รีเซต

ทรัมป์โวย FBI เข้าค้นบ้านพัก กล่าวหาทำพฤติกรรมดั่งประเทศโลกที่ 3

ทรัมป์โวย FBI เข้าค้นบ้านพัก กล่าวหาทำพฤติกรรมดั่งประเทศโลกที่ 3
TNN ช่อง16
9 สิงหาคม 2565 ( 12:50 )
149

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า บ้านพักของเขาในรีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ในปาล์ม บีช รัฐฟลอริดา ถูกเจ้าหน้าที่ของสำนักสอบสวนกลาง หรือ FBI จำนวนมากเข้ามาควบคุม และเจ้าหน้าที่ยังพยายามงัดตู้เซฟของเขาด้วย


---แถลงการณ์ของทรัมป์ระบุว่า “นี่คือช่วงเวลาที่มืดของชาติเรา”---


ทรัมป์ยืนยันว่า ที่ผ่านมาเขาได้ให้ความร่วมมือจากทุกหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การที่ FBI บุกมาตรวจค้นบ้านของเขา โดยไม่แจ้งล่วงหน้านั้น เป็นการกระทำที่ไม่จำเป็น และไม่เหมาะสม


ทรัมป์กล่าวหาว่า การประพฤติไม่ชอบทางอัยการและการใช้ระบบยุติธรรมเป็นอาวุธนั้น เกิดขึ้นเพื่อยับยั้งไม่ให้เขาลงชิงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง การโจมตีเช่นนี้ควรเกิดในประเทศโลกที่สามเท่านั้น ตอนนี้อเมริกาได้กลายเป็นประเทศโลกที่สามแล้ว และมีการทุจริตแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน พวก FBI ถึงขั้นงัดตู้เซฟของเขาด้วย


สถานีข่าว CBS รายงานว่า ช่วงที่มีรายงาน FBI บุกตรวจค้นมาร์-อา-ลาโกของทรัมป์ เขาอยู่ที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ ในมหานครนิวยอร์ก


ทั้งนี้ มาร์-อา-โลก เป็นรีสอร์ตส่วนตัวสำหรับสมาชิก และเป็นที่พักในช่วงฤดูหนาวของครอบครัวทรัมป์


--- ทรัมป์ชอบทำลายเอกสารสำคัญ?---


การบุกตรวจค้นของ FBI มีขึ้นในช่วงเวลาที่ทรัมป์กำลังเตรียมพร้อมที่อาจจะลงชิงศึกประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นครั้งที่สาม ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2024 


สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า การตรวจค้นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการสอบสวนกรณีการบริหารจัดการข้อมูลชั้นความลับ ในสมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี


ด้านเอริค ทรัมป์ บุตรชายคนที่สองของทรัมป์ กล่าวกับ Fox News ว่า การตรวจค้นของ FBI ที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก นั้นเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเอกสารของ National Archives หรือ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ


เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งดูแลการเก็บรักษาบันทึกของประธานาธิบดีทั้งหมด ได้ร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมสอบสวนทรัมป์ เกี่ยวกับการจัดการเอกสารราชการ


โดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ระบุว่า ได้รับกล่องจำนวน 15 กล่อง มาจากมาร์-อา-ลาโก ซึ่งข้างในกล่อง ปรากฏว่าพบเอกสารชั้นความลับต่าง ๆ


ทั้งนี้ กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องส่งมอบจดหมาย เอกสารการทำงาน และอีเมล ทั้งหมด แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ


แต่ปรากฏว่า ทรัมป์ฉีกทำลายเอกสารจำนวนมาก และเอกสารบางฉบับมีการนำมาปะติดปะต่อกลับมาได้ 


อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้น ทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยอ้างว่าเป็น “ข่าวปลอม”


ขณะที่ แมคกี ฮาเบอร์แมน นักข่าวของ New York Times ซึ่งเขียนหนังสือชื่อ Confidence Man ที่กำลังจะวางแผง เผยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวมักพบกองกระดาษที่ติดอยู่ในชักโครก และเชื่อว่า ทรัมป์เป็นผู้ทิ้งกระดาษเหล่านั้นลงในชักโครกห้องน้ำ 


แหล่งข่าวใกล้ชิดทรัมป์บอกกับ CBS ว่า การตรวจค้นนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย Presidential Records Act หรือกฎหมายบันทึกของประธานาธิบดี แต่ FBI กลับออกไปแล้วโดยแทบไม่ได้อะไร


ทั้งนี้ หมายค้นของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางนั้น ต้องมีการอนุมัติโดยผู้พิพากษา และใช้เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องการบุกเข้าตรวจค้นอย่างรวดเร็วเพื่อรีบเก็บหลักฐาน หรือป้องกันหลักฐานถูกเคลื่อนย้าย หรือทำลาย


เจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์เอ่ยนาม ระบุกับ CBS ว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับแจ้งเพียงไม่นานก่อนที่หมายค้นจะออกช่วง 10.00 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม แต่เจ้าหน้าที่อารักขาทรัมป์ได้ให้ความร่วมมือกัน FBI เป็นอย่างดี มีการนำกล่องออกไปหลายกล่อง และการตรวจค้นเสร็จสิ้นในช่วงบ่ายแก่ ๆ แต่ยืนยัน ไม่มีการพังประตูแต่อย่างใด


--- ไบเดนไม่รู้เรื่อง FBI จู่โจมค้นบ้านทรัมป์---


เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวระบุว่า คณะทำงานประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไม่ได้รับแจ้งจ้าง FBI เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน บางคนมารู้เรื่องนี้จากสื่อและสื่อสังคมออนไลน์ด้วยซ้ำ


ทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จำกัดการปฏิสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม เพื่อเลี่ยงการกดดันทางการเมือง หรือความไม่เหมาะสมต่าง ๆ


ขณะที่ไบเดนเคยประกาศไว้ตอนหาเสียงว่า จะอยู่ห่างจากกิจการอยุติธรรม และเขาและครอบครัว กำลังรอการตัดสินของอัยการเช่นกันว่า จะชี้มูลความผิดลูกชายของเขา “ฮันเตอร์ ไบเดน” หรือไม่ กรณีเลี่ยงภาษี


ทั้งนี้ นอกจากทรัมป์กำลังถูกหอจดหมายเหตุแห่งชาติสอบสวนแล้ว คณะกรรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กำลังสอบสวนการกระทำของทรัมป์จากเหตุก่อจลาจลที่อาคารรัฐสภาในวันที่ 6 มกราคม 2021 ด้วย 


ขณะที่กระทรวงยุติธรรมกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาของทรัมป์เรื่องการโกงการเลือกตั้งในปี 2021 โดยเมอร์ริค การ์แลนด์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องรับผิดชอบ

————

แปล-เรียบเรียง: ธันย์ชนก จงยศยิ่ง

ภาพ: Reuters 


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง