบ้าง เราควรเข้าใจก่อนว่า “สัตว์ป่าสงวน” หมายถึงอะไร สัตว์ป่าสงวน คือ สัตว์ป่าที่หายากหรือมีจำนวนลดลงอย่างมากจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ รัฐจึงออกกฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวด ห้ามล่า ห้ามครอบครอง ห้ามค้า หรือแม้แต่ห้ามรบกวนโดยไม่ได้รับอนุญาต จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้สัตว์เหล่านี้มีโอกาสฟื้นฟูประชากรและอยู่รอดต่อไปในธรรมชาติ เอาล่ะเรามาเริ่มกันที่สัตว์ตัวแรกเลยดีกว่าอย่าง... 1. กระซู่ กระซู่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ คล้ายแรด มีผิวหนังหนาและมีเขาเล็ก ๆ อยู่ที่จมูก เดิมพบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ของไทย แต่ปัจจุบันแทบไม่พบแล้วในธรรมชาติของไทย สาเหตุหลักมาจากการล่าและการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย กระซู่จึงกลายเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง 2. แรด แรดเป็นสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ในป่าของประเทศไทย แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์จากธรรมชาติในไทยไปหมดแล้ว จุดเด่นของแรดคือมีเขาอยู่บนจมูก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกล่าอย่างหนักในอดีต ถึงแม้ในไทยจะไม่เหลือแล้ว แต่ก็ยังถูกจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนเพื่อสะท้อนถึงความสำคัญและเป็นบทเรียนที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ 3. กูปรี กูปรีเป็นวัวป่าขนาดใหญ่ที่เคยพบในประเทศไทย ลักษณะเด่นคือเขาที่ยาวและโค้งงออย่างสง่างาม ปัจจุบันถือว่าสูญพันธุ์แล้วเช่นกันกูปรียังมีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ เพราะเคยได้รับการยกย่องให้เป็นสัตว์ป่าสงวนตัวแรกของประเทศไทยอีกด้วยครับ 4. ควายป่า ควายป่าแตกต่างจากควายบ้านตรงที่มีรูปร่างใหญ่ แข็งแรง และมีนิสัยดุร้ายกว่า พบในพื้นที่ป่าทุ่งหญ้าและป่าราบลุ่ม ในปัจจุบันจำนวนควายป่าลดลงมาก เนื่องจากการล่าและการผสมพันธุ์กับควายบ้าน ทำให้สายพันธุ์แท้เริ่มหายไป 5. ละองหรือละมั่ง ละมั่งเป็นสัตว์ในกลุ่มกวางที่มีรูปร่างสวยงามมาก ลำตัวเพรียว ขายาว และวิ่งได้เร็ว ตัวผู้จะมีเขาที่ยาวและโค้งอย่างสง่างาม ส่วนตัวเมียจะไม่มีเขา ในอดีตละมั่งเคยพบได้ทั่วไปในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ทุ่งหญ้าโล่งของภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พวกมันมักอาศัยอยู่เป็นฝูงและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่เปิดแต่ปัจจุบันภาพแบบนั้นแทบไม่มีให้เห็นแล้วในธรรมชาติสาเหตุนั้นมาจากการล่าและการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่ทุ่งหญ้าถูกเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรมหรือเป็นเมืองไปซะแล้ว 6. สมัน สมันเป็นสัตว์ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น หรือแม้แต่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน มันเป็นกวางที่มีเขาสวยงามมาก แตกกิ่งก้านคล้ายมงกุฎ และที่สำคัญคือพบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในอดีตสมันอาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มของภาคกลาง ซึ่งเคยเป็นทุ่งหญ้าและพื้นที่ชุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์แต่ด้วยความสวยงามของเขา ทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายของการล่าอย่างหนักเมื่อรวมกับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ธรรมชาติ สมันจึงค่อย ๆ ลดจำนวนลง จนในที่สุดก็สูญพันธุ์ไปจากโลก 7. เลียงผา เลียงผาเป็นสัตว์ที่อยู่ตามหน้าผาและภูเขาสูง มีลักษณะคล้ายแพะผสมกวาง สามารถปีนป่ายได้เก่งมาก ถึงแม้จะยังยังพบในธรรมชาติ แต่จำนวนประชากรของพวกมันเองก็ยังคงลดลงเรื่อย ๆ 8. นกกระเรียนไทย นกกระเรียนไทยเป็นนกขนาดใหญ่ มีลำตัวสีเทาและมีจุดเด่นที่หัวสีแดงสด เคยสูญพันธุ์จากธรรมชาติไทยไปช่วงหนึ่ง แต่ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีและเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าพวกนี้ครับ 9. นกแต้วแล้วท้องดำ นกแต้วแล้วท้องดำเป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงามมาก โดยเฉพาะลักษณะเด่นคือท้องสีดำที่ตัดกับสีของลำตัวมันอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ซึ่งเป็นป่าที่มีความสมบูรณ์สูง สิ่งที่ทำให้นกชนิดนี้น่าสนใจคือมันหายากมากจนถือว่าเป็นหนึ่งในนกที่หายากที่สุดในโลกการจะได้เห็นมันในธรรมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย นักดูนกหลายคนต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก แต่ปัญหาคือพื้นที่ป่าที่มันอาศัยอยู่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อป่าถูกทำลาย นกชนิดนี้ก็ไม่มีที่อยู่ และจำนวนก็ลดลงตามไปด้วย 10. นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเป็นนกน้ำขนาดเล็กที่มีความสำคัญมากในประเทศไทย นกชนิดนี้ถูกตั้งชื่อตามพระนามของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ทำให้คนไทยรู้สึกผูกพันกับนกชนิดนี้เป็นพิเศษนกชนิดนี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น บึง หนองน้ำ และทุ่งหญ้าชื้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแม้ว่าจะดูเป็นนกธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันหายากมาก ปัญหาหลักคือการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเกิดจากการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ 11. พะยูน พะยูนเป็นสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะน่ารัก และมีนิสัยอ่อนโยนมากมันกินหญ้าทะเลเป็นอาหาร และมักอาศัยอยู่ในน้ำตื้นตามชายฝั่ง ในประเทศไทยสามารถพบพะยูนได้ในฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตรัง พะยูนเป็นสัตว์ที่ไม่ดุ และใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่กลับต้องเผชิญกับภัยคุกคามมากมาย เช่น การติดเครื่องมือประมง ขยะทะเล และการสูญเสียหญ้าทะเล ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับพะยูนทำให้คนไทยหันมาสนใจการอนุรักษ์มากขึ้น 12. วาฬบรูด้า วาฬบรูด้าเป็นวาฬขนาดใหญ่ที่สามารถพบได้ในอ่าวไทย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากมันมีลักษณะเด่นคือมีสันบนหัว 3 เส้น และมักพ่นน้ำขึ้นมาให้เห็นวาฬชนิดนี้กินปลาขนาดเล็ก เช่น ปลากะตัก โดยจะอ้าปากแล้วพุ่งขึ้นมากิน แม้ว่าจะดูแข็งแรง แต่ก็ยังเผชิญกับภัยจากมนุษย์ เช่น การชนเรือ และมลพิษในท้องทะเล 13. เต่ามะเฟือง เต่ามะเฟืองเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เปลือกมีลักษณะคล้ายผลมะเฟือง มันสามารถว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรได้เป็นระยะทางไกลมากสิ่งที่น่าทึ่งของเต่าชนิดนี้คือ มันจะกลับมาวางไข่ที่ชายหาดเดิมที่มันเกิด แต่ในปัจจุบันจำนวนของมันลดลงอย่างมาก เนื่องจากขยะทะเล แสงไฟ และการรบกวนจากมนุษย์ 14. สมเสร็จ สมเสร็จ หรือที่หลายคนเรียกว่า “หมูหมี” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรูปร่างแปลกตา คือมีลำตัวสีขาวดำเหมือนใส่เสื้อกั๊ก จุดเด่นอีกอย่างคือมีจมูกยื่นยาวเล็กน้อย คล้ายงวงสั้น ๆ ใช้สำหรับดมกลิ่นและจับอาหาร สมเสร็จเป็นสัตว์ที่ออกหากินกลางคืน และชอบอยู่ในป่าดิบชื้นใกล้น้ำ แม้จะยังพบในภาคใต้ของไทย แต่จำนวนลดลงเรื่อย ๆ จากการตัดไม้ทำลายป่าและการล่า 15. ฉลามวาฬ ฉลามวาฬเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับไม่ดุร้ายอย่างที่คิดพวกมันรักสงบและอาหารของพวกมันกินคือ แพลงก์ตอน เป็นหลัก และตัวของพวกมันมีลวดลายจุดสีขาวที่สวยงามที่ทำให้นักดำน้ำหลายคนใฝ่ฝันอยากเห็นมันในธรรมชาติแต่การท่องเที่ยวที่ไม่ระวังอาจรบกวนมันได้ครับ 16. นกชนหิน นกชนหินเป็นนกที่อาศัยอยู่ตามหน้าผาหินปูน และสามารถเกาะผาได้อย่างคล่องแคล่วมันเป็นนกที่พบได้ยาก และมีข้อมูลไม่มากนักภัยคุกคามหลักคือกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การระเบิดหิน 17. กวางผา กวางผาเป็นสัตว์ที่หลายคนอาจสับสนกับเลียงผา เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละชนิด อาศัยอยู่ตามภูเขาสูง โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาหินปูน มีความสามารถในการปีนป่ายยอดเยี่ยม กวางผาเป็นสัตว์ที่พบได้น้อยมากในประเทศไทย และมีพื้นที่อาศัยจำกัด ทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูง 18. เก้งหม้อ เก้งหม้อเป็นสัตว์ตระกูลกวางขนาดเล็ก ลักษณะเด่นคือขนสีเข้มออกน้ำตาลแดง มีเขาสั้น ๆ และมีเขี้ยวเล็ก ๆ โผล่ออกมา ชื่อ “เก้งหม้อ” มาจากสีของลำตัวที่คล้ายหม้อดินเผาแบบโบราณในอดีตพบได้ในหลายพื้นที่ แต่ปัจจุบันจำนวนลดลงอย่างมาก เนื่องจากการล่าและการบุกรุกป่า ถึงแม้จะดูตัวเล็กและไม่โดดเด่นเท่าสัตว์ใหญ่ แต่ก็มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ เช่น การช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืช 19. แมวลายหินอ่อน แมวลายหินอ่อนเป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกับแมวป่า มีขนาดเล็กถึงกลาง ลวดลายบนตัวคล้ายลายหินอ่อนสวยงามมาก มันอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น และเป็นสัตว์ที่พบตัวยากสุด ๆ เพราะมีนิสัยระมัดระวังและใช้ชีวิตบนต้นไม้เก่งมากความน่าสนใจอีกอย่างคือ หลายคนแทบไม่เคยเห็นมันในธรรมชาติจริง ๆ เลย ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมยังค่อนข้างจำกัด ภัยคุกคามหลักคือการสูญเสียพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นบ้านเพียงแห่งเดียวของมัน 20. วาฬโอมูระ วาฬโอมูระเป็นวาฬที่เพิ่งถูกค้นพบและจำแนกชนิดอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ ถือว่า “ใหม่” มากในวงการวิทยาศาสตร์จุดเด่นของมันคือ ลวดลายบนลำตัวที่ไม่สมมาตร สีจะต่างกันซ้ายขวา ทำให้ดูมีเอกลักษณ์สุด ๆข่าวดีคือ ประเทศไทย (โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทย) เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในโลกที่พบวาฬชนิดนี้ค่อนข้างสม่ำเสมอ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในด้านการอนุรักษ์แต่เพราะข้อมูลยังมีน้อย วาฬโอมูระจึงเป็นเหมือน “ปริศนาแห่งท้องทะเล” ที่นักวิทยาศาสตร์ยังต้องศึกษาอีกมาก 21. วาฬสีน้ำเงิน วาฬสีน้ำเงินถือเป็น “สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เท่าที่เคยมีมา ใหญ่กว่าทั้งไดโนเสาร์เสียอีก ลองนึกภาพว่าลำตัวยาวได้มากกว่า 30 เมตร และหนักได้เกิน 150 ตัน!แม้จะตัวใหญ่มหึมา แต่เจ้าวาฬชนิดนี้กลับกินเพียงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อย่างแพลงก์ตอน (โดยเฉพาะคริลล์) เท่านั้น พวกมันจะอ้าปากกว้างแล้วกรองน้ำทะเลเอาอาหารเข้าไป ในน่านน้ำไทยอาจไม่ได้พบวาฬสีน้ำเงินบ่อยนัก แต่ก็มีรายงานการพบในบางครั้ง จึงถูกจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนเพื่อคุ้มครองในระดับสูง สิ่งที่น่าห่วงคือ วาฬสีน้ำเงินทั่วโลกยังเผชิญกับภัยจากการชนเรือ เสียงรบกวนใต้น้ำ และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศในทะเล สรุปส่งท้าย : สัตว์ป่าสงวนในประเทศไทยไม่ใช่แค่สัตว์หายากธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่เราควรช่วยกันรักษาไว้ หลายชนิดอาจหายไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายชนิดที่เรายังพอมีโอกาสช่วยให้พวกมันอยู่รอด เพราะฉะนั้นการอนุรักษ์ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคน เพราะสุดท้ายแล้ว ธรรมชาติที่สมบูรณ์ก็คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของมนุษย์เช่นกัน ขอบคุณรูปภาพ : ภาพหน้าปก จาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร/ภาพที่1 จาก Chris Whitlatch/ภาพที่2 จาก ปิ่น บุตรี/ภาพที่3 จาก วิกิพีเดีย /ภาพที่4 จาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร/ภาพที่5 จาก Mixlab Team/ภาพที่6 จาก ศิลปวัฒนธรรม/ภาพที่7 จาก ผู้จัดการออนไลน์/ภาพที่8 จาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร/ภาพที่9 จาก ปิ่น บุตรี/ภาพที่10 จาก วิกิพีเดีย/ภาพที่11 จาก ผู้จัดการออนไลน์/ภาพที่12 จาก onceinlife/ภาพที่13 จาก greenpeace/ภาพที่14 จาก chiangmainightsafari/ภาพที่15 จาก mgronline/ภาพที่16 จาก iucnhornbills/ภาพที่17 จาก chiangmainightsafari/ภาพที่18 จาก wikipedia/ภาพที่19 จาก สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ/ภาพที่20 จาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร/ภาพที่21 จาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !