"ทำไมเด็กสมัยนี้ไม่มีความอดทนเลย ว่าอะไรนิดหน่อยก็ลาออก" "ลูกไม่อยากทำงานประจำทำอย่างไรดีคะ?" "เราลาออกจากงานทั้งที่ไม่มีงานรองรับ" "ที่ทำงาน Toxic มากค่ะ เราควรทำอย่างไรดี?" หลากหลายหัวข้อ หลากหลายคำถามที่เราได้เคยอ่านเจอ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์มุมมองหรือเล่าเรื่องในแบบของเราค่ะ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีของโลกเราเกิดการพัฒนาไม่หยุดยั้งส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป แน่นอนว่ามันส่งผลต่อความคิดของเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตก็เช่นเดียวกัน ในฐานะที่เป็นครูที่เคยผ่านการสอนมาหลายช่วงชั้น มีบางครั้งที่เราเคยถามเด็กว่าอนาคตอย่ากเป็นอะไร บางคนบอกว่าอยากเป็นหมอ เป็นครู เป็นพยาบาล แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีความคิดที่ต่างออกไปคือเป็นแอดมินเพจเกม น้องเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 น้องบอกว่าการทำงานของน้องสร้างรายได้ประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันบาทต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเดือนขั้นต่ำเลย บางคนก็รับจ้างเพื่อนวาดภาพจากไอแพดเพื่อหารายได้เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งน้องก็บอกว่าน้องอยากวาดภาพขายแต่เพื่อนชอบมาขอให้วาดให้ฟรี ในฐานะที่เป็นครูสังคมศึกษาทำให้เราได้คิดถึงบทความที่เคยอ่านเจอว่า หลายคนคิดว่าการที่วาดภาพคือเรื่องง่ายไม่ต้องใช้อะไรมากโดยที่ไม่รู้เลยว่ากว่าที่ศิลปินหลายๆ คนจะพัฒนาฝีมือมาขนาดนี้มันต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก เราจึงนำข้อมูลที่ได้ตรงนี้ไปยกตัวอย่างในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับการระเมิดสิทธิทางปัญญา เพื่อให้เด็กที่เราสอนนั้นเข้าใจง่ายๆ สมัยก่อนคนรุ่นก่อนหรือรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรานั้นมักจะต้องการทำงานที่มั่นคง และทำในระยะยาวจนกระทั่งถึงวัยเกษียน แต่เด็กสมัยนี้มองว่ามันเป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพจิตเพราะเติบโตมาในครอบครัวที่เห็นพ่อแม่เครียดเรื่องงาน เรื่องเงิน ดังนั้นเด็กสมัยนี้มักจะเลือกการทำงานที่สามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ ยืดหยุ่น มีเวลาไปทำอย่างอื่นนอกจากนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะทั้งวัน ส่งผลให้เด็กสมัยนี้ถูกมองว่าไม่มีความอดทนในการทำงาน แต่ในสายตาของเรานั้นมุมมองมันต่างออกไป ในเมื่อเราไม่ชอบงานที่ทำหรือเจอเรื่องที่บั่นทอนสุขภาพจิตในการทำงาน ทำไมเราต้องทน? เงินสามารถซื้อทุกอย่างได้ก็จริง ซื้อประกันชีวิตได้ แต่ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้ในระยะยาว โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจากการทำานเพิ่มขึ้นโดยที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนมองข้ามและมองว่าเด็กสมัยนี้ไม่มีความอดทน ดังนั้นการทำงานที่สามารถเลือกเวลา เลือกสถานที่ได้เลยได้รับความนิยมอย่างมาก อย่างบทความที่เรากำลังเขียนอยู่ในขณะนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเสริม เนื่องจากเราสามารถทำงานจากที่บ้านได้และได้เงินไปด้วย ดังนั้นในฐานะครูสังคมศึกษาอยากจะบอกนักอ่านที่เข้ามาอ่านว่าการทำงานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ถ้าเราเป็นอะไรไป ที่ทำงานหาคนใหม่มาแทนเราได้แต่ถ้าเราเสียสุขภาพจิตไปแล้วมันไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ บางคนต้องกินยารักษาสุขภาพจิตไปตลอด มันไม่คุ้ม ถ้าผู้ปกครองหลายๆ ท่าน หรือเด็กสมัยนี้ที่เข้ามาอ่านโปรดจงรู้ไว้ว่าบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เราประสบพบเจอมา ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาใคร แต่แค่มองในภาพรวมของสังคมสมัยนี้และความคิดของเด็กๆ ที่เคยได้รับฟังมาแค่เพียงเท่านั้น การเล่าเรื่องของสังคมเพื่อให้เข้าใจแบบง่ายๆ ของเราก็จะมีแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ ส่วนตัวหวังว่าบทความนี้อาจจะเปลี่ยนความคิดของใครบางคนหรือหลายคนได้ สวัสดีค่ะ รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !