เพลงคลาสสิคมีกี่แบบ ? ชวนทำความรู้จักบทเพลงไร้เนื้อร้อง แต่อัดแน่นด้วยเรื่องราวและความรู้สึก เมื่อพูดถึงการฟังเพลง หนึ่งในความบันเทิงสามัญประจำตัวของใครหลายคน ก็แน่นอนว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะนึกถึงเพลงที่มีเนื้อร้อง ซึ่งมีการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึก เรื่องราวต่าง ๆ ออกมาผ่านถ้อยคำอย่างชัดเจน โดยที่สไตล์ หรือแนวเพลงที่เลือกฟังกันนั้นก็อาจแตกต่างกันไปตามความชอบ หรือจริตส่วนตัว อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากเพลงที่มีเนื้อร้องแล้ว ในโลกของดนตรีก็ยังมีบทเพลงอีกรูปแบบหนึ่งที่ไร้ซึ่งเนื้อร้อง หรือคำร้องใด ๆ แต่ก็ยังสามารถสื่อสารความรู้สึก บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน ที่เราเรียกกันว่า "เพลงคลาสสิค" นั่นเอง ซึ่งในวันนี้เราจึงจะพากันมาทำความรู้จักกับเพลงคลาสสิคกันให้มากขึ้น เพลงคลาสสิคมีกี่แบบ ? โดยทั่วไปแล้วรูปแบบของเพลงคลาสสิคจะแบ่งออกเป็น 4 แบบหลัก ๆ 🎹 1. บทเพลงซิมโฟนี่ ซิมโฟนี่นั้นถือเป็นรูปแบบบทเพลงคลาสสิคที่มีสเกลขนาดใหญ่ บรรเลงโดยวงออร์เคสตราเต็มวงที่มีเครื่องดนตรีมากชิ้น โดยอยู่ที่ประมาณ 80 ชิ้นขึ้นไป เพื่อให้ได้มิติเสียงที่ครบครัน อันประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย เครื่องเป่าลมไม้ เครื่องเป่าลมทองเหลือง และเครื่องตีกระทบ หรือเคาะจังหวะ บทเพลงซิมโฟนี่มักแบ่งช่วงเพลงออกมาเป็น 4 ช่วงด้วยกัน โดยให้จังหวะเร็ว ช้า เร็ว ช้า เพื่อให้สามารถเล่าอารมณ์ความรู้สึกและบอกเล่าเรื่องราวที่ผู้ประพันธ์เพลงต้องการสื่อสารออกมาได้อย่างครบถ้วน 2. เพลงคอนแชร์โต้ บทเพลงคลาสสิคที่เน้นการโชว์โซโล่ของเครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่ง นิยมใช้เพื่อสื่อสารเมโลดี้เพลงผ่านเครื่องดนตรีบางชิ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสละสลวยของตัวโน๊ตและสกิลของนักดนตรีรายนั้น ๆ ที่บรรเลง นอกจากนี้ยังเหมาะที่จะใช้เป็นการประชันเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้รับชมด้วย ตัวอย่างเช่นในบางช่วงของการโชว์วงอร์เคสตราเต็มวง อาจจะมีการบรรเลงบางบทเพลงขึ้นมา โดยดรอปเสียงของเครื่องดนตรีชิ้นอื่น ๆ ลง และให้เสียงของไวโอลินตัวนึงบทเวทีเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนตัวโน๊ตของบทเพลงนั้น ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้อิ่มเอมไปกับทักษะการบรรเลงไวโอลินของมือไวโอลินคนนั้น ๆ โดยที่เครื่องดนตรีชิ้นอื่น ๆ ของวงยังคงเล่นคลอเป็นแบ็คกราวด์ แบบนี้ก็จะเรียกว่าเป็นเพลงคอนแชร์โต้ได้เช่นกัน 3. เพลงแชมเบอร์ หรือดนตรีวงเล็ก เป็นเพลงคลาสสิคที่สามารถหาฟังสด ๆ ได้ง่าย เพราะเพียงแค่ใช้เครื่องดนตรีสัก 2 ชิ้นขึ้นไปบรรเลงร่วมกันในพื้นที่จัดแสดงที่เหมาะสม ก็จะนับเป็นเพลงแชมเบอร์แล้ว ดังนั้นมือใหม่ที่สนใจอยากจะลองฟังเพลงคลาสสิค หรือชมการแสดงเพลงคลาสสิคแบบสด ๆ ก็อาจจะเริ่มที่การหาเพลงแชมเบอร์ หรือวงแชมเบอร์ฟัง ซึ่งการหาวงแชมเบอร์ฟังนั้นก็สามารถหาได้หลากหลายโอกาส หลากหลายสถานที่ ทั้งโรงแสดงออร์เคสตราทั่วไป ซึ่งจะมีวงแชมเบอร์มาจัดแสดง หรือกระทั่งซ้อมแบบเปิดให้ผู้ชมภายนอกเข้าไปนั่งชมได้ หรือตามนิทรรศการศิลปะ อีเวนท์ทางดนตรีต่าง ๆ ที่จัดตามพื้นที่สาธารณะ ก็มักจะมีวงแชมเบอร์มาแสดงเป็นส่วนหนึ่งของงานอยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน 4. โซนาต้า เพลงคลาสสิคแบบโซนาต้า อาจเรียกได้ว่าเป็นเพลงสำหรับผู้เล่นเดี่ยว โดยเพลง หรือท่วงทำนองที่ถูกบรรเลงโดยเครื่องดนตรีชิ้นเดี่ยว เช่น เปียโน, ไวโอลิน, เชลโล่ นั้นจะนับว่าเป็นเพลงโซนาต้า ซึ่งข้อดีของเพลงคลาสสิคชนิดนี้ก็คือทำการบันทึกเสียง เผยแพร่ต่อได้ง่าย เราจึงมักจะเห็นเพลงคลาสสิคชนิดนี้ถูกเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มสื่อต่าง ๆ มาก แต่ข้อเสียก็คือมิติเสียง หรือการสื่อสารอารมณ์ของบทเพลงนั้อาจจะทำได้ไม่ดี หรือครบถ้วนมากนัก อย่างไรก็ตามนอกเหนือจาก 4 ประเภทหลัก ๆ นี้แล้ว เพลงคลาสสิครูปแบบอื่น ๆ เช่น เพลงละคร หรือ Musical ที่นิยมใช้เครื่องดนตรีคลาสสิคบรรเลงให้ท่วงทำนอง หรือเพลงสำหรับการแสดงโชว์บัลเล่ต์ก็สามารถนับเป็นอีกรูปแบบของเพลงคลาสสิคได้เช่นกัน เสน่ห์ของเพลงคลาสสิคคืออะไร ? 🎷 อย่างที่ทราบกันดีว่าเพลงคลาสสิคนั้นไร้เนื้อร้อง ไร้การบอกเล่าเรื่องราวผ่านถ้อยคำ ดังนั้นขณะฟังเพลงหรือชมการแสดง ผู้ฟัง ผู้ชมจึงจะได้จดจ่ออยู่กับเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นอย่างเต็มที่ และเสน่ห์ก็อยู่ที่ตรงนี้เอง เพราะเครื่องดนตรีคลาสสิคแต่ละชิ้นนั้นมีเอกลักษณ์ของเสียงที่แตกต่างกันออกไป บางชิ้นมีความนุ่มนวล สื่อสารอารมณ์ได้อย่างละมุมละไม เช่น เปียโน บางชิ้นมีความหม่นเศร้าเแฝงอยู่ในน้ำเสียงทำให้สื่อสารอารมณ์ในเชิงเศร้า ๆ ได้ชัดเจน เช่น เชลโล่ บางชิ้นมีมิติเสียงที่สดใส ทำให้สามารถบอกเล่าเรื่องราวอารมณ์ความรู้สึกที่พุ่งขึ้นหรือดิ่งลงได้อย่างชัดเจน เช่น เสียงของไวโอลิน เป็นต้น มือใหม่เริ่มต้นฟังเพลงคลาสสิคได้ที่ไหน ? 🎻 หากไม่นับเพลงซิมโฟนี่ที่ควรจะฟัง หรือรับชมการแสดงแบบสด ๆ ในโรงละครเพื่อให้ได้อรรถรสเสียงที่แท้จริงของเครื่องดนตรี เพลงคลาสสิครูปแบบอื่น ๆ ก็สามารถหาฟังได้ตามแพลตฟอร์มสื่อ หรือโซเชียลต่าง ๆ เช่นเดียวกับเพลงแนวอื่น ๆ โดยมือใหม่อาจจะเริ่มฟังจากศิลปินที่มีสื่อเสียงอย่างเช่น Yiruma มือเปียโนชาวเกาหลี ที่มีผลงานเพลงบรรเลงเปียโนชื่อดังอยู่หลายเพลง และมีเผยแพร่อยู่บทแพลตฟอร์มอย่างยูทูป ซึ่งหากฟังไปเรื่อย ๆ จนเจอแนวเพลง หรืออารมณ์เพลงที่ชื่นชอบแล้วก็อาจจะเลือกหาเพลงคลาสสิคในแนว ๆ เดียวกันของศิลปินท่านอื่น ๆ ฟังต่อ ประโยชน์ของเพลงคลาสสิคที่หลายคนอาจไม่เคยนึกรู้มาก่อน 🎧 - ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย มีงานวิจัยออกมามากมายว่าการฟังเพลงคลาสสิค ซึ่งไม่มีคำร้องใด ๆ มากระตุ้นการตีความในสมองของเรามากเกินไปนั้นจะช่วยให้สมองของเรารู้สึกผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาความเครียดจากภาระหน้าที่ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้มากกว่าการฟังเพลงที่มีคำร้อง - อิสระในการตีความ และให้ความหมายเพลง สำหรับบทเพลงทั่วไปที่มีเนื้อร้อง มีถ้อยคำนั้น ความหมายเพลงย่อมถูกจำกัดด้วยความหมายของถ้อยคำในตัวอยู่แล้ว แต่เพลงคลาสสิคที่ไร้คำร้องนั้น การตีความ หรือให้ความหมายบทเพลงนั้น ๆ ย่อมมีอิสระมากกว่า ผู้ฟัง หรือผู้รับชมสามารถตีความเพลงได้ตามบริบทที่เหมาะสมของตนเอง ซึ่งทำให้การฟังเพลงคลาสสิคเป็นความบันเทิงที่ยืดหยุ่นและสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลายตามบริบทที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้มากกว่านั่นเอง - ช่วยเสริมสร้างสมาธิ อย่างที่ทราบกันว่าเนื้อร้องในบทเพลงแนวอื่น ๆ มักกระตุ้นการรับรู้ การตีความของสมองเรามากเกินไป ในขณะเดียวกันจึงเป็นการรบกวนสมาธิของเราไปในตัวด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ ในแง่ของการรักษาหรือเสริมสร้างสมาธิ การเปิดเพลงคลาสสิคที่ไร้เนื้อร้องจึงช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำได้มากกว่านั่นเอง ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ 1/ภาพประกอบ 4 โดยผู้เขียน (Design Element on Canva) ภาพประกอบ 2-3 จาก Pixabay.com ภาพประกอบ 2/ ภาพประกอบ 3 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !