รีเซต

ถึงกับอึ้ง!  คุณตาขับซาเล้งกินเกาเหลา ที่แท้คือ ตร.ยศ ร.ต.ท. เจ้าตัวเผยเป็นจิตอาสาช่วยตัดหญ้าบนเกาะกลางถนน

ถึงกับอึ้ง!  คุณตาขับซาเล้งกินเกาเหลา ที่แท้คือ ตร.ยศ ร.ต.ท. เจ้าตัวเผยเป็นจิตอาสาช่วยตัดหญ้าบนเกาะกลางถนน
มติชน
21 ธันวาคม 2564 ( 17:57 )
73
ถึงกับอึ้ง!  คุณตาขับซาเล้งกินเกาเหลา ที่แท้คือ ตร.ยศ ร.ต.ท. เจ้าตัวเผยเป็นจิตอาสาช่วยตัดหญ้าบนเกาะกลางถนน

ข่าววันนี้ 21 ธ.ค. 64 ที่ จ.สงขลา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “น้าลั่น เนื้อตุ๋นปลาเด้ง” โพสต์ภาพและเรื่องราวที่ทำให้ต้องเซอร์ไพร้ส์เอาไว้ในหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง และในเพจชมรมคนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หลังจากที่มีคุณตาคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ตัวเดิมๆ และขับรถซาเล้งคล้ายกับคนเก็บของเก่า แวะมานั่งกินเกาเหลาที่ร้าน 2-3 ครั้ง

 

ครั้งแรกได้คุยกันเล็กน้อย และคุณตาบอกว่า ทำงานยังได้เงินไม่ถึง 300 บาท เลย และครั้งต่อมาเมื่อคุณตาแวะมาที่ร้าน อยากที่จะช่วยเหลือโดยลดราคาให้ เนื่องจากเห็นว่า มีรายได้น้อย แต่ได้รับการปฏิเสธ และบอกว่าจะขอจ่ายในราคาเดียวกับลูกค้าทั่วไป และเกาเหลาถึงจะราคาแพงชามละ 80 บาท แต่คุ้มค่ากับความอร่อย หากลดราคา วันหน้าอาจจะไม่กล้ามากินอีก

 

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. คุณตาแวะมาอุดหนุนที่ร้านอีกครั้ง และทำให้ต้องประหลาดใจจนรู้สึกเหมือนคนโดนแกล้งหรือถูกสายสืบแอบเข้ามาล้วงความลับไปซะแล้ว เพราะ คุณตาเล่นสวมเครื่องแบบตำรวจนายร้อยมาเต็มยศ และขับรถจักรยานยนต์ของตำรวจมาด้วย และทุกครั้งที่มาสั่งเกาเหลา และนั่งกินตรงมุมเดิมทุกครั้ง จึงได้มีการพูดคุยกัน ก่อนขอถ่ายรูปนำมาบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจที่เกิดขึ้น และได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก

 

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยว พบว่า ชื่อร้านลั่นเนื้อตุ๋นปลาเด้ง สูตรจีนปรุงเจริญกรุง ตั้งอยู่ริมถนนสาย สงขลา-ระโนด หมู่ที่ 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นร้านที่เพิ่งเปิดได้ราวเดือนกว่าๆ เนื่องจากเจ้าของร้านเพิ่งย้ายลงมาจากภาคกลาง

 

จากการสอบถามกับทางชายเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ได้มีคุณตาหรือตำรวจท่านนี้ขับซาเล้งแวะมากินเกาเหลาที่ร้าน ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ และคิดว่า น่าจำทำอาชีพรับจ้างทั่วไป และเก็บของเก่า และที่รถซาเล้งก็มีเครื่องตัดหญ้าอยู่ด้วย และจากการได้พูดคุยกันเล็กน้อยในครั้งแรกก็ทราบว่า ในวันนั้นยังทำงานได้เงินไม่ถึง 300 บาท เลย

 

อีกไม่กี่วันต่อมาคุณตาแวะมาที่ร้านอีก และตนอยากจะช่วยเหลือ เนื่องจากเห็นว่า คุณตามีรายได้น้อย และเกาเหลาชามละ 80 บาท นั้นดูค่อนข้างแพงไปสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ แต่คุณตาขอจ่ายในราคาเหมือนกับคนลูกค้าคนอื่นทั่วไป เพราะคุ้มค่ากับความอร่อย และหากลดราคาให้ อาจจะทำให้ไม่กล้ามากินอีก พร้อมกับขอเอาน้ำดื่มที่พกมาด้วยมากินที่ร้าน และหลังกินเสร็จก็ยังหยิบเอากระดาษขึ้นมาคล้ายกับทำงานอะไรสักอย่างอยู่ราวชั่วโมง แต่ไม่ได้เอะใจอะไร

 

คุณตากลับสลัดคราบของคนรับจ้างเก็บของเก่าโทรมๆขับซาเล้งมาในมาดของนายตำรวจยศนายร้อยขับรถจักรยานยนต์ของตำรวจมาด้วยแบบเท่ๆ เพื่อแวะมากินเกาเหลาที่ร้านเหมือนเดิม ตนตกใจไม่น้อย เพราะ ไม่นึกว่า คุณตาเป็นตำรวจ จึงได้คุยกัน และขอถ่ายรูปมาลงโซเชียล โดยเทียบกับรูปเดิม โต๊ะเดิม มุมเดิม ในครั้งแรกที่เจอกันที่ร้าน ที่ดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

จากการสอบถามคนรู้จักก็พอจะทราบว่า คุณตาหรือตำรวจท่านนี้เป็นคนขยัน และนอกเวลางาน มักจะหาอะไรทำ หรือทำงานเสริมอยู่เป็นประจำ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นงานอะไร

 

ขณะที่หญิงสาวเจ้าของร้านบอกว่า ในตอนแรกที่เจอ แม้จะเห็นว่า คุณตาจะแต่งตัวออกไปในแนวโทรมๆ อาจจะไม่มีเงินมากมาย แต่ไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธ หรือไม่ต้อนรับให้เข้ามาที่ร้าน ยังปฏิบัติกับลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมกันหมด แอบตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าความจริงแล้วคุณตาเป็นตำรวจ คงจะแวะมาอุดหนุนกันอีก และอยากฝากไปถึงร้านต่างๆ นอกจากจะมีของดี ของอร่อย แล้ว การให้เกียรติกับลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

 

นอกจากนั้นผู้สื่อข่าวยังได้พบกับตำรวจท่านนี้ด้วย คือ ร.ต.ท.อัฐโรจ สุขไสย รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองสงขลา อายุ 57 ปี โดยแต่งตัว และขับซาเล้งมาในสภาพเดิมๆ แต่วันนี้ร้านก๋วยเตี๋ยวขายหมดไปก่อนแล้ว และบอกว่า ปกติเป็นคนชอบออกกำลังกาย และเวลาหลังเลิกงาน หรือวันหยุด ก็มักจะหางานอะไรทำ รวมทั้งตัดหญ้า

 

อีกทั้งส่วนตัวก็เป็นคนชอบกินเนื้อวัวด้วย ซึ่งเกาเหลาเนื้อที่ร้านนี้อร่อยถูกปากจริงๆ ไม่เหนียว เนื้อนิ่ม ทานง่าย และขับถ่ายดีด้วย ซึ่งตนยกนิ้วให้เลยทุกครั้งที่มากินเหมือนกับในรูป และส่วนใหญ่ชอบมากินช่วงเที่ยงๆ ซึ่งวันก่อนตอนที่ใส่เครื่องแบบ ก็เล่นเอาเจ้าของ และคนที่ร้านตกใจกันไปตามๆกัน เพราะ ไม่มีใครนึกว่าตนจะเป็นตำรวจ

 

“หัวรุ่งยังออกมาตัดหญ้าเป็นประจำ ใช้เลี้ยงสัตว์และเป็นจิตอาสาตัดหญ้าบนเกาะกลางถนนในย่านที่อยู่ใกล้กับบ้านพัก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงาม เนื่องจากบางครั้งหญ้าบนเกาะเกาะกลางถนนรกรุงรังไม่มีคนหรือหน่วยงานไหนมาเหลียวแล จึงจัดการให้เอง

“ฝากเป็นข้อคิดเอาไว้ด้วยว่า ในช่วงวัยใกล้เกษียณ ก็ควรทำประโยชน์ หรือทำอะไรดีๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคมบ้าง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง