รีเซต

สรุปประเด็น นายกฯ ลงใต้เคลียร์ปมร้อน ก่อนปิดภารกิจวันไหลบางเบิด

สรุปประเด็น นายกฯ ลงใต้เคลียร์ปมร้อน ก่อนปิดภารกิจวันไหลบางเบิด
TNN ช่อง16
17 เมษายน 2569 ( 20:59 )
12

ภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 17 เมษายน 2569 เริ่มต้นที่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายประเด็นที่สังคมจับตา ทั้งสถานการณ์ความมั่นคง กระแสวิจารณ์คำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ตลอดจนข้อกังวลของเครือข่ายโรงเรียนปอเนาะและสื่อมวลชนในพื้นที่ ก่อนปิดท้ายวันด้วยภารกิจเปิดงาน “วันไหลบางเบิด” ที่ จ.ชุมพร ซึ่งนายกฯ ใช้เวทีดังกล่าวผ่อนคลายบรรยากาศหลังเสร็จสิ้นการหารือเรื่องละเอียดอ่อนในภาคใต้ทั้งวัน 

ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีนำคณะลงพื้นที่ ศอ.บต. เพื่อประชุมร่วมหน่วยงานฝ่ายปกครอง ความมั่นคง และผู้บริหารในพื้นที่ โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง พร้อมยึดแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นกรอบทำงานหลัก เป้าหมายไม่ใช่เพียงลดเหตุรุนแรง แต่ต้องสร้างความไว้วางใจ ความเป็นธรรม และต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการอยู่ร่วมกันของประชาชนต่างศาสนาในพื้นที่เดียวกันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม 

นายกฯ ยังกล่าวกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ว่าการทำงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นภารกิจที่หนักและต้องอาศัยความเข้มแข็งทางจิตใจ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยอย่างเต็มที่ เพราะหากพื้นที่กลับมาสงบได้ ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และภาคอาหารฮาลาลของภาคใต้จะกลายเป็นโอกาสสำคัญของประเทศในระยะยาว 

อีกประเด็นสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือกระแสไม่พอใจต่อคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งสร้างความอ่อนไหวในหมู่ประชาชนมุสลิมและเครือข่ายโรงเรียนปอเนาะ โดยนายกรัฐมนตรีระบุภายหลังการประชุมติดตามความมั่นคงที่ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี ว่า ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว และอีกฝ่ายยอมรับว่าการสื่อสารก่อนหน้านี้ไม่ครบถ้วนภายใต้ภาวะตึงเครียด พร้อมแสดงความพร้อมที่จะขอโทษประชาชน ขณะที่นายกฯ เองก็กล่าวขอโทษในฐานะผู้กำกับดูแล กอ.รมน. ต่อความกังวลที่เกิดขึ้น และย้ำว่ารัฐจะเดินหน้าแก้ปัญหาโดยยึดกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นหลัก 

ต่อมา พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาด้านการสื่อสาร ไม่ใช่เจตนาทำร้ายความรู้สึกของประชาชน โดยแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวขอโทษต่อสาธารณะ พร้อมยืนยันว่ามีความตั้งใจทำงานเพื่อสันติสุขในพื้นที่ และจะเดินหน้าพูดคุยทำความเข้าใจกับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงโรงเรียนสอนศาสนาต่อไป 

ระหว่างการลงพื้นที่ที่ ศอ.บต. ตัวแทนสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา รวมถึงสื่อมวลชนบางส่วน ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบกรณีถูกโจมตีและป้ายสีผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารบนสื่อออนไลน์ หลังประเด็นสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 กลายเป็นข้อถกเถียงในสังคม นายกฯ รับทราบปัญหาและระบุว่าจะเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พร้อมย้ำว่า รัฐไม่ควรมีพฤติกรรมคุกคามหรือใช้ความรุนแรงกับประชาชนและสื่อมวลชน 

ในด้านคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส นายกรัฐมนตรีได้หารือเป็นการส่วนตัวกับนายกมลศักดิ์ และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก่อนรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านศรียะลา โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะอำนวยความยุติธรรมให้ทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ เพราะความเป็นธรรมคือเงื่อนไขสำคัญของการนำสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ ขณะที่ฝ่ายตำรวจรายงานความคืบหน้าว่าสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 5 ราย และจับกุมแล้ว 4 ราย ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 รายยังอยู่ระหว่างติดตามตัว และหากพบว่าหลบหนีออกนอกประเทศจะประสานออกหมายแดงผ่านตำรวจสากลต่อไป 

ด้านนายกมลศักดิ์เปิดเผยว่า ได้มอบข้อมูลสำคัญให้แก่นายกรัฐมนตรีแล้ว และยังคงเชื่อว่าคดีนี้มีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้เป็นการก่อเหตุโดยลำพังของผู้ลงมือ ทั้งยังยื่นขอคุ้มครองพยานจากกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากยังกังวลเรื่องความปลอดภัยส่วนตัว แม้จะรู้สึกสบายใจขึ้นหลังได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก็ตาม โดยย้ำว่าการสาวไปถึงผู้สั่งการต้องอาศัยพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการสืบสวนอย่างรอบด้าน 

อีกด้านหนึ่ง กองทัพบกออกมาชี้แจงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่ปรากฏชื่อผู้บัญชาการทหารบกร่วมคณะนายกรัฐมนตรีในการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยโฆษกกองทัพบกระบุว่า ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะรอง ผอ.รมน. ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนแล้ว และมอบหมายให้เสนาธิการทหารบกในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ลงพื้นที่ร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 เมษายนแทน เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปต่อเนื่องและสอดประสานกัน จึงขอให้สังคมยึดข้อมูลจากแหล่งทางการเป็นหลัก 

หลังเสร็จสิ้นภารกิจด้านความมั่นคงในภาคใต้ นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางต่อไปยัง จ.ชุมพร เพื่อเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “วันไหลบางเบิด” บริเวณชายหาดบางเบิด อ.ปะทิว โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพและให้กำลังใจจำนวนมาก นายกฯ กล่าวบนเวทีแบบไม่ยึดตามสคริปต์ว่าต้องการพูดจากใจ พร้อมระบุว่าหลังเสร็จภารกิจที่นราธิวาสซึ่งเต็มไปด้วยความตึงเครียด การได้มาพบประชาชนที่ชุมพรและประจวบคีรีขันธ์ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น และขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง 

นายกรัฐมนตรีปิดท้ายภารกิจด้วยการอวยพรให้ประชาชนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมีความมั่งคั่ง โดยภาพรวมของการลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตรวจงานตามปกติ แต่เป็นความพยายามลดแรงเสียดทานทางการเมืองและความรู้สึกของผู้คนในพื้นที่ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแก้โจทย์ภาคใต้ทั้งมิติความมั่นคง ความยุติธรรม การสื่อสาร และการพัฒนาเศรษฐกิจไปพร้อมกัน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง