KCE ฝ่าศึกบาทแข็ง! Q1/69 กำไร 234 ลบ. จาก HDI หนุน

#ทันหุ้น - KCE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 234.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาส 1/2568 ที่มีกำไรสุทธิ 229.8 ล้านบาท แม้รายได้รวมลดลง 6.1% เหลือ 3,218.3 ล้านบาท จาก 3,425.9 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการปรับ Product Mix ไปสู่แผ่นวงจรพิมพ์มูลค่าเพิ่มสูง (HDI PCB) มากขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มเป็น 180.7 ล้านบาท จาก 175.5 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9% เหลือ 373.3 ล้านบาท
ทั้งนี้ แม้บริษัทเผชิญแรงกดดันจากเงินบาทแข็งค่า กระทบรายได้เมื่อแปลงเป็นเงินบาทราว 125.6 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบหลักโดยเฉพาะทองแดงที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันและความตึงเครียดตะวันออกกลาง แต่ KCE ยังประคองอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 17.7% สูงกว่าปีก่อนที่ 17.4% จากการใช้วัตถุดิบต้นทุนต่ำในสต๊อกเดิม การเจรจาซัพพลายเออร์ ตลอดจนการลดต้นทุนด้านพลังงานและแรงงานอย่างต่อเนื่อง
ด้านยอดขายเชิงดอลลาร์ทรงตัวเพิ่มขึ้น 0.5% YoY สะท้อนดีมานด์พื้นฐานยังไม่อ่อนแรง โดยตลาดสหรัฐฯ และยุโรปเริ่มฟื้น ขณะที่บริษัทเร่งขยายสินค้ากลุ่ม HDI รองรับคำสั่งซื้อมาร์จิ้นสูง อย่างไรก็ดี ผู้บริหารเตือนต้นทุนวัตถุดิบใหม่จะกดดันชัดขึ้นในไตรมาส 2-3/2569 หลังต้นทุนทองแดงและวัสดุหลักทยอยสะท้อนเข้าการผลิตมากขึ้น
๑แผนการลงทุนโรงงานใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิต
สำหรับแผนการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ บริษัทฯ ยังคงพิจารณาชะลอการดำเนินการดังกล่าว โดยจะทบทวนอีกครั้งเมื่ออัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานปัจจุบันปรับตัวเข้าสู่ระดับที่เหมาะสม ที่ประมาณ 90% ทั้งนี้ ภายหลังการติดตั้งเครื่องจักรเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้รองรับผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความต้องการในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยสายการผลิตในโรงงานปัจจุบัน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่สeหรับการขยายกeลังการผลิตไว้แล้ว โดยมีที่ดินรองรับโครงการในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาโครงการโรงงานแห่งใหม่ในอนาคต ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถดำเนินการขยายกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว (Fast Track) เมื่อเห็นสัญญาณความต้องการของตลาดที่ชัดเจนและเหมาะสม
แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจอย่างมีวินัย โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญทั้งต่อแนวโน้มความต้องการของตลาดและการบริหารจัดการทางการเงินอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ก่อนการตัดสินใจลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งนี้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
