IMF ชี้เอเชียมีบทบาทสำคัญ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก คาดมีสัดส่วนกว่า 68% ปี 69

นางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “ASEAN in a Changing Global Landscape” ระหว่างการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ว่าเอเชียมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนถึง 68% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2569 ขณะที่อาเซียนมีขนาดเศรษฐกิจ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีประชากรราว 700 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงาน การปรับโครงสร้างการค้าโลก ปรากฏการณ์เอลนีโญ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
IMF เสนอให้อาเซียนรักษาความพร้อมทางการคลัง และให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุดแก่ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง แทนการอุดหนุนราคาสินค้าในวงกว้าง พร้อมเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการลงทุนภาคเอกชน การพัฒนาตลาดทุน และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ตลอดจนเตรียมรับมือกับสังคมสูงวัย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI)
นอกจากนี้ อาเซียนควรเร่งขยายการค้าภายในภูมิภาค ด้วยการลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีและขยายความตกลงทางการค้า ควบคู่กับการยกระดับการเชื่อมโยงด้านพลังงาน ระบบชำระเงินข้ามพรมแดน และตลาดทุน โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ให้คำมั่นสนับสนุนเงินทุนแก่อาเซียน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)
ขณะเดียวกัน การกระชับความร่วมมือระหว่างอาเซียน ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และสถาบันระหว่างประเทศ ถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการสนับสนุนการติดตามภาวะเศรษฐกิจ การพัฒนาศักยภาพ และการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาค
ทั้งนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก อาเซียนจำเป็นต้องผนึกกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดอุปสรรคทางเศรษฐกิจ และยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส และสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
