มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หั่นเป้าท่องเที่ยวปี 69 เหลือ 31.5 ล้านคน พิษสงคราม-น้ำมันพุ่ง จับตาฟื้นปี 70

นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.ย. 69) พบว่า ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลดลง 3.8% โดยไทยเสียส่วนแบ่งในตลาดใกล้ แม้ตลาดต้นทางยังคงเดินทาง โดยยอดนักท่องเที่ยวหดตัวเร็วขึ้นทุกไตรมาส จาก 2.4% เป็น 5.0% และ ก.ย. ลดแรงที่สุดนับจาก ม.ค.
โดยอาเซียนภูมิภาคเดียวเป็นตัวกดยอดรวมให้ลดลง ขณะที่เอเชียตะวันออกช่วยดึงขึ้น ขณะที่จีน ขึ้นแทนมาเลเซียเป็นตลาดอันดับ 1 แต่ผลบวกถูกมาเลเซียหักล้างทั้งหมด อย่างไรก็ดี ไม่ใช่แค่มาเลเซียเท่านั้นที่ลดลง นักท่องเที่ยวอาเซียนอื่น (ที่หักมาเลเซีย) ก็ลด 15.7% และกัมพูชา ลดหนักสุดที่ 86.1%
สำหรับรายได้จากการท่องเที่ยวช่วง 9 เดือน ลดลง 2.3% น้อยกว่าจำนวนคนที่ลดลง 3.8% ความเสียหายทางเศรษฐกิจจึงเบากว่าที่ตัวเลขจำนวนคนบอก โดย 5 ตลาดหลักเดินไปคนละทิศ จีนโต 15.2% รัสเซีย-อินเดียทรงตัว ขณะที่มาเลเซีย และเกาหลีใต้ลด 15.2% และ 25.4%
สำหรับสาเหตุที่ 5 ตลาดหลักเดินไปคนละทิศ เนื่องจากสงครามตะวันออกกลางตั้งแต่ 28 ก.พ.69 ดันราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และส่งผลถึงทุกตลาด
1. มาเลเซีย: ลดลงเกือบทุกเดือน 9 เดือนหายไป 5.3 แสนคน (-15.2%) และไตรมาส 3 ทรุดหนักที่ -26.6% มาเลเซียลดลง 15.2% จากแรงกระแทกในภาคใต้ที่ซ้อนกันตั้งแต่ปลายปี 68 ประกอบกับเหตุรุนแรงชายแดนใต้ในไตรมาส 3 สอดคล้องกับที่ตลาดมาเลเซียดิ่งลง โดย ก.ย. ลดถึง 39% ทั้งนี้ ไทยยังเป็นปลายทางหลักของชาวมาเลเซีย แต่ลดลง 2 ปีติด ขณะที่เวียดนามและญี่ปุ่นโตต่อเนื่อง
2. อินเดีย: แรงส่งพลิกตั้งแต่กลางปี จาก +24.4% ในเดือน ม.ค. เป็นหดตัว 13-20% ช่วง ก.ค.-ก.ย. สอดคล้องกับช่วงที่มีปัจจัยลบหลายด้าน โดยสายการบินอินเดียลดที่นั่ง เพราะน้ำมันแพง ซ้ำเติมตลาดในช่วงเดียวกับที่วีซ่าสับสน ทั้งนี้ ไทยยังรับนักท่องเที่ยวอินเดียมากกว่าเวียดนามราว 2.6 เท่า แต่ปีนี้ไทยมีแนวโน้มหดตัว ขณะที่เวียดนาม และญี่ปุ่นยังโตต่อ
3. รัสเซีย: 9 เดือนแรกของปีนี้ ทรงตัว (-0.1%) และไตรมาส 3 กลับมาโต 5.0% แต่ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูหลักจะเจอฟรีวีซ่าที่เหลือ 30 วัน โดยรัสเซียทรงตัวทั้งที่ตลาดต้นทางโต 8.7% ขณะที่ส่วนที่เพิ่มไหลไปเวียดนาม จีน และอียิปต์ ทั้งนี้ เวียดนามโตก่อนสงคราม ส่วนไทยเสียช่องทางหลังสงคราม สองเรื่องเกิดพร้อมกันจนส่วนแบ่งไหลเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ไทยยังรับชาวรัสเซียมากกว่าเวียดนาม แต่เวียดนามโต 160.6% และรัสเซียสำคัญต่อเวียดนามมากกว่าต่อไทยแล้ว
4. เกาหลีใต้: ลดลงทุกเดือน รวม 9 เดือนหายไป 2.9 แสนคน (-25.4%) และหดตัวเกิน 30% ตั้งแต่ไตรมาส 2 เนื่องจากต้นทุนบินที่สูงกว่า เที่ยวบินที่ลดลง และภาพลักษณ์ความปลอดภัย ทำให้ไทยแพ้ญี่ปุ่นในสายตาคนเกาหลี โดยไทยเสียคนเกาหลีให้ญี่ปุ่นที่โต 21.6% ขณะที่เวียดนามลดเพียง 5.5% เทียบกับไทยที่ลด 25.4%
5. จีน: โตเกือบทุกเดือน 9 เดือนเพิ่ม 15.2% สูงสุดในไตรมาส 2 (+23.7%) ก่อนชะลอเหลือ 12.1% ในไตรมาส 3 โดยจีนโต 15.2% เพราะได้ฐานที่เสียไปในปี 68 คืนมาบางส่วน ยังไม่ใช่การฟื้นเต็มที่ ทั้งนี้ ไทยรับชาวจีนสูสีกับเวียดนาม แต่ไทยโตเร็วกว่ามาก ในขณะที่เกาหลีใต้ได้ประโยชน์จากกระแสเลี่ยงญี่ปุ่นมากกว่า
ทั้งนี้ 5 ตลาดเดินคนละทิศ เพราะช่องทางบินและนโยบายต่างกัน ไม่ใช่เพราะเอเชียซบเซาทั้งภูมิภาค โดยตลาดที่หาย คือตลาดที่ถูกตัดช่องทางบิน มาจากมาเลเซียเป็นเรื่องในประเทศเป็นหลัก และเวียดนามรับส่วนแบ่งที่ไทยเสียไปแทบทุกตลาด อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังไตรมาส 4/69 ทั้งฟรีวีซ่ารัสเซีย 30 วันช่วงไฮซีซั่น ความมั่นคงชายแดนใต้ และเซอร์ชาร์จเกาหลีใต้ ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจีนก็เดินทางมาไทยน้อยลง เนื่องจากในช่วงเดือนต.ค. 69 มีข่าวเรื่องให้ระวังความปลอดภัยในไทย
ความเสี่ยงและโอกาสในปี 69-70
ในไตรมาส 4/69 จะเจอความเสี่ยงคนละช่วง มาเลเซียกดดันช่วงต้น เกาหลีใต้และรัสเซียกดดันช่วงกลาง ส่วนจีนหนุนช่วงปลายแต่แรงลดลง โดยความเสี่ยงที่ไทยคุมไม่ได้จะยังกดการฟื้นตัวในปี 70 แม้ฐานปี 69 จะต่ำแล้ว
อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ไทยคุมได้มี 3 เรื่อง และทุกเรื่องต้องแก้ก่อนฤดูท่องเที่ยวหลักปี 70 ได้แก่
1. ตลาดมาเลเซีย เป็นตลาดขับรถข้ามแดน การผ่านด่านที่คล่องตัวและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย จึงกำหนดว่าตลาดนี้จะกลับมาได้หรือไม่
2. ตลาดอินเดีย นโยบายวีซ่าที่เปลี่ยนไปมา ทำให้ยอดจองลดลงเกือบ 20%
3. ตลาดจีน ข่าวเรื่องความปลอดภัยในสายตาคนจีน ถือเป็นความท้าทายร้ายแรงที่สุด
โอกาสปี 70 ยังอยู่ที่จีนซึ่งยังอยู่ราว 75% ของปี 67 และตลาดไกลที่ทรงตัว ส่วนอินเดียฟื้นได้หากมาตรการวีซ่าชัดเจน นายวิเชียร กล่าว
โดยคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 69 ทั้งปีคาดว่าลดลงราว 1.47 ล้านคนจากปี 68 แม้ในกรณีดีกว่าก็ยังติดลบ 3.4% โดยในปี 69 จีนเป็นตลาดหลักเดียวที่โต (+14.3%) ขณะที่มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ลดลง 17.2% และ 25.9% ในไตรมาส 4/69 คาดว่าหดตัว 6.3% โดย ต.ค. ลดแรงที่สุด 9.8% จากมาเลเซีย แต่ไม่ได้มาจากผลของฐาน โดยมาเลเซีย ตลาดอื่น ๆ และเกาหลีใต้คาดว่าฉุดยอดปี 69 รวมกัน ในขณะที่จีนเป็นตลาดหลักเดียวที่หนุน ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 คาดอยู่ที่ 1.512 ล้านล้านบาท ในกรณีฐาน และอยู่ในช่วง 1.496-1.528 ล้านล้านบาท
สำหรับคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 70 คาดว่านักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.50 ล้านคนจาก 31.50 ล้านคนในปี 69 และสูงกว่าปี 68 ราว 3.1% โดยในปี 70 ทุกตลาดหลักกลับมาโต นำโดยจีน (+10.5%) ในขณะที่รัสเซีย แทบไม่โต (+0.7%) โดยตลาดอื่น ๆ จีน และมาเลเซีย คาดว่าจะให้ส่วนร่วมต่อการเติบโตสูงสุด 3 อันดับแรกในปี 70 ส่วนอินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย คาดว่าจะเติบโตต่ำกว่ายอดรวม
3 ฉากทัศน์ปี 70 คาดยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.57 35.44 ล้านคน
1. กรณีแย่กว่า 32.57 ล้านคน ขยายตัว 3.4% ต่ำกว่ากรณีฐาน 1.43 ล้านคน หากค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวมีผลที่นั่งไม่ทันตรุษจีน คำขอของรัฐบาลอินเดียต่ออายุ และมีเที่ยวบินตรงไปเวียดนาม
2. กรณีฐาน 34 ล้านคน ขยายตัว 7.9% หากที่นั่งไทย-จีนเพิ่มทันตรุษจีน ด่านสะเดาดีขึ้นจริง และคำขอของรัฐบาลอินเดียหมดผลราว พ.ค. 70
3. กรณีดีกว่า 35.44 ล้านคน ขยายตัว 12.5% สูงกว่ากรณีฐาน 1.44 ล้านคน หากด่านสะเดาเป็นแบบออนไลน์ ที่นั่งเพิ่มทันฤดูหลัก และวีซ่าอินเดียชัดเจน
สำหรับรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 70 คาดอยู่ที่ 1.632 ล้านล้านบาท ในกรณีฐาน และอยู่ในช่วง 1.563-1.701 ล้านล้านบาท
ในปี 69 นักท่องเที่ยวคาดลดลง 4.5% เหลือ 31.50 ล้านคน ก่อนฟื้นเป็น 34 ล้านคน ในปี 70 โดยตลาดที่ลดลงแบ่งได้ 2 กลุ่ม 1. กลุ่มที่เสียส่วนแบ่งให้คู่แข่ง และ 2. กลุ่มที่ไทยแก้ปัญหาได้เอง ทั้งนี้ ในปี 70 จะอยู่ฉากทัศน์ใด ขึ้นกับปัจจัยที่ไทยผลักดันได้ คือ ด่านสะเดาที่ดีขึ้นจริง เร่งเจรจาให้สายการบินเพิ่มที่นั่งไทย-จีน ทันตรุษจีน และนโยบายวีซ่าที่คงที่ เป็นเงื่อนไขที่แยกกรณีฐานออกจากกรณีแย่กว่า นายวิเชียร กล่าว
ข้อเสนอแนะในระยะสั้น-ระยะยาว
สำหรับในระยะสั้น ไทยจะต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นในตลาดมาเลเซีย จีน และอินเดีย ก่อนถึงฤดูท่องเที่ยวหลัก โดยภาครัฐควรเร่งเพิ่มความปลอดภัยและความคล่องตัวที่ด่านสะเดา ปราบปรามขบวนการหลอกหางาน และลักพาตัวชาวจีน แล้วแถลงผลการจับกุมผ่านสถานทูตจีนและสื่อจีน การคงนโยบายวีซ่าไม่ให้เปลี่ยนอีก และประสานสายการบินเพิ่มที่นั่งไทย-จีน และไทยอินเดีย ก่อนตรุษจีนปี 70
ส่วนระยะยาว ไทยจะต้องแข่งด้วยเที่ยวบินตรง และความคุ้มค่า เพื่อดึงส่วนแบ่งคืนจากคู่แข่งในเอเชีย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ควรผลักดันเที่ยวบินตรงไปรัสเซีย และเมืองรองของจีน และวัดผลจากรายได้มากกว่าจำนวนคน เพราะรายได้ 9 เดือนลดลงเพียง 2.26%
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 เดือนแรก (1 ม.ค.-31 ต.ค.) ปี 69 เทียบช่วงเดียวกันปี 68 นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 4.6% แต่รายได้รวมลดเพียง 2.9% เพราะรายได้ต่อคนต่อทริปเพิ่มขึ้น 1.8% เป็น 48,738 บาท
อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวปี 69 จากผู้ตอบ 368 รายทั่วประเทศ พบว่าสาเหตุหลักที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงใน 9 เดือนแรกปี 69 มองว่า ปัจจัยภายนอกเป็นสาเหตุอันดับ 1 (48.1%) แต่อีก 47.0% ชี้ว่าเป็นปัญหาที่ไทยแก้ได้เอง
ส่วนความสามารถในการแข่งขันของไทยเทียบกับคู่แข่งในเอเชียและเทียบกับ 3 ปีก่อน มองว่า ดีขึ้น แต่คู่แข่งวิ่งเร็วกว่า โดย 52.2% เห็นว่าดีขึ้นจากปี 66 แต่ 59.1% ยังมองว่าไทยด้อยกว่าคู่แข่ง สำหรับการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มตัวอย่างมองว่า ไทยเหนือกว่าเพียงเวียดนาม และตามหลังญี่ปุ่นจีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์อย่างชัดเจน
เมื่อถามว่า ปัจจัยใดเป็นจุดแข็งและจุดอ่อนของการท่องเที่ยวไทย กลุ่มตัวอย่างมองว่า บริการยังเป็นจุดแข็ง แต่กฎหมายความปลอดภัยและความคุ้มค่า ถูกมองเป็นจุดอ่อนมากกว่าจุดแข็ง
ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 70 ครึ่งหนึ่ง (50.5%) คาด 33-35 ล้านคน และ 34.5% คาดว่าจะต่ำกว่าระดับปี 68 (33.0 ล้านคน) ส่วนเมื่อถามว่า ไทยจะกลับไปมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน ได้หรือไม่นั้น มีเพียง 10.6% ที่เชื่อว่าจะกลับถึง 40 ล้านคน ภายในปี 72 ส่วนใหญ่มองไกลถึงปี 74-75 หรือหลังจากนั้น
ในส่วนของรายได้ กลุ่มตัวอย่าง 65.2% คาดว่า รายได้ของกิจการปี 70 จะเพิ่มขึ้น และกลุ่มพึ่งพาลูกค้าต่างชาติ 1 ใน 5 คาดว่าจะลดลง
ส่วนการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-ธนาคารโลก กลุ่มตัวอย่าง 80.5% มองว่าการเป็นเจ้าภาพ IMFธนาคารโลก ช่วยภาพลักษณ์ไทย และ 84.6% เชื่อว่า AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถได้บ้าง
ในส่วนของตลาดนักท่องเที่ยวใดมีศักยภาพมากที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวไทยปี 70 มองว่า จีนยังเป็นตลาดความหวังอันดับ 1 (43.3%) นำอาเซียน (26.9%) และอินเดีย-เอเชียใต้ (16.7%)
ส่วนนโยบายดอกเบี้ยสูงตามแนวทาง IMF และความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะกระทบการท่องเที่ยวไทยปี 70 หรือไม่ มองว่า ความเสี่ยงหลักปี 70 คือราคาพลังงาน 92.4% มองว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะกระทบสูงกว่าผลของนโยบายดอกเบี้ย
สำหรับมาตรการที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1. การเพิ่มเที่ยวบินตรง 2. แก้ปัญหาด่านชายแดน คือสองมาตรการที่ต้องการมากที่สุด (รวม 42.9%) และ 3. ทำให้นโยบายวีซ่าชัดเจนและคงที่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
