คนไทยผวาโควิด-19! ยกการ์ดสูงเท่าการแพร่ระบาดระลอกแรก

คนไทยผวาโควิด-19! ยกการ์ดสูงเท่าการแพร่ระบาดระลอกแรก
TNN ช่อง16
19 มิถุนายน 2564 ( 17:24 )
19
คนไทยผวาโควิด-19! ยกการ์ดสูงเท่าการแพร่ระบาดระลอกแรก

วันนี้ (19มิ.ย.64) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้การฉีดวัคซีนโควิดเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดการป่วยรุนแรง และการเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 เร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เตรียมพร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ และกระตุ้นการท่องเที่ยว ให้ประชาชนได้กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุด ตั้งเป้าหมายจัดหาวัคซีนสำหรับฉีดให้คนในประเทศกว่า 100 ล้านโดสภายในปี 2564  

โดยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนเสี่ยงกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และเริ่มฉีดอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ฉีดวัคซีนไปแล้ว 7,483,083 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 5,434,119 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 2,048,964 ราย

จากการสำรวจความต้องการฉีดวัคซีนโควิด 19 ล่าสุด 16 – 31 พฤษภาคม 2564 พบว่าทั้งกลุ่มอายุ 15-59 ปี และกลุ่ม 60 ปีขึ้นไป มีความต้องการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 65 -75  จึงขอให้มาฉีดวัคซีนช่วยชาติ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันระดับประเทศ เปิดประเทศเมื่อทุกคนปลอดภัย ย้ำว่าแม้จะฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสติดเชื้อได้ ทุกคนยังต้องเข้มมาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ 

ที่สำคัญคือ พฤติกรรมส่วนบุคคลที่ดี เช่น การใช้ช้อนกลางส่วนตัว ระวังการสัมผัสบริเวณพื้นผิวต่าง ๆ 

ด้านนพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้เปิดเผย ผลสำรวจพฤติกรรมสุขภาพประชาชน และความต้องการวัคซีนในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ว่า กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การอนามัยโลก สํานักงานภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมการป้องกันตนเองของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 25,265 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2564 

พบว่าการระบาดของโรคโควิด 19 ในระลอก 1 เมษายน ที่มาจากคลัสเตอร์สถานบันเทิง ทำให้คนไทยส่วนใหญ่กลับมามีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นเท่ากับช่วงการแพร่ระบาดในระลอกแรก คือ ร้อยละ 85.4 ให้ความสำคัญกับการสวมหน้ากากอนามัยสูงถึงร้อยละ 94.8  รองลงมาคือ การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ร้อยละ 88.8 กินอาหารร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัวร้อยละ 87.9 และระวังตนเองไม่อยู่ใกล้ชิดคนอื่นร้อยละ 83 รวมถึงมีการรวมกลุ่มทางสังคมและเดินทางออกต่างจังหวัดลดลง 

ส่วนผลสำรวจเกี่ยวกับความต้องการฉีดวัคซีนโควิด 19 พบว่าโดยเฉลี่ยคนไทยในกลุ่มอายุ 15-59 ปี และกลุ่ม 60 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มความต้องการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 65 - 75  มีผู้ที่ตั้งใจอยากฉีดวัคซีน ร้อยละ 56 และเปลี่ยนใจจากเดิมไม่ต้องการฉีดเป็นต้องการฉีด ร้อยละ 21.7 ตั้งใจไม่ฉีดร้อยละ 13.6 และเปลี่ยนใจจากเดิมต้องการฉีดเป็นไม่ต้องการฉีดร้อยละ 8.7



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง