รีเซต

PRI รุกครึ่งหลัง ขยายตลาดใหม่ เจาะภูเก็ต-EEC

PRI รุกครึ่งหลัง ขยายตลาดใหม่ เจาะภูเก็ต-EEC
ทันหุ้น
8 กันยายน 2568 ( 23:40 )
27

นายสุรินทร์  สหชาติโภคานันท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI    ผู้ให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจร กล่าวว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลประกอบการในครึ่งปีหลังให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยกำหนดแผนธุรกิจ Driving to 2025 Goal เพื่อต่อยอดรายได้ตามเป้าหมายที่ 1,850 ล้านบาท ด้วยการมุ่งเน้นการดำเนินงานตาม 3 แกนสำคัญ คือ 1.HARVEST : สร้างโอกาสในตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดภูเก็ต ผ่านกลุ่มงานของบริษัท Brokerage, Living Service

และงานก่อสร้างแบบครบวงจร ให้บริการด้านการซื้อขายและเช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างชาติ ที่มองหาทั้งบ้านพักอาศัย และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รวมถึงการบริหารจัดการนิติบุคคล บริการดูแลลูกบ้าน โดยใช้จุดแข็งที่มีธุรกิจครบวงจรด้านวิศวกรรมและงานก่อสร้าง (UPM) รับงานบริหารโครงการแบบ Turnkey Project ทั้งการควบคุมงานและการก่อสร้าง

2. QUAILTY : ปรับโครงสร้างองค์กรผ่าน 3 กลุ่มบริษัท ได้แก่ Living Service, BROKERAGE และ Engineering เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานบริการ เจาะลึกลงรายละเอียดให้ตรงกับความคาดหวังของลูกค้าในแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่างกันรวมทั้งมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพงานบริการผ่าน 3 ด้าน ได้แก่ PRIMO DNA-Happy Maker การสร้างหัวใจแห่งพรีโม ด้วยการมอบความสุขให้ลูกบ้าน, Customer Satisfaction Driven ขับเคลื่อนด้วยความพึงพอใจของลูกค้า มุ่งมั่นพัฒนาทุกบริการเพื่อตอบโจทย์อย่างแท้จริง และ Training & Auditing พัฒนาทีมงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบมาตรฐานการบริการที่ดีที่สุด

3.DIGITAL TRANSFORMATION : ยกระดับองค์กรด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ด้วย Primo Robot นวัตกรรมหุ่นยนต์เพื่อความสะดวกสบายของลูกบ้าน รวมทั้ง Primo Plus แอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การอยู่อาศัยในโครงการสะดวกสบายขึ้น อีกทั้งยังนำระบบ AI มาใช้พัฒนา Chatbot และ Agent อัจฉริยะ ช่วยลูกบ้านตอบคำถาม แจ้งซ่อม จองพื้นที่ แนะนำบริการต่างๆ ได้ทันใจ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเรียนรู้เพื่อปรับปรุงการบริการให้ตรงใจมากขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทได้มองเห็นโอกาสในการสร้างงานผ่านทุกกลุ่มของบริษัท ได้แก่ กลุ่ม Living Service หรือกลุ่มบริหารอาคาร และนิติบุคคล ซึ่งในกลุ่มนี้ยังมีช่องว่างของตลาดอีกจำนวนมากและมีการขยายตัวในทุกปี โดยแผนงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะเพิ่มงานบริการเฉพาะกลุ่ม เช่น งาน Pet Friendly Service รวมถึงการนำระบบ IOT เข้ามาช่วย ผนวกกับการทำ Robot ส่งของ และ Robot ทำความสะอาดเข้ามาช่วย รวมทั้งบริการเสริม Pest Control และ Landscape เป็นต้น

สำหรับ กลุ่ม BROKERAGE กลุ่มงานด้านการขาย การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ บนทำเลที่มีศักยภาพสูงอย่างภูเก็ต และ EEC เน้นเจาะกลุ่ม Long Stay, Co-Living, Smart Home เพื่อขยายตลาดในทำเลศักยภาพดังกล่าว และ กลุ่ม Engineering ในสายงานก่อสร้าง งานปรับปรุง ตกแต่งภายใน และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ มุ่งเน้นความเป็นมืออาชีพของทีมงาน ตอบโจทย์ทั้งการออกแบบตกแต่งภายใน (Wyde Interior) รวมถึงความต้องการงาน Renovate และงาน Home Care ที่ยังมีความต้องการสูงในช่วงที่เหลือของปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง