เปิดแผน ตร. สแกนมูลนิธิทั่วประเทศ ตรวจเส้นทางเงินบริจาค

เปิดแผนตำรวจตรวจมูลนิธิทั่วประเทศ สางปมเงินบริจาค
จากการเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อน สู่มาตรการตรวจสอบครั้งสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังรัฐบาลสั่งเดินหน้าจัดระเบียบมูลนิธิ องค์กรการกุศล และกลุ่มบุคคลที่ระดมเงินบริจาคจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาจอาศัยความน่าเชื่อถือหรือชื่อเสียงเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์
แผนดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะมูลนิธิที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ แต่ครอบคลุมการรับบริจาคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ บุคคลที่มีชื่อเสียง ตลอดจนการตั้งโต๊ะรับเงินและการเดินเรี่ยไรตามสถานที่ต่าง ๆ โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก ประสานฝ่ายปกครองและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ร่วมตรวจสอบ ตั้งแต่สถานะขององค์กรไปจนถึงเส้นทางการเงิน เพื่อให้การบริจาคของประชาชนถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง
จากคำสั่งนายกรัฐมนตรี สู่การตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ
จุดเริ่มต้นของมาตรการดังกล่าวมาจากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิ องค์กร รวมถึงบุคคลที่เปิดรับบริจาค โดยมุ่งดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติการณ์ฉ้อฉลหรือใช้กิจกรรมการกุศลเป็นช่องทางหลอกลวงประชาชน
ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนหาข่าวและประสานหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิและผู้เปิดรับบริจาคทั่วประเทศ
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยรายละเอียดแนวทางดำเนินการ โดยระบุว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมพฤติการณ์แอบอ้างการช่วยเหลือสังคมเพื่อขอรับเงินบริจาค โดยเฉพาะกรณีที่อาจนำเงินไปใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตำรวจเปิดเผยในขณะนี้เป็นกรอบแนวทางและข้อสั่งการเบื้องต้น ยังไม่มีการประกาศจำนวนองค์กรเป้าหมาย ระยะเวลาตรวจสอบ หรือรายชื่อมูลนิธิที่จะถูกตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
เปิด 4 ขั้นตอนสำคัญ ตำรวจสแกนมูลนิธิและเส้นทางเงิน
จากแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผย สามารถจำแนกประเด็นการตรวจสอบออกเป็น 4 ขั้นตอนสำคัญ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาพฤติการณ์ต้องสงสัยไปจนถึงการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขั้นแรก ตรวจหามูลนิธิและผู้เปิดรับบริจาคที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
ตำรวจทุกพื้นที่จะสืบสวนรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิ องค์กร และกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะการใช้เรื่องราวความเดือดร้อนหรือความต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาเป็นเหตุจูงใจให้ประชาชนบริจาคเงิน
เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้ระดมทุนว่าเป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์จริงหรือไม่ และมีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่
ทั้งนี้ การมีชื่อเสียงหรือการเปิดรับบริจาคจำนวนมากไม่ได้เป็นเหตุให้สรุปว่าผู้ดำเนินกิจกรรมกระทำผิด แต่ต้องพิจารณาข้อมูลและพยานหลักฐานประกอบเป็นรายกรณี
ขั้นที่สอง ตรวจทุกช่องทางรับบริจาค ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการขยายขอบเขตการตรวจสอบให้ครอบคลุมการรับบริจาคในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การเผยแพร่เรื่องราวขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หรือการใช้บุคคลที่มีผู้ติดตามจำนวนมากเป็นผู้ประชาสัมพันธ์การระดมทุน
ขณะเดียวกัน การตั้งโต๊ะรับบริจาค การวางกล่องรับเงิน และการเดินเรี่ยไรตามบ้านเรือนหรือสถานที่สาธารณะ ก็อยู่ภายใต้แนวทางการตรวจสอบเช่นเดียวกัน
เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเรี่ยไร รวมถึงการเผยแพร่ข้อความที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการบริจาค
ขั้นที่สาม ประสาน ปปง. ตรวจสอบเงินบริจาคและการโอนย้ายเงิน
หัวใจสำคัญของแผนตรวจสอบอยู่ที่การติดตามเส้นทางการเงิน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสานการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและ ปปง. ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่
ประเด็นที่จะตรวจสอบครอบคลุมการจดทะเบียนมูลนิธิ การขออนุญาตเรี่ยไร การนำเงินบริจาคไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนการโยกย้ายหรือถ่ายโอนเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
การตรวจสอบเส้นทางเงินมีความสำคัญต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า เงินที่ประชาชนร่วมบริจาคถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตามที่ประกาศไว้หรือไม่ และมีธุรกรรมใดที่อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นการกระทำผิดโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบที่มา ปลายทาง และวัตถุประสงค์ของธุรกรรมก่อนพิจารณาตามกฎหมาย
ขั้นที่สี่ รวบรวมหลักฐานดำเนินคดี หากพบพฤติการณ์หลอกลวง
เมื่อการตรวจสอบพบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการหลอกลวงประชาชน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินคดีตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง
กรณีที่มีการใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อชักชวนให้ประชาชนบริจาคเงิน อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ขณะที่การจัดการหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อาจต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หากเข้าองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ หากมีการเผยแพร่ข้อมูลรับบริจาคผ่านระบบคอมพิวเตอร์โดยมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ก็อาจถูกพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ การดำเนินคดีทุกกรณีต้องอาศัยพยานหลักฐานที่เพียงพอและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ทำไมต้องตรวจเส้นทางเงินบริจาค
ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการตรวจสอบมูลนิธิและองค์กรการกุศล ไม่ได้อยู่เฉพาะการรับเงินจากประชาชน แต่รวมถึงขั้นตอนหลังจากได้รับเงินบริจาคแล้ว
โดยทั่วไป การระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสังคมมักกำหนดวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน เช่น การจัดซื้อสิ่งของบรรเทาทุกข์ การสนับสนุนค่ารักษาพยาบาล หรือการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ แต่หากมีการนำเงินไปใช้ในกิจกรรมอื่นที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ ก็อาจเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสและความถูกต้องของการบริหารจัดการเงินบริจาค
การติดตามเส้นทางการเงินจึงเป็นส่วนสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องพิจารณาข้อมูลตั้งแต่การรับเงิน ผู้มีอำนาจจัดการเงิน ตลอดจนหลักฐานการเบิกจ่ายและการส่งมอบความช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน มูลนิธิที่มีสถานะจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ยังต้องดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง การจดทะเบียนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบ แต่ไม่สามารถใช้แทนหลักฐานยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดได้
แยกมูลนิธิสุจริตออกจากผู้แอบอ้างกิจกรรมการกุศล
แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยกระดับการตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ แต่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ยืนยันว่า ตำรวจยังให้การสนับสนุนองค์กรและบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอย่างสุจริตและโปร่งใส
เป้าหมายของมาตรการนี้จึงมุ่งไปที่ผู้ที่อาจใช้ความเชื่อถือของประชาชนเป็นช่องทางกระทำความผิด โดยไม่เหมารวมว่ามูลนิธิหรือบุคคลที่เปิดรับบริจาคทุกรายมีพฤติการณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาการตรวจสอบให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานข้อมูลระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ปปง. เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และพยานหลักฐาน
จับตาผลตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศ ตำรวจเปิดรับเบาะแส 1599
สำหรับความคืบหน้าหลังจากนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือการกำหนดหลักเกณฑ์คัดกรองมูลนิธิและกลุ่มบุคคลเป้าหมาย จำนวนองค์กรที่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ รวมถึงผลการตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคว่าพบพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามแนวทางการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับทราบข้อเท็จจริงโดยไม่กระทบต่อองค์กรที่ดำเนินกิจกรรมโดยสุจริต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนที่พบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการเปิดรับบริจาค สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับแผนตรวจสอบมูลนิธิทั่วประเทศครั้งนี้ จุดสำคัญอยู่ที่การบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการตรวจสอบสถานะองค์กร การรับบริจาค และการใช้เงินตามวัตถุประสงค์ ซึ่งจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและคุ้มครองประชาชนที่ต้องการร่วมทำบุญหรือสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
