“โรคเครียด” กับ “โรคประสาท” เรื่องเดียวกันจริงหรือ? ทำความเข้าใจความต่าง และสัญญาณเตือนทาง "สุขภาพจิต"

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้ให้ความรู้ ผ่านคลิปวิดีโอ เกี่ยวกับโรคเครียด กับโรคประสาท ใช่โรคเดียวกันหรือไม่? โดยอธิบายไว้อย่างน่าสนใจ ระบุว่า
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “โรคเครียด” และ “โรคประสาท” ถูกใช้สลับไปมาในชีวิตประจำวัน จนทำให้เกิดความสับสนว่าทั้งสองโรคนี้นั้นคือโรคเดียวกันหรือไม่? แล้วถ้าเรากำลังมีอาการคิดมาก เกร็ง หรือกังวล เรากำลังเป็นโรคอะไรกันแน่?
วันนี้เราจะมาถอดรหัสความเข้าใจผิด พร้อมเจาะลึกความหมาย อาการ และชนิดของโรคตามหลักจิตเวชศาสตร์ เพื่อให้คุณสำรวจตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้อง
1. “โรคเครียด” ไม่มีอยู่จริงในตำราแพทย์?
ในทางจิตเวชศาสตร์ “โรคเครียด” ไม่ได้มีระบุไว้เป็นชื่อโรคเฉพาะในตำรา แต่เป็นคำที่เราใช้เรียก “ปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจ” ที่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นหรือความเครียดที่เกิดขึ้น
เมื่อแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญพูดถึงอาการเครียดสะสม มักจะวินิจฉัยระบุเจาะจงไปตามกลุ่มโรคจริง ๆ เช่น
โรคปัญหาการปรับตัว (Adjustment Disorder): เครียดจากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต
โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder)
โรคแพนิค (Panic Disorder)
โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)
2. “โรคประสาท” คืออะไร?
คำโบราณที่ยังมีอยู่จริงคำว่า “โรคประสาท” (Neurosis) ถือเป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ในยุคก่อน ปัจจุบันไม่นิยมใช้เป็นชื่อวินิจฉัยหลักแล้ว
จุดเด่นของกลุ่มโรคประสาท คือ ผู้ป่วยยังคง “รับรู้ความเป็นจริง” ได้ดี (แตกต่างจากกลุ่ม โรคจิตเภท ที่จะมีอาการหลุดออกจากความเป็นจริง เช่น หูแว่ว ภาพหลอน หรือประสาทสัมผัสหลอน)
3. เปิด 8 ชนิดย่อยของ "กลุ่มโรคประสาท" (Neurosis)
ในตำราจิตเวชเดิม มีการแบ่งกลุ่มโรคประสาทออกเป็น 8 ชนิดย่อย ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจลักษณะอาการได้ดีขึ้น ดังนี้
1.ชนิดวิตกกังวล: มีความกังวล คิดวนเวียนไม่หยุด มักแสดงออกทางกายร่วมด้วย เช่น ปวดต้นคอ ปวดกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ เหงื่อออกมือ ใจสั่น ใจหวิว หรือกล้ามเนื้อเกร็ง
2.ชนิดหวาดกลัว: มีความกลัวอย่างรุนแรงและฉับพลันเมื่อเจอสิ่งกระตุ้นบางอย่าง (คล้ายอาการแพนิค) เช่น กลัวแมงมุม กลัวลิฟต์ โดยมีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น หายใจเร็ว มือชา ตัวชา และเวียนศีรษะ
3.ชนิดย้ำคิดย้ำทำ: มี ความคิดผุดขึ้นมาเองโดยไม่ตั้งใจจนเกิดความกังวล และต้องทำพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ เพื่อลดความกังวลนั้น เช่น ล้างมือซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าขัดกับเหตุผลก็ตาม
4.ชนิดซึมเศร้า: เกิดจากความขัดแย้งภายในจิตใจหรือการสูญเสีย ส่งผลให้รู้สึกเศร้า เคลื่อนไหวหรือคิดช้าลง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หรือท้องผูก
5.ชนิดท้อแท้: รู้สึกหมดแรง ท้อแท้ใจ จิตใจไม่แจ่มใส และนอนไม่หลับอย่างต่อเนื่อง
6.ชนิดบุคลิกวิปลาส: รู้สึกว่าร่างกาย หรือบุคลิกภาพของตนเองเปลี่ยนไป สับสน ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นใคร หรือรู้สึกไม่มีตัวตนที่แท้จริง
7.ชนิดไฮโปคอนดิเคิล (Hypochondriacal - กังวลเรื่องสุขภาพ): หมกมุ่นและกังวลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายตนเอง กลัวว่าจะป่วยเป็นโรคร้ายแรง ทั้งที่ผลตรวจร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ
8.ชนิดฮิสทีเรีย (Hysteria): เปลี่ยนความขัดแย้งทางจิตใจหรือความวิตกกังวลออกมาเป็นอาการทางกาย มักพบในผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบ Histrionic Personality คือ เจ้าอารมณ์ ชอบเป็นจุดสนใจของคนอื่น ต้องการความสนใจสูง และเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ อาการทางกายมักจะแสดงออกมา
นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155) จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
สังเกตตนเองอย่างไรให้ตรงจุด?
-โรคเครียด เป็นคำครอบจักรวาลที่พูดถึงปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจ
-โรคประสาท เป็นคำโบราณที่ใช้เรียกกลุ่มอาการทางจิตใจที่ยังรับรู้ความเป็นจริงได้
หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาการทางกาย (นอนไม่หลับ ปวดเกร็ง ใจสั่น) หรืออาการทางใจ (กังวลไม่หยุด เศร้า ท้อแท้) แนะนำให้เข้าพบจิตแพทย์เพื่อ วินิจฉัยโรคตามกลุ่มอาการที่ถูกต้อง เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
ข้อมูลจาก เพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
https://www.facebook.com/reel/1476154563705198
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
