เพื่อน ๆ คงรู้จัก ไทแรนโนซอรัส เรกซ์ หรือ T. rex จากสาระคดีไดโนเสาร์ ซึ่งตอนที่ผมยังเด็กเป็นสารคดีที่ผมโปรดปรานมากจนต้องยอมตื่นเช้ามาเปิดทีวีดูทุกเสาร์ อาทิตย์ หรืออาจรู้จักจากหนังเรื่อง Jurassic park, Jurassic world ซึ่งเจ้า T. rex เป็นไดโนเสาร์ใน ยุคครีเทเซียส ตอนปลายหรือประมาณ 68 ถึง 65 ล้านปีมาแล้ว ด้วยความที่มันตัวใหญ่ มีเขี้ยว กรงเล็บขนาดใหญ่แข็งแรงมาก และเป็นหนึ่งในผู้ล่าขนาดใหญ่ที่สุดบนพื้นพิภพ เมื่อมันล่าเหยื่อหรือสู้กับไดโนเสาร์ชนิดอื่น มันมักจะชนะหรือล่าเหยื่อสำเร็จทุกครั้ง มันจึงเป็น ไดโนเสาร์ อันโปรดปรานของใครหลายคนรวมถึงผมด้วย แต่มีทีมนักวิจัยระดับนานาชาติได้คนพบทฤษฎีใหม่ที่คุณยังอาจไม่รู้ ซึ่งทฤษฎีนี้มันอาจลดความเท่ ของเจ้า T. rex สัตว์นักล่าอันโปรดปรานของผมนี้ลงขอขอบคุณภาพจาก pixabay ก็คือเจ้า T. rex อาจมีขน แต่ไม่ได้มีขนปกคลุมทั้งตัวเหมือนไก่นะครับ โดย นักวิจัยได้ทำการตรวจผิวหนังอีกครั้ง พบว่า เจ้า T. rex อาจมีแผงขนกระจุกบนหัวของมัน แล้ววิ่งไปตามกระดูกสันหลัง โดยทฤษฎีนี้เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าไดโนเสาร์หลายตัวมีขนและลักษณะคล้ายนกมานานแล้ว นักวิจัยกล่าวว่าบางที เจ้า T. rex ตอนแบเบาะมันอาจมีขนปกคลุมร่างกาย เพื่อทำให้มันอบอุ่น แต่เมื่อมันโตมันจึงไม่ต้องการขนสร้างความอบอุ่นอีกต่อไป จึงผลัดขนออกจนเกือบหมด (อ้างอิง 1 และ อ้างอิง 2) นักวิจัย Steve Brusatte จากมหาวิทยาลัย Edinburgh ได้กล่าวกับ BBC ว่า “ ขนในซากดึกดำบรรพ์อาจหายไปตามกาลเวลาที่ยาวนาน เพียงเพราะเราไม่เห็นพวกเขา ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ได้มีอยู่จริง " แต่ก็มีทีมนักวิจัยอีกกลุ่มกล่าวว่าแท้จริงแล้ว เจ้า T. rex ไม่ได้มีขน แต่ผิวหนังของมันเป็นเกล็ดทั้งหมดตามที่เราเห็นในสาระคดีหรือในหนังเลยโดยศึกษาจากตัวอย่างผิวหนังส่วนคอกระดูกเชิงกราน และหางของซากดึกดำบรรพ์ จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองฮิวส์ตันรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา การศึกษาพบว่า ไดโนเสาร์เหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยเกล็ด ส่วนนักบรรพชีวินวิทยาคาดว่าขนอาจจะจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณหลังเพียงส่วนเดียวเท่านั้น และเป็นไปได้ว่าไดโนเสาร์พันธุ์ดังกล่าวไม่ต้องการฉนวนกันความร้อนอย่างขน เนื่องจากร่างกายสามารถเก็บความร้อนได้ดี (อ้างอิง 2 และ อ้างอิง 3)ขอขอบคุณภาพจาก pixabay เจ้า T. rex จะมีขนหรือไม่มีขน ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ และต้องมาดูหลักฐานทางฟอสซิลกันว่าฝั่งไหนจะมีข้อมูลและอธิบายด้วยเหตุผลได้ดีกว่ากันจึงจะสามารถสรุปผลได้ ซึ่งในอนาคตอาจจะต้องใช้เวลาเป็นหลายสิบปีก็ตาม ไม่ว่าผลสรุปจะออกมาเป็นแบบไหน แต่ผมเชื่อว่ามันก็ยังเป็นนักล่าที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา และเรื่องนี้อาจสอนให้รู้ว่า "สิ่งที่เราไม่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีจริงเสมอไป" ดังคำกล่าวของ นักวิจัย Steve Brusatteขอขอบคุณภาพจาก pixabayอ้างอิง- ขอขอบคุณภาพปกจาก pixabay