สวัสดีค่ะ ทุกคนกลับมาพบกับ Diary Therapy กันอีกครั้งนะคะ เมื่อครั้งที่เรายังเรียนหนังสืออยู่ เราเองก็อยากเป็นคนที่เรียนเก่งจริงไหมค่ะ เรามักเห็นหนังสือเคล็ดลับเรียนเก่งมากมาย แต่ไม่พูดถึงเล่มนี้ไม่ได้ค่ะเป็นหนังสือขายดีที่น่าสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้เรียนแล้ว แต่ก็อยากรู้ค่ะว่า ทำอย่างไรถึงเป็นอัจริยะเรียนเก่งจากหนังสือเรื่อง “ไดโกะ อัจฉริยะเรียนเก่งแห่งญี่ปุ่น” เขียนโดย "Mentalist DaiGo (ไดโกะ)" แปลโดย "ทินภาส พาหะนิชย์" ราคาเล่มละ 220 บาทค่ะ“ไดโกะ” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้น่าสนใจมากค่ะเขาเป็น "นักอ่านใจ" ค่ะ และมีงานอดิเรกคือการอ่านหนังสือวันละ 10 - 20 เล่ม ซึ่งจำนวนหนังสือที่ “ไดโกะ” อ่านมีจำนวนมากและเป็นอะไรที่น่าสนใจมากค่ะ นอกจากนี้เขายังมีงานเขียนที่ออกมากว่า 2 ล้านชิ้น เลยค่ะน่าสนใจขนาดนี้เรามาดูดีกว่าค่ะว่าทำอย่างไรถึงเป็นอัจริยะเรียนเก่งค่ะ หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาหลัก 6 ส่วน ค่ะ อาทิเทคนิคเรียนเก่ง 7 ข้อที่ต้องปฏิบัติ ที่เป็นหัวข้อเกี่ยวกับเทคนิคการเรียนที่เราส่วนใหญ่รู้จักกันอยู่แล้วค่ะ แต่ความจริงแล้วกลับไม่ได้ผลโดย ผู้เขียนอย่าง “ไดโกะ” ได้อธิบายให้เราเข้าใจว่าเพราะอะไรสิ่งที่เราเคยลูกมาถึงกลายเป็นว่า "ไร้ประสิทธิภาพ" อย่างทฤษฎี การไฮไลต์หรือขีดเส้นใต้ ที่เราเคยทำ โดยการซื้อปากกาเน้นข้อความหรือปากกาสีมาขีดหรือเน้นตรงเนื้อหาที่เราคิดว่าสำคัญแต่แล้ว “ไดโกะ” กลับบอกว่าวิธีนี้ไร้ประสิทธิภาพค่ะ เพราะการไฮไลต์หรือขีดเส้นใต้ฝังสิ่งที่อยากจำไว้ในสมองไม่ได้ เมื่อมนุษย์เห็นส่วนที่ไฮไลต์ สมองจะตัดสินโดยอัตโนมัติค่ะว่านี่คือประเด็นสำคัญ และกลายเป็นว่า เรารู้สึกเบาใจเพราะคิดว่าได้ตรวจสอบส่วนสำคัญแล้วค่ะ เมื่ออ่านแล้วกลับมานั่งคิดก็รู้สึกว่าจริงนะ เรามักจะจำส่วนที่ การไฮไลต์หรือขีดเส้นใต้ ไว้แต่กลับลืมว่าเนื้อหาก่อนหน้านั้นและหลังจากนั้นคืออะไรการอธิบายที่ “ไดโกะ” อธิบายในแต่ละเรื่องนั้นค่อนข้างเป็นเหตุเป็นผลค่ะ การเรียนรู้ที่หนังสือเล่มนี้อธิบายส่วนมากแล้วเป็นรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ค่ะ ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้คือการเรียนแบบใช้สมองในการคิดในสิ่งที่เราลงมือทำควบคู่ไปด้วยถึงจะได้ผลแต่เราไม่จำเป็นต้องทำตามวิธีของเขาทุกอย่างก็ได้ค่ะ สามารถนำวิธีที่แนะนำมาเป็นแนวทางเพื่อประยุกต์ใช้กับตัวเองค่ะแนวทางที่ทาง “ไดโกะ” ได้ให้และรู้สึกชอบเป็นการส่วนตัวคือ เนื้อเรื่องในส่วนที่ 2 หลักการของเทคนิคเรียนเก่งอย่างอัจฉริยะอย่าง การเปลี่ยนคำพูด เป็นการเปลี่ยนคำพูดให้เป็นคำพูดของเราเอง เคยไหมค่ะเวลาที่อ่านหนังสือบางครั้งก็เจอคำศัพท์ยาก ๆ อ่านแล้วจะติดอยู่ที่คำศัพท์เหล่านี้ค่ะ ลองเปลี่ยนคำเหล่านั้นให้เป็นคำพูดของเราเองเพื่อให้เข้าใจเนื้อที่เรียนมากขึ้นเพราะสมองของเราจะจดจำคำพูดของตัวเองมากกว่าที่เราจะพยายามไปจำประโยคนั้นหรือจำเรื่องนั้นค่ะ ที่จริงในหนังสือมีวิธีที่มากกว่านำมาเล่าค่ะ สรุปแล้วเนื้อหาในเล่มเป็นเทคนิคที่ไม่ยากค่ะ ลองหามาอ่านกันดูนะคะส่วนตัวแล้วได้แนวคิดหลายอย่างที่คิดว่านำไปปรับใช้ได้ ไม่เฉพาะการเรียนเท่านั้นค่ะ ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อีกด้วยค่ะ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะถูกใจทุกคนนะคะ ไว้พบกันคราวหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้น ขอฝากติดตามผลงานกันด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อนสวัสดีค่ะ ติดตามบทความอื่น ๆ ที่นี่ค่ะ : Diary Therapyสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของหนังสือ : ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คสามารถติดตาม Mentalist DaiGo ในช่องทางต่าง ๆ Mentalist DaiGo Official WebsiteYouTubeDaiGoเคดิตรูปภาพ :รูปภาพหน้าปก ,รูปภาพประกอบที่ 1, รูปภาพประกอบที่ 3 โดย : ผู้เขียนรูปภาพประกอบที่ 2 ขอบคุณรูปภาพจาก : Pixabay