SICT ก้าวสู่ SET ยกระดับความเชื่อมั่น เดินหน้าสู่เป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท

#SICT #ทันหุ้น - บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ผู้ออกแบบและจำหน่ายไมโครชิปอัจฉริยะสัญชาติไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากงานวิจัยของวิศวกรไทยเมื่อปี 2545 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อปี 2563 ได้ผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และย้ายเข้าซื้อขายในตลาด SET กลุ่มเทคโนโลยี (TECH) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
การย้ายเข้าซื้อขายในตลาด SET ครั้งนี้ นับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ภายใต้การนำของ ดร.บดินทร์ เกษมเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้วางแผนไว้ ด้วยความมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาธุรกิจและยกระดับศักยภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีไทยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย และกองทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความยืดหยุ่นในการซื้อขายหุ้น ตลอดจนพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคง
นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาด mai บริษัทมีรายได้เติบโตกว่า 2 เท่า จาก 338 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 690 ล้านบาทในปี 2568 โดยรายได้ราว 99% มาจากตลาดต่างประเทศ ปัจจุบัน SICT มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 35 รายการ มีสิทธิบัตรทั้งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วและยื่นคำขอจดทะเบียนซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณารวมทั้งสิ้น 31 ฉบับ และตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา SICT ได้ส่งมอบไมโครชิปไปแล้วกว่า 1,000 ล้านชิ้น พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงเกินกว่า 40% ทุกปี ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาราว 18% ของรายได้ และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 0.2 เท่า
ปี 2569 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้ผู้ผลิตจัดสรรกำลังการผลิตไปยังชิปขั้นสูงมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและอุปทานมีแนวโน้มตึงตัว ประกอบกับแรงกดดันด้านพลังงานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งส่งผลต่อบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม
อย่างไรก็ตาม SICT มุ่งเน้นตลาดที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ ระบบระบุตัวตนสัตว์ (Animal ID) ระบบกุญแจรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ (Immobilizer) Industrial IoT และ NFC ควบคู่กับการเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในยุค AI และ Physical AI ควบคู่กับการยกระดับทักษะของพนักงาน อันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงรอบด้าน เพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งสร้างเครือข่ายองค์กรที่แข็งแกร่งผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) รวมถึงการร่วมทุน เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างยั่งยืน
ดร.บดินทร์ เกษมเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การย้ายเข้าซื้อขายในตลาด SET สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทไทยที่เติบโตจากงานวิจัย จนวันนี้ไมโครชิปของเราอยู่ในผลิตภัณฑ์ของลูกค้าทั่วโลก ก้าวต่อไปของ SICT คือ Roadmap to 1,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Shift-by-Chip ที่นำเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ไปขับเคลื่อนเมกะเทรนด์ด้านพลังงาน สุขภาพ อาหาร อวกาศ และ Physical AI”
SICT ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน พันธมิตร คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร พนักงานทุกคน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางและอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทในครั้งนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
