ถ้าคุณเกิดทันยุคที่คอมพิวเตอร์ยังต้องรันผ่าน DOS และเกมต้องลงด้วยแผ่น Floppy Disk คุณน่าจะรู้จักชื่อค่าย Sierra On-Line เจ้าพ่อเกมแนว Adventure ที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ความตายที่มีอยู่ทุกอณู" และหนึ่งในซีรีส์ที่สมจริง (จนน่ารำคาญ) ที่สุดก็คือ Police Quest นั่นเอง วันนี้ผู้เขียนไปเจอเกมอินดี้ตัวหนึ่งชื่อ drive Quest 3 (หาเล่นได้ใน itch.io) ซึ่งไม่ใช่ภาคต่ออย่างเป็นทางการนะ แต่คือ "Fan Game" ที่ทำออกมาได้โคตรเนี้ยบ จนผู้เขียนนึกว่าพนักงาน Sierra ลาออกมาทำเอง เกมนี้หยิบเอาช่วงเวลาที่ทุกคนจำได้แม่นที่สุดใน Police Quest 3 มาขยายความ... นั่นคือการ "ขับรถ" นั่นเอง 1. บรรยากาศที่เหมือนไทม์แมชชีนย้อนเวลา ก้าวแรกที่ผู้เขียนเปิดเกมขึ้นมา สิ่งแรกที่กระแทกหน้าคือ Pixel Art แบบ VGA 256 สี ที่โคตรขลัง คือความละเอียดระดับ 320x200 ที่ดูแล้วโหยหาอดีตสุดๆ เขาใช้เทคนิคถ่ายภาพคนจริงๆ มาทำเป็นกราฟิก (Digitized Actors) เหมือนในเกมสมัยก่อนเป๊ะๆ หน้าตาตัวละครจะมีความกวนประสาท มีเงา มีมิติแบบแปลกๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ในห้องโดยสารรถตำรวจเนี่ย คือสวรรค์ของคนรัก Gadget ยุค 90 เลยนะ มีทั้งวิทยุสื่อสาร, หน้าจอคอมพิวเตอร์ในรถ (MDT) ที่เอาไว้ดูแผนที่, แล้วก็ปุ่มกดต่างๆ ที่ถ้ากดผิดชีวิตเปลี่ยนทันที เสียงประกอบก็มาครบ ทั้งเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มแบบ MIDI และเสียงไซเรนที่ดัง "วี้หว่อ" แบบแสบแก้วหู ทุกอย่างสร้างมาเพื่อบอกเราว่า "ยินดีต้อนรับกลับสู่เมือง Lytton นะ" 2. ภารกิจ "ตำรวจรับใช้ประชาชน (และเพื่อนร่วมงาน)" ใน Police Quest ภาคหลัก เราอาจจะได้สืบคดีค้ายา หรือตามล่าฆาตกรต่อเนื่อง แต่ใน Drive Quest 3 ผู้พัฒนาเขาบอกชัดเจนเลยว่ามันคือ "Mindless Fetch Quests" หรือภารกิจไปรับไปส่งแบบไร้สาระ ผู้เขียนเจอเหตุการณ์ประเภทว่า วิทยุดังซ่าๆ ขึ้นมาแล้วบอกว่า "Unit 12, Morales อยากให้คุณไปรับเขาที่ Old Nugget Bar หน่อย" หรือบางทีเพื่อนตำรวจด้วยกันก็วานให้เราขับรถไปซื้อของใช้สำหรับงานปาร์ตี้คืนนี้หน่อย! คือแบบ... ผู้เขียนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเราสอบเข้าโรงเรียนตำรวจมาเพื่อสิ่งนี้เหรอ? แต่นี่แหละคือความตลกของเกม ล้อเลียนความเป็นเกมแนว Open World ที่ชอบสั่งให้ผู้เล่นทำอะไรจุกจิก แต่ดันเอามาใส่ในบริบทของตำรวจจราจรที่ต้องเป๊ะทุกระเบียบวินัย 3. ระบบการขับรถ นรกบนถนนสายพิกเซล มาถึงจุดพีคของเกมนี้ คือ "ระบบการควบคุม" ถ้าคุณคิดว่าขับรถใน GTA ว่ายากแล้ว หรือขับใน Gran Turismo ว่าสมจริงแล้ว ลองมาเจอการขับรถในสไตล์ Police Quest ดูหน่อยเป็นไง! ความเร็วคือศัตรู: ขับเร็วเกินกำหนดไม่ได้ (เดี๋ยวโดนด่า) ข้าเกินไปรถข้างหลังก็บีบแตรไล่ การเลี้ยวรถที่วัดใจ: ต้องเปลี่ยนเลนให้ถูกจังหวะ ต้องเปิดไฟเลี้ยว และห้ามเลี้ยวตัดหน้าใครเด็ดขาด หน้าจอ Grid เขียวในตำนาน: เราไม่ได้ขับแบบเห็นภาพ 3D สวยๆ นะ แต่ต้องคอยมอง "เรดาร์" หรือแผนที่เส้นกราฟสีเขียวๆ ด้านล่าง เพื่อดูว่าจุดสีแดง (รถเรา) อยู่ตรงไหนของเมือง แล้วจุดหมายอยู่ถนนเส้นไหน ตัดกับซอยไหน ความกดดันอยู่ที่ความ "Unintuitive" หรือความไม่ลื่นไหลนี่แหละ ผู้เขียนต้องใช้สมาธิสูงมากในการกดปุ่มเลี้ยวให้พอดีกับทางแยก ถ้ากดช้าไปนิดเดียว รถจะพุ่งไปชนเกาะกลาง หรือถ้าเลี้ยวผิดเลน อาจจะไปประสานงากับรถเมล์ที่สวนมาได้ง่ายๆ 4. "Officer Dumbo" ความตายที่มาพร้อมคำถากถาง จุดเด่นที่ขาดไม่ได้เลยคือ หน้าจอ Game Over ถ้าเราขับรถพลาดชนขอบทาง หรือขับรถชนกันจนรถพัง เกมจะตัดเข้าสู่ฉากมืดๆ แล้วมีตำรวจรุ่นพี่หน้าเข้มมายืนด่าด้วยประโยคสุดคลาสสิก "You're driving like a donkey and now you're dead. Great job Officer Dumbo!" (คุณขับรถห่วยแตกเหมือนลา แล้วตอนนี้คุณก็ตายแล้ว ยอดเยี่ยมมากเจ้าหน้าที่หน้าโง่!) ผู้เขียนบอกเลยว่าหน้าจอนี้แหละคือ "Signature" ของเกมนี้ เราจะเห็นบ่อยกว่าหน้าจอจบภารกิจซะอีก เป็นความเจ็บใจที่ปนขำ คือเกมไม่ได้ลงโทษแค่ให้เริ่มใหม่ แต่ "บูลลี่" เราด้วยความสะใจ ซึ่งคือเสน่ห์ที่เกมสมัยใหม่ไม่ค่อยมีใครกล้าทำ สรุป: มันคุ้มค่าที่จะลองไหม? ถ้าถามผู้เขียนตรงๆ ว่าเกมนี้สนุกไหม? ตอบเลยว่า "คือความบันเทิงแบบมาโซคิสม์" คือสนุกตรงที่ได้พยายามเอาชนะระบบที่ตั้งใจทำมาให้เล่นยาก แต่มีความภูมิใจเล็กๆ ทุกครั้งที่สามารถขับรถจากจุด A ไปจุด B ได้โดยไม่ชน และไม่โดนด่าว่าเป็น "ไอ้หน้าโง่" คำแนะนำจากผู้เขียน: ลองไปโหลดมาเล่นดู เอาแค่สัก 15-20 นาที คุณจะเข้าใจเลยว่าทำไมคนรุ่นพ่อเราถึงต้องอดทนขนาดไหนกว่าจะเล่นเกมจบสักเกม และคุณจะรู้ว่าการเป็นตำรวจในเมือง Lytton น่ะ... แค่ขับรถไปซื้อของปากซอยก็ถือเป็นภารกิจระดับชาติแล้ว! ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !