รีเซต

ส่องปัจจัยกำหนดราคา"ทองคำ"ครึ่งหลังปี 69

ส่องปัจจัยกำหนดราคา"ทองคำ"ครึ่งหลังปี 69
TNN ช่อง16
20 กรกฎาคม 2569 ( 11:59 )
12

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดทองคำในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยราคาปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงปลายเดือนม.ค. 2569 ที่ระดับ 5,595 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกันที่ 80,500 บาทต่อบาททองคำ

อย่างไรก็ตาม หลังจากทำจุดสูงสุด ตลาดทองคำกลับมาเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนัก ราคาปรับลดลงกว่า 1,500 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความเสี่ยงสูงและยืดเยื้อ แต่ทองคำกลับไม่ได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเดิม เนื่องจากตลาดให้น้ำหนักกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินมากกว่า 

สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกจะยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นหลัก หากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลงก่อนสิ้นปี ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็อาจไม่จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แรงกดดันต่อตลาดทองคำก็มีโอกาสผ่อนคลายลง


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ตาม Bloomberg Consensus คาดว่า ราคาทองคำตลาดโลก ณ สิ้นปี 2569 จะฟื้นตัวไปอยู่ที่ประมาณ 4,625 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าราคาทองคำแท่งของไทยประมาณ 71,520 บาทต่อบาททองคำ 

อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ตลอดจนแรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางและนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำในระยะปานกลาง

ทั้งนี้ สัดส่วนความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 65 เมื่อเทียบกับความต้องการทองคำทั้งหมด (ไม่รวม OTC) ณ เดือนมี.ค. 2569 จากที่มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 48 ในเดือนก.ย. 2567 โดยมีแรงผลักดันจากการซื้อทองคำของนักลงทุนรายย่อยในลักษณะทองคำแท่งและเหรียญทอง และกองทุน ETFs ซึ่งมีพฤติกรรมซื้อขายตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนั้น 


ขณะที่ความต้องการทองคำอีกส่วนมาจากการซื้อของธนาคารกลาง ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2565 ธนาคารกลางและสถาบันอื่น ๆ มีค่าเฉลี่ยความต้องการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,018 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2554-2564 ซึ่งอยู่ที่ 509 ตันต่อปี จากความเสี่ยงของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น แนวโน้มการลดการถือครองเงินดอลลาร์ฯ ซึ่งมูลค่าการถือครองทองคำในทุนสำรองของธนาคารกลางมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 27 ในปี 2568 ทำให้ในระยะปานกลาง ราคาทองคำยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการลงทุนของธนาคารกลาง 

สอดคล้องกับผลสำรวจการถือครองทองคำของธนาคารกลางโดยสภาทองคำโลก พบว่าร้อยละ 78 ของธนาคารกลางในผลสำรวจถือทองคำเพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ และมากกว่าร้อยละ 80 ถือทองคำเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง