เชื่อว่าหลายคนที่เข้ามาอ่านน่าจะกำลังจะตัดสินใจเข้าคณะนี้ หรืออาจจะมาดูรีวิวก่อนเปิดเทอมเข้าคณะนี้ จากใจเด็กปี 1 ที่อาจารย์เคยบอกว่าถ้าจะเข้าคณะวิทย์ต้องมีใจรักจริง ๆ ไม่งั้นอยู่ไม่รอด เพิ่งจะมาเข้าใจตอนนี้ สวัสดีค่ะ เราเป็นเด็กอายุ 19 คนนึง ที่ตัดสินใจมาเรียนคณะนี้ ส่วนหนึ่งเพราะความชอบในสาขาชีววิทยา และส่วนหนึ่งเพราะมีทุนให้เดือนละ 5,000 (รายละเอียดทุนไว้เราจะเล่าให้ฟังในบทความถัดไปนะคะ) จึงเป็นตัวตัดสินใจให้เราเลือกเรียนในคณะนี้ และแน่นอนขึ้นชื่อว่าคณะวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะสาขาอะไร ปี 1 ต้องเรียนรวมอยู่แล้ว พวกฟิสิกส์ เคมี แคล มันกลับมาอีกครั้ง ถ้าใครที่ไม่ชอบวิชานี้อาจจะลำบากหน่อย แต่โชคดี ที่ฟิสิกส์ กับ แคล เราเจอแค่ปี 1 (ถ้าไม่ F อะนะ) ส่วนเคมี มันควบคู่ไปกับสาขาเราอยู่แล้ว หนียังไงก็ไม่พ้น มีแต่ต้องพยายามผ่านมันให้ได้ เราก็เป็นคนนึงที่เกลียดฟิสิกส์ เคมี แคล แบบสุด ๆ เอาง่าย ๆ ก็ชอบแค่ชีว นอกนั้นไม่ชอบเลย 5555 ตอนเข้ามาเทอม 1 เลยลำบากมาก เพราะต้องเจอแคล ตอนนั้นที่ได้เรียน รู้สึกไม่เข้าใจอะไรเลย อาจารย์อธิบายแค่ไหนก็ยังไม่เข้าใจ คะแนนตอน midterm ก็ออกมาแย่ คะแนนในใบงานก็มีแค่ 10 คะแนน ตอนนั้นเครียดมาก เพราะรวมคะแนนทั้งหมดยังติด F อยู่เลย เพื่อนคนอื่น ๆ ในเซค (เซค = กลุ่มเรียนในรายวิชานั้น ๆ ซึ่งแต่ละวิชาจะแยกเป็นหลายกลุ่ม เพื่อรองรับนักศึกษา) ที่ได้คะแนนเท่า ๆ กันก็ถอนรายวิชานี้ไปหมด มันเลยมีความคิดที่จะถอนบ้าง แต่วันถัดมาที่เราไปเรียน ในขณะที่หลาย ๆ คน ถือใบยื่นถอนรายวิชานั้นไปให้อาจารย์เซ็นรับรอง อาจารย์ก็พูดขึ้นมาว่า ‘‘ผมจะไม่ขัดหรือห้ามอะไรถ้าพวกคุณจะถอน เพราะมันเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ผมอยากจะบอกให้ฟังว่า ก่อนที่เราจะตัดสินใจถอน เราลองมาคิดทบทวนกับตัวเองก่อน ว่าที่เราทำไม่ได้ สาเหตุมาจากอะไร เรายังพยายามไม่มากพอ หรือเราไม่ได้คิดที่จะพยายาม หรือเราไม่ได้ฝึกฝนมันอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าถ้าเราให้เวลากับมันและเปิดใจให้กับมัน มันต้องทำได้ดีขึ้นแน่ ๆ’’ สิ่งที่อาจารย์พูดวันนั้น มันทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไปมาก ถึงจะรู้ว่า Final ยากกว่าเพราะต้องมีพื้นฐานมาก่อน แต่เราก็เชื่อมันและตั้งใจฝึกฝนมากกว่าเดิม จนการสอบมาถึง ตอนนั้นสถานการณ์ที่เข้าไปทำข้อสอบมันเปลี่ยนไป จากมองข้อสอบแล้วไม่มีอะไรในหัวเลย กลายเป็นสนุกและตื่นเต้นกับการทำข้อสอบ หลังจากคะแนนออก เราได้คะแนนดีเกินกว่าที่ตัวเองคาดไว้ (ข้อสอบเป็นข้อเขียนทั้งหมด) และจากอยู่ในสถานะติด F ก็ขึ้นมา C ได้ ซึ่งมันทำให้เราดีใจมาก ๆ สิ่งที่เราอยากจะบอกอีกอย่าง เรารู้ว่าการเรียนในมหาลัยมันยาก ไหนจะต้องปรับตัวอีกหลายอย่าง บางคนอาจจะต้องทำงานพิเศษไปด้วย ซึ่งเราก็เป็นคนนึงที่ทั้งเรียนไปและทำงานไป แต่เราเชื่อว่า ไม่มีใครไม่ว่าง 24 ชม. ทุกคนต้องมีช่วงที่ว่างบ้าง การแบ่งเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ยิ่งเราแบ่งเวลาดีเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นเท่านั้น จนบางทีเราอาจจะรู้สึกเหมือนวันนั้นเราทำสิ่งต่าง ๆ ไปมากมายเกิน 24 ชม. สะอีก และที่สำคัญ การเชื่อมันและลงมือทำ คือสิ่งที่จะพาไปสู่สิ่งที่สำเร็จ สำหรับเรา เราไม่ได้มองว่าคนที่ติด F คือคนที่ไม่พยายาม หรือไม่ดี เขาอาจจะพยายามแล้ว แต่ในตอนนั้นเขาทำได้แค่นั้น ยังไงคนเราก็ไม่ย่ำอยู่ที่เดิมไปตลอดหลอก การฝึกฝนพัฒนาตัวเอง มันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ และเมื่อในอนาคต มีโอกาสดี ๆ มาหา เราจะคว้ามันได้แบบไม่ลังเลอะไรเลย ขอบคุณภาพหน้าปกจาก ภาพถ่ายโดย มะปราง จาก https://www.canva.com/ ขอบคุณรูปภาพ 1 - 4 จาก ภาพถ่ายโดยมะปราง creators เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !