10 ผลเสียจากการทิ้งขยะ ผ้าอนามัยลงในโถส้วมและชักโครก คืออะไร กดอ่านเลย! เขียนโดย ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล ก่อนอื่นก่อนที่เราจะไปรู้ว่า ทำไมการทิ้งขยะทุกอย่างลงไปในโถส้วมถึงเป็นปัญหานั้น ผู้เขียนขอพูดประโยคหนึ่งก่อนนะคะ นั่นคือ “อะไรก็ตามแต่ที่เราหยิบจับได้แล้วติดมือมา ที่ไม่ได้ละลายน้ำจนมีขนาดเล็กลงและเป็นเนื้อเดียวกัน และไม่ได้เป็นของเหลว เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ขยะ” ค่ะ ซึ่งขยะในด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมระบุว่า ต้องนำไปกำจัดแบบขยะ ส่วนน้ำเสียต้องนำไปบำบัดด้วยวิธีการจัดทางน้ำเสีย เราจะแยกสองอย่างนี้ออกจากกันเสมอนะคะ เพราะต่อให้หลุมฝังกลบขยะมีน้ำเสีย เขาก็ยังแยกบำบัดน้ำเสียออกจากการจัดการขยะ โดยความเข้าใจนี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่มีความสำคัญ ที่จะเชื่อมโยงไปหาปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาได้ชัดเจนมากค่ะ ที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง และอาจฉุกคิดได้ว่าที่ผ่านมาเราอาจทำผิดพลาดไป ด้วยการทิ้งขยะลงไปในระบบจัดการสิ่งปฏิกูลของโรงพยาบาล ของโรงเรียนหรือของบ้านตัวเอง แต่ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราเริ่มต้นใหม่กันได้ โดยผู้เขียนอยากให้เนื้อหาในบทความนี้ ทำให้คุณผู้อ่านได้มองเห็นภาพมากขึ้นอย่างละเอียดว่า ทำไมเราต้องไม่ทิ้งขยะลงไปในโถส้วมหรือชักโครกโดยเด็ดขาด โดยในหลายๆ เรื่องเราอาจจะมองภาพไม่ออก จากที่อาจจะไม่ได้มีประสบการณ์หรือไม่ได้เกี่ยวข้องในการจัดการส้วมเวลามีขยะอุดต้นมาก่อน แต่เราสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ค่ะ ดังนั้นต้องอ่านต่อให้จบเลยค่ะ เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้ตัวเรามากขึ้น และเมื่อเราเข้าใจดีมากขึ้นแล้ว การจะบอกต่อกับคนอื่น ที่ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่โรงเรียน เป็นคนในบ้านหรือที่อื่นๆ ที่คล้ายแบบนี้ ก็จะง่ายขึ้นในการทำความเข้าใจตรงกัน เกี่ยวกับการใช้ห้องน้ำห้องส้วมที่ถูกต้องนะคะ และต่อไปนี้คือผลเสียที่จะตามมาหากเรายังไม่หยุดทิ้งขยะในมือของเราลงไปในโถส้วม 1. น้ำเอ่อล้นและสุขอนามัยที่ไม่ดี หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การทิ้งขยะลงในโถส้วม ไม่ว่าจะเป็นเศษกระดาษ ทิชชูเปียก หรือสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ และไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรในตอนแรก แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้กลับส่งผลกระทบที่ใหญ่หลวงกว่าที่คิดค่ะ ลองนึกภาพตามนะคะว่า ขยะที่เราทิ้งไม่ได้หายไปไหนนะคะ แต่จะไปสะสมอุดตันท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อไปยังถังเถรอะส้วม ยิ่งถ้าเป็นสถานบางแห่ง เช่น โรงพยาบาลที่มีระบบรวบรวมน้ำเสีย ก่อนที่น้ำเสียจะเข้าไปสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย แบบนี้ขยะจะไปกับน้ำเสียและเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียตลอดเส้นทางของแนวท่อค่ะ ซึ่งภาพนี้ผู้เขียนเห็นมานักต่อนักแล้ว และเมื่อมีท่อตันเกิดขึ้น น้ำก็เริ่มเอ่อล้นกลับขึ้นมาในโถส้วม ที่ไม่ใช่แค่น้ำเสียที่ดูน่ารังเกียจเท่านั้น แต่ยังพาสิ่งสกปรกต่างๆ กลับขึ้นมาด้วย ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ สุขอนามัยในห้องน้ำแย่ลง และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สิ่งก่อความเจ็บป่วยที่ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของเราได้ ซึ่งการตระหนักถึงผลกระทบเหล่านี้และเริ่มต้นด้วยการทิ้งขยะให้ถูกที่ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่เพียงช่วยให้ห้องน้ำสะอาดถูกสุขลักษณะ แต่ยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมและระบบสาธารณูปโภคของส่วนรวมให้ใช้งานได้ดีอีกด้วยค่ะ 2. เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ผู้อื่น เมื่อเราทิ้งขยะลงในชักโครก คนในครอบครัวหรือแม้แต่เพื่อนที่มาเยี่ยมบ้าน ก็อาจเห็นและเผลอทำตามได้โดยไม่รู้ตัวค่ะ และกลายเป็นว่าพฤติกรรมผิดๆ นี้ถูกส่งต่อออกไป ทำให้ปัญหาท่อตัน น้ำเอ่อล้น และสุขอนามัยในห้องน้ำที่ไม่ดีไม่ได้จำกัดอยู่แค่บ้านเรา แต่ยังอาจลุกลามไปถึงระบบระบายน้ำสาธารณะของชุมชนได้อีกด้วย ซึ่งการเริ่มต้นจากการทิ้งขยะให้ถูกที่ ไม่ใช่แค่ช่วยรักษาสุขลักษณะของห้องน้ำเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และเป็นตัวอย่างที่ดีในการปลูกฝังนิสัยที่ถูกต้องให้กับคนรอบข้าง ให้ทุกคนได้ตระหนักว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของเราทุกคนค่ะ 3. เกิดการอุดตันของท่อระบายน้ำ รู้ไหมคะว่า การทิ้งขยะลงในโถส้วมเป็นสาเหตุหลักของการอุดตันในท่อระบายน้ำ ทั้งหมดทั้งภายในบ้านและระบบท่อสาธารณะค่ะ ลองจินตนาการดูสิคะว่าขยะที่เราทิ้งไป ไม่ได้มีเวลาหรือสภาพแวดล้อมที่ไปเอื้อให้เกิดการย่อยสลายหาไป แต่ขยะจะไปรวมตัวกันเป็นก้อนสะสมอยู่ตามข้องอหรือจุดที่น้ำไหลช้าลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ปิดกั้นทางเดินของน้ำ จึงทำให้สิ่งปฏิกูลไม่สามารถไหลผ่านไปได้ พอเป็นแบบนี้น้ำในโถส้วมก็จะเริ่มเอ่อล้น สร้างความสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องน้ำค่ะนอกจากนี้การต้องเรียกช่างมาแก้ไขท่อตันบ่อยๆ ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเสียเวลา แต่ยังเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอีกด้วย การทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าโถส้วมมีไว้สำหรับขับถ่ายเท่านั้น และทิ้งขยะทุกชนิดลงถังขยะที่เตรียมไว้ จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันปัญหาท่อตัน และช่วยให้ระบบระบายน้ำของเราทำงานได้อย่างราบรื่นค่ะ 4. เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อห้องน้ำ ลองคิดตามนะคะ เมื่อขยะไปอุดตันและทำให้ระบบระบายน้ำมีปัญหา น้ำเอ่อล้นหรือไหลไม่สะดวก ห้องน้ำก็จะดูไม่สะอาด ไม่น่าใช้ ใช่ไหมคะ? แถมจะยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้ง่ายๆ อีกด้วย แค่คิดและเห็นสภาพแบบนี้ ก็คงไม่มีใครอยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆ หรือรู้สึกสบายใจที่จะใช้แล้วใช่ไหมคะ? ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งนี้ยังสะท้อนถึงความไม่ใส่ใจสุขอนามัยของผู้ใช้งานอีกด้วย ดังนั้นการหันมาตระหนักว่าโถส้วมไม่ใช่ถังขยะ และการทิ้งขยะทุกชนิดลงในถังขยะที่เตรียมไว้ จึงเป็นเรื่องที่จะช่วยรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับห้องน้ำของเรา ให้เป็นสถานที่ที่น่าใช้และถูกสุขอนามัยสำหรับทุกคนค่ะ 5. ความเสียหายต่อระบบปั๊มน้ำทิ้งและอุปกรณ์บำบัดน้ำเสีย โดยปกตินั้นหากระดับความลาดเอียงของระบบรวบรวมน้ำเสียตำมาก แบบนี้ระบบบำบัดน้ำเสียมักมีบ่อสูบน้ำเสียนะคะ โดยในบ่อสูบนี้ปลายท่อที่เข้าสู่บ่อ คือ ท่อที่รวบรวมน้ำเสียจากต้นทางทั้งหมด ที่รวมไปถึงจากโถส้วมด้วย ซึ่งในกรณีนี้จะเห็นได้ชัดมากเวลาเราไปใช้ห้องน้ำที่โรงพยาบาล ที่มหาวิทยาลัย ที่วิทยาลัยหรือที่อื่นๆ ที่ถูกบังคับให้มีระบบบำบัดน้ำเสียนะคะ โดยการทิ้งขยะลงในส้วมจะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับระบบปั๊มน้ำทิ้งและอุปกรณ์บำบัดน้ำเสียเบื้องหลังบ้านค่ะ เพราะสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ไม่ได้หายไปไหน แต่จะเดินทางไปพร้อมกับน้ำเสีย และถึงแม้ว่าที่บ่อสูบน้ำเสียจะมีตะกร้าดักขยะก็ตาม แต่ในสถานการณ์จริงยังมีการเล็ดลอดของขยะออกมานบ่อสูบได้ ที่ต่อจากนั้นเมื่อเครื่องสูบน้ำทำงาน ขยะจะไปพันติดกับใบพัดของปั๊มน้ำเสียค่ะ และทำให้ปั๊มทำงานหนักขึ้น เกิดการสึกหรอของใบพัด หรือร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือทำให้ปั๊มชำรุดเสียหายจนต้องหยุดทำงานไปเลยก็มีเหมือนกัน นอกจากนี้ขยะยังส่งผลกระทบต่อกระบวนการบำบัดน้ำเสียในระบบอีกด้วยค่ะ เพราะไม่ใช่สิ่งที่ควรอยู่ในระบบ ทำให้การทำงานของอุปกรณ์บำบัดต่างๆ เสียประสิทธิภาพ ลงทุนซ่อมแซมและบำรุงรักษาทำให้เสียงบประมาณค่อนข้างมาก ดังนั้นการไม่ทิ้งขยะลงในโถส้วมจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการช่วยรักษาอุปกรณ์สำคัญให้ทำงานได้ตามปกติ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และช่วยให้ระบบน้ำเสียของสถานที่ส่วนรวมและชุมชนของเราทำงานได้อย่างยั่งยืนค่ะ 6. มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษา เมื่อขยะไปอุดตันท่อระบายน้ำ หรือเข้าไปพันติดกับปั๊มน้ำทิ้ง ระบบก็จะเริ่มมีปัญหา น้ำไหลช้าลง หรือถึงขั้นเอ่อล้นกลับขึ้นมาในโถส้วม ซึ่งหมายความว่าเราต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเรียกช่างมาแก้ไขปัญหาท่อตันที่ไม่คาดคิด ทั้งยังเสียเวลาและความยุ่งยากอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อุปกรณ์อย่างปั๊มน้ำหรือระบบบำบัดน้ำเสียอาจเสียหายถาวรจนต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามากนะคะ ดังนั้นการหยุดพฤติกรรมการทิ้งขยะลงโถส้วม แล้วหันมาทิ้งลงถังขยะให้ถูกที่ จึงไม่เพียงช่วยให้ห้องน้ำสะอาดถูกสุขอนามัย แต่ยังเป็นการประหยัดเงินในกระเป๋าในระยะยาวอีกด้วยค่ะ 7. สร้างภาระให้ลูกหลานในอนาคต การทิ้งขยะลงในโถส้วมดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วเป็นการสร้างภาระใหญ่หลวงที่ส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตค่ะ เพราะทุกครั้งที่เรากดชักโครกพร้อมกับทิ้งผ้าอนามัย ทิชชูเปียก หรือขยะอย่างอื่นลงไป นั่นไม่ใช่ว่าขยะเหล่านั้นหายไปไหน แต่เป็นขยะที่ไปอุดตันในระบบท่อระบายน้ำ หรือไปสร้างปัญหาในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งสุดท้ายแล้วงบประมาณมหาศาลที่ต้องใช้ในการแก้ไขและปรับปรุงระบบเหล่านี้ ก็มาจากเงินภาษีของเราทุกคน และเมื่อระบบมีปัญหา หรือต้องมีการลงทุนมหาศาลในการซ่อมแซม สิ่งนี้ก็คือภาระทางการเงินและทรัพยากรที่เราต้องส่งต่อให้ลูกหลานเราไปจัดการและรับผิดชอบในภายภาคหน้า เพราะฉะนั้นการไม่ทิ้งขยะลงโถส้วม จึงไม่ใช่แค่การรักษาความสะอาด แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่ออนาคตของลูกหลานเราด้วยค่ะ 8. ทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อเราทิ้งสิ่งของที่ไม่ใช่ของเสียจากร่างกายลงไปในโถส้วม ไม่ว่าจะเป็นทิชชูเปียก ผ้าอนามัย หรือแม้แต่เส้นผม สิ่งสามารถไปอุดตันในท่อระบายน้ำได้ และทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียทำงานหนักขึ้น หรือบางครั้งก็ทำให้เกิดน้ำเสียล้นออกมาปนเปื้อนแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศโดยตรง ต่อให้ไม่อุดตันแต่ขยะไปกับสิ่งปฏิกูลก็เป็นปัญหาค่ะ เพราะขยะจะติดไปกับตะกอนที่ลานทรายกรอง เมื่อแห้งคนทำงานก็ต้องไปเก็บขยะแยกออกมาทิ้ง หากที่ไหนยังไม่มีจุดที่กำจัดสิ่งปฏิกูลแบบถูกต้อง ขยะที่ไปกับสิ่งปฏิกูลก็จะไปสะสมในสิ่งแวดล้อมนะคะ นอกจากนี้การที่โรงบำบัดน้ำเสียต้องใช้พลังงานจำนวนมาก เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ ยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับโลกและสร้างมลภาวะทางอ้อมอีกด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นการไม่ทิ้งขยะลงโถส้วม จึงไม่ใช่แค่การรักษาความสะอาด แต่เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติไปในตัวด้วยนะคะ 9. เป็นการเสียเวลาและสร้างความรำคาญ รู้ไหมคะว่า การทิ้งขยะลงในโถส้วมที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำไปอย่างรวดเร็ว แต่จริงๆ แล้วคือการเสียเวลาและสร้างความรำคาญอย่างมหาศาลเลยค่ะ ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าสิ่งที่เราทิ้งลงไปไปอุดตันในท่อระบายน้ำที่บ้าน เราก็จะต้องเสียเวลามานั่งแก้ไข ปวดหัวกับการหาช่างมาซ่อม ไหนจะค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอีก หรือถ้าโชคดีที่ไม่ตันที่บ้าน แต่อุดตันที่ระบบส่วนกลางของอาคารหรือของเมือง ก็จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย และเมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น การแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องใช้ทั้งเวลา แรงงาน และเงินทองในการจัดการ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างความวุ่นวายและความรำคาญ ที่สามารถป้องกันได้ง่ายๆ แค่ทิ้งขยะให้ถูกที่ถูกทางเท่านั้นเองค่ะ 10. เกิดการสูญเสียทรัพยากรน้ำสะอาดโดยไม่จำเป็น หลายคนอาจจะยังมองภาพไม่ออกว่า การทิ้งขยะลงในโถส้วมนั้นเป็นพฤติกรรมที่เรามองข้ามไป และสร้างภาระมหาศาลให้กับระบบจัดการน้ำของเมือง และที่สำคัญคือเป็นการสูญเสียทรัพยากรน้ำสะอาดโดยไม่จำเป็นอย่างน่าเสียดาย ลองคิดดูว่าทุกครั้งที่เราทิ้งกระดาษชำระที่มีความหนาแน่นสูง เศษขยะ หรือแม้แต่เส้นผมลงไปในชักโครก เราจะใช้น้ำสะอาดปริมาณมากกว่าปกติ ทั้งเพื่อการชักโครกและในบางกรณีที่เกิดการอุดตัน เรายังเปิดน้ำประปาเพื่อทะลวงเส้นท่ออีกด้วย ดังนั้นการตระหนักถึงผลกระทบเล็กๆ น้อยๆ จากการทิ้งขยะไม่ถูกที่ จะช่วยให้เราประหยัดทรัพยากรน้ำอันมีค่า และรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้นค่ะ ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ชัดว่าการตระหนักถึงปัญหาการทิ้งขยะลงในโถส้วมนั้น ดีต่อทุกคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้งานห้องน้ำทุกคน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านเรือน ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่สาธารณะอื่นๆ การที่เราทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ทิ้งขยะใดๆ ลงในโถส้วม ไม่ว่าจะเป็นกระดาษชำระแบบย่อยสลายได้ยาก เศษอาหาร เส้นผม หรือแม้แต่สำลี จะช่วยลดภาระของระบบบำบัดน้ำเสีย ลดความเสี่ยงของการเกิดท่ออุดตัน ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุง และที่สำคัญที่สุดคือช่วยรักษาน้ำสะอาด ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าให้คงอยู่คู่โลกของเราได้อย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของเราในวันนี้ จะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนในสังคมในระยะยาวอย่างแน่นอนค่ะ เพราะผู้เขียนก็ไม่ได้ทิ้งสิ่งที่เรียกว่าขยะลงไปในโถส้วมค่ะ แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งพบว่ามีการทิ้งขยะลงในส้วมบ่อยๆ เลยอยากให้ทุกคนหันมาใช้ส้วมให้ถูกวิธี เพราะสิ่งนี้นอกจากสิ่งแวดล้อมจะไม่เป็นภาระแล้ว ยังเป็นการพฤติกรรมการใช้ส้วมที่เป็นแบบอย่างที่ดีได้ค่ะ ยังไงนั้นคุณผู้อ่านลองอ่านทำความเข้าใจดีๆ อีกสักรอบก่อนก็ได้ค่ะ ด้วยความตั้งใจ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากสนใจเนื้อหาเช่นนี้อีก อย่าลืมกดติดตามหรือบุ๊กมาร์กโปรไฟล์ไว้ เพื่อรับข้อมูลใหม่ๆ ในบทความต่อไป และถ้าต้องการอ่านบทความทั้งหมดโดยผู้เขียน ให้กดที่รูปโปรไฟล์ใต้ชื่อบทความนี้ได้เลยค่ะ เครดิตรูปภาพประกอบบทความ รูปภาพทำหน้าปก โดย Lifeforstock จาก FREEPIK และออกแบบหน้าปกโดยผู้เขียน ใน Canva รูปภาพประกอบเนื้อหา: ภาพที่ 1,4 โดยผู้เขียน, ภาพที่ 2 โดย Sky Eye Imagery จาก Pexels และภาพที่ 3 โดย Jcomp จาก FREEPIK เกี่ยวกับผู้เขียน ภัคฒ์ชาลิสา จำปามูล จบการศึกษา: พยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (อนามัยสิ่งแวดล้อม) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความสนใจและประสบการณ์เกี่ยวกับ: สุขภาพ จิตวิทยาเชิงบวก การบำบัดน้ำเสียและกำจัดสิ่งปฏิกูล 10 แนวทางดูแลห้องส้วมในบ้าน ช่วงมีฝนตกหนัก ระดับน้ำท่วมสูง 8 ทางออกกรณีไม่มีถุงดำใส่ขยะ ใช้อะไรแทนกันได้บ้าง ทำยังไงดี 10 แนวทางคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง จากบ้านเรือน ทำอะไรได้บ้าง เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !